กลูตาไธโอนทำให้ขาวขึ้นจริงหรือ? : ตอนที่ 2

กลูตาไธโอนทำให้ขาวขึ้น จริงหรือ ? ? ? ตอนที่ 2

สวัสดีค่ะ สาวๆ หลังจากในตอนที่ 1 Jaslyn ได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับ กลูตาไธโอน คือ อะไร มีหน้าที่อย่างไร และ การใช้กลูตาไธโอนในรูปแบบทาไปแล้วนะคะ

เช้านี้จะมาเล่าต่อถึง กลูตาไธโอนในรูปแบบกินบ้างค่ะ

กินกลูตาไธโอนแล้วช่วยให้ขาวได้ จริงหรือ

อย่างที่เคยเล่าไปในตอนแรกค่ะ กลูตาไธโอน นั้น เป็นสารในกลุ่มโปรตีน การดูดซึมเข้าไปเกิดขึ้นได้น้อย หากสามารถดูดซึมเข้าไปได้ก็จะถูกทำลายที่ตับ เมื่อเรากินกลูตาไธโอนเข้าไปจะต้องถูกย่อยเป็นกรดอะมิโนก่อนที่กระเพาะอาหาร จึงจะสามารถดูดซึมได้ ซึ่งเมื่อย่อยแล้วจะได้กรดอะมิโน 3 ตัวที่เป็นองค์ประกอบ คือ กลูตามิก ซิสเตอีน และไกลซีน นั่นเอง

เมื่อได้กรดอะมิโนทั้ง 3 ตัวนี้มาแล้ว เราก็ไม่สามารถบอกได้ว่า กรดอะมิโนทั้ง 3 ตัวนี้จะถูกดูดซึมแล้วนำไปสร้างเป็นกลูตาไธโอนในร่างกาย หรือจะเอาไปใช้ซ่อมแซมส่วนสึกหรอบริเวณอื่นๆ (1)

ดังนั้น การรับประทานกลูตาไธโอน เพื่อหวังผลให้เกิดความขาว จึงไม่ค่อยมีประสิทธิภาพมากนัก

มีการวิจัยที่น่าสนใจเกี่ยวกับกลูตาไธโอน 3 ชิ้น ที่ อยากจะมาเล่าให้ฟังค่ะ

❤1. Effects of oral glutathione supplementation on systemic oxidative stress biomarkers in human volunteers

งานวิจัยชิ้นนี้ให้อาสาสมัคร 40 คน รับประทานกลูตาไธโอน 500 mg วันละ 2 ครั้ง นาน 4 สัปดาห์ แล้ววัดระดับ Biomarker 3 ตัว คือ creatinine-standardized, urinary F2-isoprostanes (F2-isoP) และ urinary 8-hydroxy-2′-deoxyguanosine (8-OHdG) พบว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของ Biomarker อย่างมีนัยสำคัญ จาก Baseline และเมื่อวัดระดับความเข้มข้น ของ กลูตาไธโอนใน erythrocyte พบว่า ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง

สรุปง่ายๆ คือ การทดลองนี้กินไปแล้วไม่ได้ผล กินหรือไม่กินระดับกลูตาไธโอนไม่แตกต่างกัน (2)

❤2. Glutathione as an oral whitening agent: a randomized, double-blind, placebo-controlled study

งานวิจัยชิ้นนี้ทดลองในอาสาสมัคร นักศึกษาแพทย์ 60 คน ถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม และถูกสุ่มให้กลุ่มหนึ่ง ได้รับ กลูตาไธโอน 500 mg/วัน แบ่งให้วันละ 2 ครั้ง และ และอีกกลุ่มได้รับยาหลอก (Placebo) เป็นเวลานาน 4 สัปดาห์ แล้ววัด ค่าความเข้มเมลานินสีผิว (melanin index) ใน 6 จุดที่แตกต่างกัน (มีทั้งบริเวณที่ถูกแสง และไม่ถูกแสง) พบว่า ในกลุ่มที่ได้รับกลูตาไธโอนมีค่า melanin index ต่ำลงทั้ง 6 จุด อย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก พบว่า มี 2 จุดที่มีค่า melanin index ต่ำกว่า อย่างมีนัยสำคัญ คือ บริเวณใบหน้าด้านขวา และแขนด้านซ้าย(บริเวณที่ถูกแสง) (3)

สรุปง่ายๆ คือ การทดลองนี้การกินกลูตาไธโอนสามารถลดระดับความเข้มเมลานินของสีผิวได้ คือ ได้ผลค่ะ

❤3. EFFECT OF ORAL GLUTATHIONE ON SKIN LIGHTENING

การศึกษาแบบสุ่มโดยทดลองในอาสาสมัคร 60 แบ่ง เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 30 คน กลุ่มหนึ่งได้รับอาหารเสริมกลูตาไธโอน 1,000 mg/วัน ก่อนอาหาร 30 นาที และอีกกลุ่มได้รับยาหลอก ทำการศึกษาหลังทดลองไปได้ 2 สัปดาห์ และ 6 สัปดาห์ โดยวัดค่าความเข้มเมลานินของสีผิว พบว่า ค่าความเข้มเมลานินของสีผิวมีแนวโน้มลดลงทั้งกลุ่มที่ได้รับกลูตาไธโอนและยาหลอก และเมื่อเปรียบเทียบความเข้มเมลานินของสีผิวในทั้ง 2 กลุ่ม พบว่า ค่าไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ พบอาการข้างเคียง ของระบบทางเดินอาหาร และเวียนศรีษะ แต่ไม่พบอาการรุนแรง

สรุปง่ายๆ คือ การกินกลูตาไธโอนมีแนวโน้มทำให้เม็ดสีเมลานินลดลง แต่ไม่ได้ลดลงมากในระดับที่ถือว่ามีประสิทธิภาพ
(*อย่าลืมว่ากลุ่มที่ได้ยาหลอก เม็ดสีเมลานินก็มีแนวโน้มลดลงเช่นกัน )

สรุปสุดท้ายค่ะ สำหรับเรื่องการกินกลูตาไธโอน โดยรวมแล้วยังพบว่าไม่ค่อยมีประสิทธิภาพมากนัก เพราะบางงานวิจัยก็ได้ผล บางงานวิจัยก็ไม่ได้ผล จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่ากินแล้วจะขาวได้จริงๆค่ะ

อ่านต่อ

ตอนที่ 3 : กลูตาไธโอนทำให้ขาวขึ้นจริงหรือ? : ตอนที่ 3 (จบ)

ก่อนหน้า

ตอนที่ 1 :  กลูตาไธโอนทำให้ขาวขึ้นจริงหรือ? : ตอนที่ 1

อ้างอิง : สำหรับใครที่อยากจะไปอ่านเพิ่มเติมเต็มๆนะคะ

  1. การศึกษาประสิทธิภาพของยาเม็ดกลูตาไธโอนชนิดรับประทานในการลดระดับสีผิว โดย สันติ จตุราวิชานันท และคณะ
  2. Glutathione as an oral whitening agent: a randomized, double-blind, placebo-controlled study. ตีพิมพ์ในวารสาร J Dermatolog Treat. 2012
  3. Effects of oral glutathione supplementation on systemic oxidative stress biomarkers in human volunteers. ตีพิมพ์ในวารสาร J Altern Complement Med. 2011
  4. Glutathione as a skin whitening agent: Facts, myths, evidence and controversies ตีพิมพ์ใน Indian Journal of Dermatology,Venereology and Leprology

 

ผิวขาว, กลูต้าไทโอน, Glutathione

เพิ่มเพื่อน
Share this: