แอสต้าแซนทีน มหัศจรรย์คุณค่าจากทะเล สู่การฟื้นบำรุงผิวลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย

แอสต้าแซนทีน มหัศจรรย์คุณค่าจากทะเล สู่การฟื้นบำรุงผิวลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย

แอสต้าแซนทีน (Astaxathin) เป็นสารในกลุ่ม แคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ตามธรรมชาติเราจะพบแอสต้าแซนทีนในสิ่งมีชีวิตบางชนิด เช่น ปลาแซลมอน ปู กุ้ง คริลล์ หรือแม้แต่ในนกฟลามิงโก้ ซึ่งแอสต้าแซนทีนนี่เอง คือ เบื้องหลังความมหัศจรรย์ที่ทำให้สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ มีสีส้มแดง ชมพูแดง โดยพบว่าต้นกำเนิดของแอสต้าแซนทีน เกิดจากสาหร่ายขนาดเล็กในทะเล ที่ชื่อว่า Haematococcus pluvialis เป็นสาหร่ายที่มีความเข้มข้นของแอสต้าแซนทินสูงสุด ในสภาวะปกติจะมีสีเขียว แต่เมื่ออยู่ในสภาวะเครียดจะสร้างที่มีสีแดง ชื่อว่า แอสต้าแซนทีน ขึ้นเพื่อปกป้องตนเองจากอนุมูลอิสระ และรังสียูวี สิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆจะได้รับแอสต้าแซนทีนเข้าสู่ร่างกายจากการกินสาหร่ายขนาดเล็กนี้

 แอสต้าแซนทีน

ขอบคุณรูปภาพจาก By Frank Fox – http://www.mikro-foto.de, CC BY-SA 3.0 de, Link
แอสต้าแซนทีนในธรรมชาติ จะทำหน้าที่ปกป้องสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จากสภาวะแวดล้อมที่โหดร้ายรุนแรง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่เกิดจากการกระตุ้นของรังสียูวีในแสงแดด ในปลาแซลมอน พบว่า แอสต้าแซนทีนสามารถช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ, ปกป้องผิวจากการไหม้แดดในระหว่างที่อพยพ และสามารถป้องการการถูกทำลายของ Omega-3 ได้
แอสต้าแซนทีนเป็นสารที่มีประสิทธิภาพสูงในการต้านอนุมูลอิสระ จนผู้เชี่ยวชาญหลายท่านยกให้เป็น “World’s Strongest Natural Antioxidant” ในการศึกษาเกี่ยวกับ singlet oxygen quenching เป็นการศึกษาประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระของออกซิเจน ซึ่งเป็นอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจากการถูกกระตุ้นด้วยรังสียูวี เป็นอนุมูลอิสระที่มีความแรงสูง สามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่อเยื่อบุผิวหนัง และดวงตา พบว่าแอสต้าแซนทีนมีประสิทธิภาพในการเป็น Anti-oxidant ที่ดีกว่า โคเอนไซม์คิวเท็น ~ 800 เท่า, ดีกว่า alpha lipoic acid ~ 75 เท่า, ดีกว่า green tea catechins ~ 550 เท่า, ดีกว่า วิตามีซี ~ 6000 เท่า, ดีกว่าวิตามิน อี ~ 550 เท่า และมีประสิทธิภาพดีกว่าสารแคโรทีนอยด์อื่นๆ ~ 10 – 20 เท่า
ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น และฤทธิ์ในการเป็นสาร Anti-oxidant ที่แรงของแอสต้าแซนทีน จึงทำให้มีการศึกษาคุณสมบัติอื่นๆเพิ่มขึ้นอย่างกว้างขวาง พบว่าแอสต้าแซนทีนสามารถปกป้องดวงตาจากการถูกทำร้ายของอนุมูลอิสระได้ ลดความเสียหายของจอเรติน่าจากการถูกทำลายของแสงยูวี ลดความเมื่อยล้าของดวงตา, มีผลดีต่อระดับ LDL และ HDL, ลดการอักเสบของหลอดเลือด, มีผลดีต่อความดันโลหิต, มีผลดีต่อสมองระบบประสาท เช่น โรคอัลไซเมอร์, ลดความอ่อนล้าของร่างกาย และสามารถลดการเกิดอนุมูลอิสระที่ถูกกระตุ้นจากแสงยูวี แล้วทำให้เกิดความแก่ได้, ลดเลือนความลึกของริ้วรอย, ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน, เพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนัง และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

เราจะมาเล่าถึงประสิทธิภาพของแอสต้าแซนทีนกับผิวหนังและการเกิดริ้วรอยค่ะ

  1. เป็นที่ทราบกันดีว่า ในแสงแดดจะมีรังสียูวีที่คอยทำร้ายผิวเราอยู่ โดยรังสียูวีบี จะส่งผลให้เกิดการไหม้ของผิวหนังชั้นบน (ผิวหนังชั้น Epidermis) และรังยูวีเอ จะทำให้เกิดความแก่ ที่เรียกว่า Photoaging ซึ่งสามารถทะลุไปถึงชั้นไฟโบบลาสได้แล้วกระตุ้นให้เกิดการสลายของคอลลาเจน นำมาสู่การเกิดริ้วรอย ดังนั้นการศึกษาของแอสต้าแซนทีนในเรื่องลดเลือนริ้วรอยส่วนใหญ่จึงเน้นไปที่ความแก่จากการถูกกระตุ้นด้วยรังสียูวีเอ
  2. การศึกษาประสิทธิภาพของแอสต้าแซนทีนในการปกป้อง และต่อต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจากการกระตุ้นด้วยรังสี UV-A ในเซลล์ไฟโบบลาส จากไตของหนู พบว่าแอสต้าแซนทีนสามารถมีประสิทธิภาพในการป้องกันต่อต้านอนุมูลอิสระ และมีฤทธิ์ที่เหนือกว่าเบต้า – แคโรทีน, ลูทีน ซึ่งเป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์เหมือนกัน
  3. การศึกษาในเซลล์ไฟโบบลาสของคน พบว่า แอสต้าแซนทีนในปริมาณ 4-8 µM ให้ทันทีหลังเซลล์ถูกกระตุ้นด้วยรังสี UV-A สามารถลดระดับของ matrix-metalloproteinase (MMP)-1 และ skin fibroblast elastase (SFE)/neutral endopeptidase (NEP) ได้ (MMP-1 และ SFE จะมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น หลังเซลล์ผิวถูกทำร้ายด้วยรังสียูวีเอ และปริมาณที่เพิ่มขึ้นจะนำไปสู่การสลายของคอลลาเจน และอิลาสตินในชั้นผิวหนัง ส่งผลให้เกิดผิวเหี่ยว มีริ้วรอย)
    การศึกษาในอาสาสมัครผู้หญิงจำนวน 30 คน รับประทานแอสต้าแซนทีนขนาด 3 mg ร่วมกับการทา แอสต้าแซนทีน 1 ml (5% w/w astaxanthin) วันละ 2 ครั้ง นาน 8 สัปดาห์ พบว่าความลึกของริ้วรอยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ, ความยืดหยุ่นของผิวหนังบริเวณรอยตีนกาดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ, จุดด่างดำจากความแก่ (Age spot) จางลงอย่างมีนัยสำคัญ, เนื้อสัมผัสของผิวหนัง (Skin texture) มีความลึก ความหยาบกร้านลดลงอย่างมีนัยสำคัญ, ความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น

อ้างอิง

  1. การศึกษา เรื่อง Modulation of UVA light-induced oxidative stress by beta-carotene, lutein and astaxanthin in cultured fibroblasts.J Dermatol Sci. 1998 Mar;16(3):226-30.
  2. หนังสือ The World’s Best Kept Health Secret NATURAL ASTAXANTHIN โดย By Bob Capelli with Dr. Gerald Cysewski
  3. Regular paper เรื่อง Cosmetic benefits of astaxanthin on humans subjects โดย Kumi Tominaga และคณะ ตีพิมพ์ในวารสาร Acta Biochim Pol. 2012;59(1):43-7.
  4. การศึกษา เรื่อง Protective Effects of Topical Application of a Poorly Soluble Antioxidant Astaxanthin Liposomal Formulation on Ultraviolet-Induced Skin Damage. ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Pharmaceutical Sciences.Volume 101, Issue 8, August 2012, Pages 2909–2916
  5. บทความ เรื่อง Haematococcus astaxanthin: applications for human health and nutrition. โดย Martin Guerin ตีพิมพ์ในวารสาร TRENDS in Biotechnology Vol.21 No.5 May 2003
  6. การศึกษา เรื่อง Astaxanthin attenuates the UVA-induced up-regulation of matrixmetalloproteinase-1 and skin fibroblast elastase in human dermal fibroblasts โดย Kaoru Suganuma และคณะ ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Dermatological Science 58 (2010) 136–142
  7. การศึกษาเรื่อง Comparison of Astaxanthin’s Singlet Oxygen Quenching Activity with Common Fat and Water Soluble Antioxidants 

 

เพิ่มเพื่อน
Share this: