Astaxanthin กับ พลัง Anti-Oxidant ที่สาวๆต้องรู้!!!

Astaxanthin คือ อะไร?

Astaxanthin (แอสต้าแซนธีน) เป็น สารในกลุ่ม แซนโทรฟิลล์ (xanthophyll) จัดว่าเป็น แคโรทีนอยด์ (carotenoid) ชนิดหนึ่ง

มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่แรงที่สุดตัวหนึ่งเลยค่ะ ผู้เชี่ยวชาญบางท่านถึงกับกล่าวว่าเป็น “World’s Strongest Natural Antioxidant”

มีการศึกษาเกี่ยวกับความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ ในการทดลองนี้ใช้เป็นอนุมูลอิสระของ O2 ทำการศึกษาแบบ in vitro model พบว่า Astaxanthin มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระแรงกว่า สารตัวอื่นๆในกลุ่ม Carotenoids เช่น zeaxanth, lutein, tunaxanthin, canthaxanth และ Beta-carotene ถึง 10 เท่า และแรงกว่า วิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่แรงเช่นกัน ถึง 100 เท่า และจากการทดลองนี้ยังพบอีกว่า แอสต้าแซนธีน มีความสามารถในการยับยั้งกระบวนการ lipid peroxidation จากการกระตุ้นโดย O2 ได้ดี และพบว่ามีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระดีกว่า Coenzyme Q10 150 เท่า และดีกว่า วิตามิน C 64.9 เท่าค่ะ

แอสต้าแซนธีน พบในไหนบ้าง?

แอสต้าแซนธีน เป็นสารที่มีสีแดงสามารถพบได้ใน ปลาแซลมอน, กุ้ง, ปู, krill, Phaffia ยีสต์ และHaematococcus algae ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว แต่ละชนิดก็จะมีปริมาณความเข้มข้นของ Astaxanthin ต่อน้ำหนักต่างกัน

ปริมาณ แอสต้าแซนธีน (mg/kg)

Atlantic salmon                        3 – 11

Rainbow trout                          1 – 3

Blueback salmon                     26 – 37

Phaffia yeast                            30 – 800

Haematococcus algae  10,000 – 30,000

astaxanthin-powerful-anti-oxidant

แอสต้าแซนธีน ที่นำมาใช้ในเครื่องสำอางหรือ อาหารเสริมส่วนใหญ่จะนิยมสกัดจาก Haematococcus algae ซึ่งเป็นสาหร่ายขนาดเล็ก เพราะมีปริมาณสูงกว่าแหล่งอื่น สามารถเพาะเลี้ยงได้ปริมาณมาก,  รวดเร็ว และเมื่อนำมาสกัดก็จะได้สารกลุ่มแคโรทีนอยด์ตัวอื่นๆ ที่มีในสิ่งมีชีวิตออกมาด้วย ซึ่งก็จะช่วยเสริมฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระค่ะ เจ้าสาหร่ายตัวนี้ในสภาวะปกติ จะมีสีเขียว แต่เมื่อตกอยู่ในสภาวะเครียด สิ่งแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย ขาดอาหาร ก็จะเปลี่ยนเป็นสีแดง โดยสร้างสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ เช่น แอสต้าแซนธีน ขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับสภาพแวดล้อมค่ะ

แอสต้าแซนธีน มีประโยชน์อย่างไร?

นอกจากจะมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่แรง (Anti-oxidant) อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว ยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ, บำรุงสายตา, ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ, กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน, ลดอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน, หัวใจและหลอดเลือด, ความดันโลหิตสูง (ลดอัตราเสี่ยงนะคะ ไม่ใช่รักษา มีบางคนอยากกินอาหารเสริม เพื่อแทนยา อันนี้ไม่ได้ ห้ามเด็ดขาดค่ะ อันตรายมากๆ บางตัวอาจจะกินคู่กันได้แต่ต้องปรึกษาคุณหมอก่อนนะคะ เพราะอาหารเสริมและยาบางตัวตีกันได้ค่ะ) และที่น่าสนใจมากๆสำหรับสาวๆ คือ บำรุงผิวพรรณ สามารถลดการเกิดผิวไหม้แดดจาก  UV-B  ได้, ลดการหลั่งสารต่างๆที่เกี่ยวกับการอักเสบหากถูกกระตุ้นด้วย UV-B ได้, ลดการเกิดสีผิวไม่สม่ำเสมอ หรือเม็ดสีผิวมากผิดปกติ, ช่วยลดริ้วรอย, เพิ่มความชุ่มชื้นผิว, ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน, กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ผิว, ลดจุดด่างดำ Age spot, ปรับสภาพผิวให้กระจ่างใส ซึ่งประสิทธิภาพเกี่ยวกับผิวสามารถใช้ได้ทั้งในรูปแบบรับประทาน และรูปแบบทาค่ะ และมีการศึกษาว่าการใช้คู่กันทั้งรับประทาน และทาก็ให้ผลในการลดริ้วรอยที่ดี

แต่อย่างที่เคยเล่าไปก่อนหน้านี้ถึงจะมีฤทธิ์ในการปกป้องผิวจาก UV-B ก็ยังต้องใช้กันแดดควบคู่ไปด้วย และไม่แนะนำให้ไปวิ่งสู้แดดนะคะสาวๆ

แอสต้าแซนธีน ใช้อย่างไร? อันตรายหรือไม่?

ในรูปแบบอาหารเสริม ขนาดที่แนะนำให้รับประทาน อยู่ที่ 4-6 มิลลิกรัม ต่อ วัน และรับประทานหลังอาหาร จะดูดซึมได้ดีกว่า

ในรูปแบบทา ความเข้มข้น อยู่ที่ 0.01 – 5% ทา 1-2 ครั้ง/วัน

จากที่ลองศึกษาดู ยังไม่มีการพบผลข้างเคียงจากการกิน แอสต้าแซนธีน  และเคยมีการศึกษาที่กินถึงขนาด 40 มิลลิกรัม ต่อ วัน เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ติดต่อกัน ก็ไม่พบผลข้างเคียงใดๆค่ะ

หลายๆ คนอาจจะกำลังคิดอยู่ว่า ประสิทธิภาพดีขนาดนี้ เลิกกินวิตามินตัวอื่นในการต้านอนุมูลอิสระ แล้วมากินตัวนี้เลยดีไหม?

ตรงนี้แนะนำว่า เลือกวิตามินตามสภาพร่างกายที่เราขาด และต้องการเสริมจะดีกว่าค่ะ เลือกให้ตรงกับปัญหาที่เราเป็นอยู่

เพราะแต่ละตัวก็มีการทำงานที่แตกต่างกัน เช่น วิตามินซี ก็ช่วยในเรื่องโรคเลือดออกตามไรฟัน เพิ่มความแข็งแรงของหลอดเลือด

ถ้าเรามีปัญหาแบบนี้อยู่ก็ควรเลือกตามปัญหา มากกว่าเลือกตามความแรงของ Anti-oxidant ค่ะ

หรือบางอย่างอาจจะกินคู่กัน เพื่อเสริมฤทธิ์ก็ได้เช่นกัน

อ้างอิง

  1. Vataru Yiki .Biological functions and activities of animal carotenoids ตีพิมพ์ในวารสาร Pure&App. Chem., Vol. 63, No. 1, pp. 141-146, 1991.
  2. Kasa: Japanese society for Astaxanthin11 (2005)
  3. หนังสือ Natural Astaxanthin: King of the Carotenoids โดย Bob Cappelli และ Dr.Gerald Cysewski
  4. http://www.webmd.com/vitamins-supplements/ingredientmono-1063-aspx?activeingredientid=1063&activeingredientname=astaxanthin
  5. งานวิจัยเรื่อง Cosmetic benefits of astaxanthin on humans subjects โดย Kumi Tominaga, Nobuko Hongo, Mariko Karato และ Eiji Yamashita Fuji Chemical Industry Co. Ltd., Kamiichi, Toyama, Japan
  6. รายงานการวิจัยเรื่อง Astaxanthin: Sources, Extraction, Stability, Biological Activities and Its Commercial Applications—A Review โดย Ranga Rao Ambati, Phang Siew Moi , Sarada Ravi และ Ravishankar Gokare Aswathanarayana Mar. Drugs 2014, 12(1), 128-152; doi:10.3390/md12010128
เพิ่มเพื่อน
Share this: