คนท้องสามารถใช้ยากันยุงได้หรือไม่ แล้วจะใช้แบบไหนดี

สวัสดีค่ะสาวๆ หลังจากที่เคยเล่าเรื่องเกี่ยวกับ โรคไข้ซิก้า ไปแล้วครั้งหนึ่งนะคะ (ใครยังไม่ได้อ่าน สามารถอ่านได้ที่นี่ >>>>> Zika Virus วายร้ายหน้าใหม่ ที่สาวๆต้องรู้จัก)

มีคำถามหนึ่งที่น่าสนใจในการป้องกันโรคไข้ซิก้า ค่ะ คือ

คนท้องสามารถใช้ยากันยุงได้หรือไม่ จะใช้แบบไหนดี

ขอเล่าก่อนว่าสารที่ใช้ปกป้องเราจากยุงร้าย แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

  1. สารที่มีฤทธิ์ไล่ยุง สารในกลุ่มนี้จะเคลือบอยู่บนผิวหนังเรา และส่งผลรบกวนกลไกการรับรู้กลิ่น โดยจะมีกลิ่นที่สามารถหยุดยั้งการกัดของยุง ตัวอย่างสารในกลุ่มนี้ เช่น น้ำมันตะไคร้หอม น้ำมันหอมระเหยจากยูคาลิปตัส
  2. สารที่มีฤทธิ์ป้องกันยุง เป็นสารที่มีคุณสมบัติสามารถป้องกันยุงและแมลงต่างๆ ไม่ให้เข้ามากัด เช่น DEET เป็นสารเคมีประเภท amide จะช่วยปกปิดกลิ่นเหงื่อของเรา รบกวนกลไกการรับรู้กลิ่น ทำให้ยุงไม่ได้กลิ่นเรา เป็นต้น

ยากันยุงส่วนใหญ่ที่นิยมใช้กัน และหาง่าย ก็คือ กลุ่มที่มี DEET เป็นส่วนประกอบ เพราะกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีประสิทธิภาพดีในการป้องกันยุง

คำถามที่ตามมาก็คือ คนท้องสามารถใช้ผลิตภัณฑ์กันยุงที่มี DEET เป็นส่วนประกอบได้หรือไม่

ซึ่งจากการศึกษาการใช้ DEET ในคนท้อง ยังมีงานวิจัย ไม่มากเท่าไหร่ค่ะ

มีการศึกษาหนึ่ง มีการใช้ DEET 20% ในหญิงตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 2 และ 3 จำนวน 897 คน ในปี 2001 ทดลองในประเทศไทย (RCT) โดยสุ่มแบ่งผู้ทดลองออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มที่ได้รับ ทานาคา ( 449 คน) และ 2. กลุ่มที่ได้รับทานาคา ผสม DEET 20% (448 คน) ทดลองโดยให้อาสาสมัครทาผลิตภัณฑ์ที่ได้รับทุกวันหลังอาบน้ำ บริเวณแขน ขา เป็นเวลาหลายเดือน พบว่า DEET สามารถผ่านรกได้ จากการสุ่มตัวอย่างเลือดจากสายรก ของ ผู้ใช้ DEET มาเป็นกลุ่มย่อย จำนวน 50 คน ตรวจพบ 8% ที่มี DEET ในตัวอย่าง

อย่างไรก็ตาม การศึกษาดังกล่าวพบว่า DEET ไม่มีผลต่อทารกในครรภ์ ในแง่ทำให้เสียชีวิต, ไม่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ, และไม่ส่งผลต่อการเจริญเติบโต รวมถึงหลังจากการติดตามผลทารกที่คลอดมาแล้วนาน 1 ปี ก็ไม่พบผลกระทบจากการใช้ DEET ต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการ
ซึ่งจากงานวิจัยดังกล่าว สรุปได้ว่า DEET มีผลข้างเคียงต่อทารกในครรภ์น้อย ในหญิงตั้งครรภ์ไตรมาส ที่ 2 และ 3 แต่ในไตรมาสที่ 1 ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะมีผลข้างเคียงหรือไม่ค่ะ

ส่วนกลุ่มไล่แมลง เช่น น้ำมันหอมระเหยจากยูคาลิปตัส น้ำมันหอมระเหยจากมะนาว ไม่แนะนำให้ใช้เนื่องจากยังไม่มีผลการทดลองที่แน่ชัด

สารในกลุ่มที่มีส่วนผสมจากตะไคร้หอม ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัดในเรื่องความปลอดภัยในรูปแบบงานวิจัยในคนท้อง และประสิทธิภาพในการป้องกันยุงจะน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ที่มี DEET เป็นส่วนประกอบ

แต่อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ในทุกกลุ่มยังคงต้องระมัดระวัง เนื่องจากยังไม่มีผลการวิจัยที่มากพอ สำหรับการใช้ในระยะยาว (รูปแบบ long-term)

ผู้เชียวชาญกล่าวว่า การใช้ DEET ยังเป็นทางเลือกที่ดี และค่อนข้างปลอดภัย เมื่อเทียบกับผลเสียหากไม่ใช้ (ในหญิงตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 2 และ 3 ) แล้วเพิ่มความเสี่ยงในการถูกยุงกัด เพิ่มโอกาสเสี่ยงในการติดไวรัสซิก้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้มากกว่า

ปัจจุบัน ยังมีผลิตภัณฑ์ไล่ยุงในรูปแบบที่น่าสนใจอื่นๆอีก เช่น แผ่นแปะกันยุง หรือ นาฬิกาข้อมือกันยุงค่ะ ซึ่งผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้สามารถลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่จะเกิดจากการใช้ยากันยุงในรูปแบบสเปรย์และทาได้ค่ะ

อ้างอิง

  1. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/11693870
  2. http://www.nytimes.com/…/zika-virus-deet-pregant-women-safe…

ท้อง, ยากันยุง, ไวรัสซิก้า, ยากันยุงคนท้อง

เพิ่มเพื่อน
Share this: