Zika Virus วายร้ายหน้าใหม่ ที่สาวๆต้องรู้จัก

Zika Virus วายร้ายหน้าใหม่ ที่สาวๆต้องรู้จัก

สวัสดีค่ะ สาวๆ วันนี้ Jaslyn จะมาเตือนภัย และบอกเล่าเกี่ยวกับโรคไข้ซิก้าค่ะ

โดยเฉพาะสาวๆที่กำลังเป็นตั้งครรภ์ เตรียมเป็นคุณแม่มือใหม่ ต้องอ่านค่ะ !!!

โรคไข้ซิก้า (Zika Fever) เกิดจากเชื้อไวรัส ที่ชื่อ ซิก้า ไวรัส (Zika Virus) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสในสกุล (Genus) Flavivirus พาหะนำโรคนี้ ก็คือ เจ้ายุงลาย ตัวเดียวกับที่เป็นพาหะของเชื้อไวรัสแดงกี ที่ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออกเลยค่ะ นอกจากนี้ยังสามารถส่งผ่านเชื้อไวรัสติดต่อจากทางเพศสัมพันธ์ได้ด้วยค่ะ

ไวรัสชนิดนี้มีการระบาดอย่างหนักในแถบประเทศอเมริกาใต้ เช่น บราซิล เม็กซิโก โคลอมเบีย ฯลฯ รวมถึงหมู่เกาะแปซิฟิกและ Cape Verde ในแอฟริกา

ในประเทศไทยโดยกระทรวงสาธารณสุขรายงานพบเชื้อนี้ในปี พ.ศ. 2506 จากการพบสารภูมิต้านทานโรคนี้ในเลือดผู้ป่วยในกรุงเทพฯ 1 ราย แต่ที่มีการยืนยันทางการแพทย์แน่ชัดว่ามีการติดเชื้อนี้คือในปี พ.ศ. 2555 และในขณะนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสซิกา ในเขตสาทร รวมจำนวน 21 คน

ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสซิกาส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ จะมีเพียง 20-25% ที่แสดงอาการ

ผู้ที่มีอาการ จะแสดงอาการภายใน 2 – 12 วัน (ทั่วๆไป 2 – 7 วัน)

โดยอาการจะคล้ายอาการของโรคไข้เลือดออกแต่อาการจะรุนแรงน้อยกว่ามาก

อาการดังกล่าวได้แก่

  1. มีไข้เฉียบพลัน มักเป็นไข้ไม่สูงมาก ประมาณ 38.5 องศาเซลเซียส …. ไข้เลือดออกและโรคปวดข้อยุงลายมักเป็นไข้สูงมากกว่า 38.5 องศาเซลเซียส
  2. ปวดศีรษะ, ปวดข้อ, อ่อนเพลียแต่ไม่มาก เท่าไข้เลือดออก
  3. มีผื่นแดงขึ้นตามผิวหนังได้ทั่วร่างกาย
  4. เยื่อตาอักเสบ ตาแดง (เป็นอาการสำคัญ ซึ่งเป็นอาการที่แตกต่างจากไข้เลือดออก ที่มักจะไม่มีอาการนี้)โดยมักมีอาการอยู่ประมาณ 3 – 7 วัน แล้วอาการจะค่อยๆดีขึ้นและส่วนใหญ่จะหายใน 7 วัน

การรักษา

ส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการ ยังไม่มีวัคซีนหรือยาต้านไวรัสสำหรับโรคนี้ แต่ให้หลีกเลี่ยงการใช้ยาในกลุ่ม NSAIDS เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน เพราะมีผลต่อเกร็ดเลือดและเสี่ยงต่อภาวะเลือดออกง่าย

โดยทั่วไปไวรัสซิกาเป็นโรคที่ไม่รุนแรง
ผู้ป่วยเกือบทุกคนหายได้เองจากการดูแลตนเองในเบื้องต้นโดยไม่ต้องพบแพทย์ อัตราการตายต่ำ

แต่ข้อสำคัญคือ ไวรัสชนิดนี้สามารถผ่านรกได
ดังนั้นในหญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะ ในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ เชื้อไวรัสนี้จะก่อให้เกิดการเจริญเติบโตที่ผิดปกติกับสมองของทารกในครรภ์ ส่งผลให้ทารกเกิดความพิการแต่กำเนิดได้ คือ มีโรคศีรษะเล็ก กะโหลกศีรษะและสมองเจริญ เติบโตไม่เต็มที่ สมองมีพัฒนาการล่าช้า อาจพบภาวะมีหินปูนไปจับในเนื้อเยื่อตา และมีลูกตาเจริญเติบโตเล็กผิดปกติ ซึ่งส่งผลต่อการมองเห็น

ดังนั้นหลายประเทศจึงห้ามสตรีตั้งครรภ์หรือสตรีที่วางแผนจะตั้งครรภ์เดินทางไปยังประเทศที่มีโรคนี้เป็นโรคประจำถิ่น และในบางประเทศยังแนะนำให้สตรีที่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศที่มีโรคนี้เป็นโรคประจำถิ่น ในระยะเวลา 1 ปี หลังกลับประเทศดังกล่าว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตั้งครรภ์ (เพราะถึงจะหายจากอาการแสดงของโรคแล้ว แต่เชื้อไวรัสนี้ยังสามารถอยู่ต่อในร่างกายได้นาน 6 เดือน – 1 ปี)


การป้องกัน

  1. กำจัดแหล่งน้ำขัง
  2. ป้องกันตนเองจากถูกยุงลายกัด ทายากันยุง, นอนกางมุ้ง, สวมใส่เสื้อผ้าแขนยาว ขายาว
  3. เมื่อตั้งครรภ์ไม่เดินทางไปยังแหล่งที่มีโรคนี้เป็นโรคประจำถิ่น
  4. เมื่อกลับจากประเทศที่มีโรคนี้เป็นโรคประจำถิ่น ภายใน 1 ปี หากวางแผนจะตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  5. หากคู่นอนมีการเดินทางไปในประเทศที่มีการแพร่ระบาด อาจจะจำเป็นต้องใช้ถุงยางอนามัย อย่างน้อย 6 เดือน หากจะมีเพศสัมพันธ์โดยสรุปแล้ว โรคนี้ไม่น่ากังวลมากสำหรับคนทั่วไป แต่น่ากังวลและต้องระวังกันมากๆ สำหรับคนที่วางแผนตั้งครรภ์หรือกำลังตั้งครรภ์ หากมองในภาพกว้างโรคนี้สามารถส่งผลกระทบต่อโครงสร้างประชากรในรุ่นนั้นๆได้เลยค่ะหากมีการระบาดที่รุนแรง ซึ่งถือว่าเป็นโรคหนึ่งที่ต้องเฝ้าระวังค่ะแล้วพบกันใหม่นะคะ กับข้อมูลดีๆ จาก Jaslyn

อ้างอิง

http://www.chp.gov.hk/files/pdf/zika_factsheet_thai.pdf
https://www.bangkokhospital.com/index.php/th/diseases-treatment/zika-virus-1
http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/301/ไข้ซิกา…ภัยใหม่จากยุงลายตัวเก่า/
http://www.posttoday.com/social/health/453859

ยุงลาย, ซิก้า, ไวรัสซิก้า, คนท้อง, Zika Virus, Zika

เพิ่มเพื่อน
Share this: