วิตามินในสกินแคร์ มีผลต่อผิวจริงไหม ตอนที่ 1 : Vitamin A

ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ ที่ใช้สำหรับบำรุงผิวหน้า และผิวกายทั่วไป มักจะมีการใส่วิตามินลงไป เพื่อช่วยในการบำรุงผิว ให้ความชุ่มชื้น ลดริ้วรอย ต้านอนุมูลอิสระ ลดจุดด่างดำ ฯลฯ เรียกได้ว่าใส่กันจนเป็นสารสำคัญพื้นฐานที่ต้องมีในเครื่องสำอางเลยก็ว่าได้ Jaslyn จะมาเล่า ให้ฟังเกี่ยววิตามินที่มักมีการใส่ในสกินแคร์ 4 ตัว คือ Vitamin A, Vitamin B3, Vitamin C และ Vitamin E

มาเริ่มที่ตัวแรกกันเลยค่ะ

วิตามิน เอ (Vitamin A)

วิตามิน เอ มีการใช้หลายรูปแบบ เช่น retinol, retinyl ester (เช่น retinyl acetate, retinyl propionate,
และ retinyl palmitate), retinoldehyde เมื่อทาลงบนผิวหนังจะถูกเอนไซม์บนผิวหนัง (endogenous enzyme) เปลี่ยนแปลงให้กลายเป็น trans-retinoic acid ซึ่งส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกับผิวหนังในแง่ของการชะลอวัย ลดเลือนริ้วรอย

กลไกการทำงานของวิตามิน A

จากการทดลองแบบ in-vitro (คือ การทดลองในแล็ป ในหลอดทดลอง ไม่ได้ทดลองในสิ่งมีชีวิต หรือคน) trans-retinoic acid จะไปมีผลกับ นิวเคลียสที่ตัวรับของโปรตีนบนผิวหนัง แล้วไปส่งผลกับบางตำแหน่งเฉพาะที่อยู่บน DNA แล้วกระตุ้นให้เกิดการทรานสคริปชัน ส่งผลให้เกิดการลดลง (depression) หรือ เพิ่มขึ้น (expression) ของโปรตีนเฉพาะ หรือ เอนไซม์บางตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นเกี่ยวข้องกับการชะลอวัย เพราะสามารถกระตุ้นให้ชั้นผิวหนังหนาตัวขึ้น จึงทำให้ริ้วรอยขนาดเล็ก และริ้วรอยลึกแลดูจางลง ตัวอย่างเช่น เพิ่มจำนวนเซลล์ (Poliferation) และ เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เหล่านั้นไปทำหน้าที่ต่างๆ (Differntiation) ของเซลล์ผิวหนังชั้นหนังกำพร้า ซึ่งจะส่งผลให้ชั้นหนังกำพร้าหนาตัวขึ้นนั่นเองค่ะ, กระตุ้นให้ GAG (Glycosaminoglycan) ซึ่งอยู่ในชั้นผิวหนังหนาตัวขึ้น ก็จะทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น และดูหนาฟูขึ้น เพราะ GAG ทำหน้าที่จับกับโมเลกุลของน้ำ, กระตุ้นการสร้าง Collagen ซึ่งอยู่ในชั้นผิวหนังให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ยังพบว่า สามารถยับยั้ง เอนไซม์ Collagenase ซึ่งมีบทบาทในการสลาย Collagen ได้ และ ยังมีผลลดการเพิ่มปริมาณของเอนไซม์ Tyrosinase ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดสีเมลานิน ดังนั้นจุดสามารถลดจุดด่างดำได้ด้วย

ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ประสิทธิภาพของ Retinoid ในรูปแบบทา ค่อนข้างดี ผลในการเพิ่มความหนาของชั้นผิวหนัง เห็นผลได้ในระยะเวลาไม่กี่วัน, ผลในการลดริ้วรอยขนาดเล็กก็เห็นได้ค่อนข้างเร็ว ส่วนผลในการกระตุ้น Dermal metrix เช่น การสร้างคอลลาเจน อันนี้จะใช้ระยะเวลาในการเห็นผลตั้งแต่สัปดาห์หนึ่งขึ้นไป จนถึงเป็นเดือน ส่วนประสิทธิภาพในการลดริ้วรอยร่องลึก อันนี้จะใช้เวลานานหน่อย นานหลายสัปดาห์จนถึงหลายเดือนค่ะ

สารในกลุ่ม Retinoid ในรูปแบบทาค่อนข้างมีประสิทธิภาพสูง ดังนั้นขนาดความเข้มข้นที่ใส่ในเครื่องสำอางทั่วไป จะน้อยกว่า 1% (แม้จะใส่น้อยกว่า 1% แต่ก็เห็นผลค่ะ)

จากการทดลอง แบบ Double-blind แบ่งหน้าออกเป็น 2 ด้าน ด้านที่ 1 ให้ทา retinol และ retinyl propionate หน้าด้านที่ 2 ให้ทา ครีมหลอก (ครีมเปล่าๆ) นาน 12 สัปดาห์ แล้วเปรียบเทียบผล พบว่าด้านที่ได้รับ retinol และ retinyl propionate มีริ้วรอย และ ความผิดปกติของเม็ดสีผิว ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

แต่ข้อเสียอย่างหนึ่งของ Retinoid ที่มักพบคือ สามารถก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังได้ เมื่อจะนำมาใช้ในเครื่องสำอาง จึงมักเลือกโครงสร้างที่มีการระคายเคืองน้อยมาใช้ค่ะ ซึ่งจากการทดลอง พบว่า trans-retinoic acid จะระคายเคืองผิว (ผิวทนได้น้อยกว่า) Retinol, Retinoldehyde กับ Retinol ระคายเคืองผิวพอๆกัน, ส่วนวิตามินเอในรูปของเอสเทอร์ระคายเคืองน้อยกว่า : Retinol ester จะระคายเคืองน้อยกว่า Retinol ในการตั้งสูตรตำรับเครื่องสำอางอาจจะมีการนำวิตามินเอไปบรรจุในไลโปโซมให้ค่อยๆปลดปล่อยวิตามินเอออกมา ก็จะช่วยลดการระคายเคืองได้ รวมทั้งอาจจะใส่สารสำคัญตัวอื่นที่มีฤทธิ์ลดการระคายเคือง ลดการอักเสบลงไปก็ได้เช่นกัน

อีกข้อนึงที่ต้องระวังเกี่ยวกับการตั้งตำรับที่มีวิตามินเอคือ เรื่องความคงตัว เนื่องจากวิตามินเอไวต่อแสง และออกซิเจนในอากาศ ดังนั้นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ควรเป็นบรรจุภัณฑ์ทึบแสง หรือป้องกันแสง และอากาศภายนอกไม่ควรผ่านเข้าสู่บรรจุภัณฑ์ได้ เพื่อไม่ให้เกิดปฎิกิริยาออกซิเดชัน แล้ววิตามินเสียสภาพ และควรใส่สาร Anti-oxidant ลงไปในตำรับเพื่อลดการเกิดออกซิเดชันค่ะ นอกจากนี้การนำวิตามินเอบรรจุในรูปแบบไลโปโซม หรือ ทำเป็น encapsulation ก็สามารถเพิ่มความคงตัวของวิตามินเอได้ค่ะได้ค่ะ

พรุ่งนี้เล่าจะมาเล่าต่อเกี่ยวกับวิตามินในสกินแคร์ตัวที่ 2 กันนะคะ คือ วิตามิน บี3 ค่ะ

อ่านต่อ

วิตามินในสกินแคร์ มีผลต่อผิวจริงไหม ตอนที่ 2 : Vitamin B3
วิตามินในสกินแคร์ มีผลต่อผิวจริงไหม ตอนที่ 3 : Vitamin C

อ้างอิง :

Donald L. Bissett, PhD (2009).Common cosmeceuticals : Clinics in Dermatology,27,435-445.

วิตามินใน-skin-care

เพิ่มเพื่อน
Share this: