รู้หรือไม่ แสงแดด คือ ตัวการทำร้ายผิวอันดับ 1 และข้อควรรู้เกี่ยวกับครีมกันแดด

แสงแดด คือ ตัวการทำร้ายผิวอันดับ 1 และ ข้อควรรู้เกี่ยวกับครีมกันแดด

ใครที่อยากมีผิวสวย กฎเหล็กอันดับ 1 ที่ต้องปฎิบัติเลย คือ หลีกเลี่ยงแสงแดด ค่ะ

แสงแดดเป็นตัวการทำให้ผิวของเราเหี่ยว และแก่เร็วกว่าวัย มีศัพท์โดยเฉพาะสำหรับความแก่ที่เกิดจากแสงแดด เรียกว่า Photoaging ซึ่งหมายถึง Aging Produce by Light แปลตรงๆว่า ความแก่ที่เกิดขึ้นจากแสงแดด

โดยธรรมชาติ เราจะมี เม็ดสีเมลานิน (Melanin) คอยปกป้องผิวจากการทำร้ายของแสงแดด ซึ่งจะมีปริมาณแตกต่างกันไปตามเชื้อชาติ พันธุกรรม แม้ในบางคนที่มีปริมาณเม็ดสีเมลานินเข้มข้น เช่น คนผิวดำ ก็ยังไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะปกป้องผิวจากแสงแดดจนหยุด Photoaging ได้

ข้อควรรู้เกี่ยวกับครีมกันแดด

ถึงแม้เม็ดสีเมลานินจะช่วยป้องกันผิวเราจากรังสียูวีได้บ้าง แต่ก็ไม่เพียงพออย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น การที่ผิวของเราได้รับรังสียูวีอย่างต่อเนื่องจะส่งผลให้เกิดการสะสมของอนุมูลอิสระที่ผิวหนัง เมื่อมีปริมาณมากก็จะกระตุ้นให้เกิดการเสื่อมสลายของคอลลาเจน และอิลาสติน และนำไปสู่การเกิด Photoaging ในที่สุด เมื่อถึงตรงนี้ริ้วรอยความเหี่ยวย่น ก็จะเริ่มตามมาแล้วค่ะ

ครีมกันแดดที่ดี ที่เราจะเลือกใช้ หลักๆแล้ว ควรสามารถป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB จากแสงแดด

ครีมกันแดดที่มีขายในท้องตลาดโดยทั่วไป จะสามารถป้องกัน UVB ซึ่ง ทำให้ผิวเกิดการไหม้แดดได้อยู่แล้ว ในส่วนของ UVA หากมีการโฆษณาว่าสามารถป้องกัน UVA ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความแก่ และทำร้ายผิว ทะลุผิวได้ลึกกว่า UVB นั้น ต้องมีส่วนประกอบของ สาร 3 ชนิดนี้ อย่างใดอย่างหนึ่ง (เป็นตัวที่องค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา รับรองว่า สามารถป้องกันรังสียูวีเอได้) คือ ไททาเนียม ไดออกไซด์ (Titanium Dioxide), ซิงค์ออกไซด์ (Zinc Oxide) และ อโวเบนโซน (Avobenzone) ให้ตรวจสอบส่วนประกอบของเครื่องสำอางก่อนซื้อ หากมีสารเหล่านี้ในครีมกันแดดถึงจะโอเครในการป้องกันรังสื UVA

ข้อควรรู้เกี่ยวกับครีมกันแดด

  1. รังสียูวีเอ (UVA) อันตรายกว่า รังสียูวีบี (UVB) เพราะทะลุชั้นผิวหนังได้ลึกกว่า จำง่ายๆ UVA … A = Aging คือทำให้แก่ UVB … B = Burn คือทำให้ผิวไหม้
  2. SPF คือ Sun Protection Factor บอกถึงประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากยูวีบี (UVB) ไม่เกี่ยวกับ ยูวีเอ (UVA)
  3. ครีมกันแดดที่ควรเลือกใช้ ตามคำแนะนำของสถาบันผิวหนังต่างๆทั่วโลก ควรมีค่า SPF 15 หรือ มากกว่า และควรสามารถป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB
  4. ปริมาณครีมกันแดดที่ต้องทา เพื่อให้ได้ผลสมบูรณ์ คือ 2 มิลลิกรัมของครีม/พื้นที่ผิวหนัง 1 ตารางเซนติเมตร แต่ในความเป็นจริงผู้ใช้ทั่วไปมักทาไม่ถึงปริมาณที่แนะนำ (ทากันแค่ครึ่งเดียวเกือบทุกคน) จึงเป็น สาเหตุที่บางครั้งผู้เชี่ยวชาญจะแนะนำให้ทาครีมกันแดดที่ SPF 30
  5. แม้ในสภาวะมืดครึ้ม ดูแล้วแดดไม่แรงก็ต้องทาครีมกันแดด เพราะรังสียูวียังมุ่งตรงมาที่โลกเราตลอดเวลา
  6. ควรหลบแดดในช่วง 10.00 – 16.00 น. เพราะเป็นช่วงที่มีรังสียูวีเข้มข้นมาก
  7. เวลาทาครีมกันแดดให้ทาเน้นบริเวณปลายจมูกเป็นพิเศษ เพราะเป็นจุดที่ไวต่อแดด ระคายเคืองได้ง่าย
  8. เมื่อต้องออกแดดจัด ควรสวมแว่นตากันแดด ที่สามารถป้องกันรังสียูวีได้, สวมหมวกปีกกว้าง, และเสื้อผ้ากันยูวี
  9. การใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง อาจจะทำให้ได้รับการระคายเคืองจากสารเคมีที่เข้มข้นสูงได้ ไม่แนะนำให้ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF เกิน 50 เปลี่ยนเป็นการทำซ้ำจะดีกว่าการใช้ SPF สูงๆ
เพิ่มเพื่อน
Share this: