กินยาหมดอายุแล้วจะเป็นอันตรายไหม ?

กินยาหมดอายุ แล้วจะเป็นอันตรายไหม? เออ นั่นน่ะสิ คำถามนี้เหมือนเป็นคำถามที่ง่ายๆ ก็แค่ตอบว่า อันตราย กับ ไม่อันตราย แต่เอาจริงๆแล้ว การจะตอบคำถามนี้ได้อย่างถูกต้องไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ

การที่เราจะหาคำตอบให้กับคำถามนี้ได้ อย่างแรกเลยคือ เราต้องเข้าใจวิธีการกำหนดวันหมดอายุของยาซะก่อน

วิธีการกำหนดวันหมดอายุ

ยาเป็นสินค้าสุขภาพที่มีการควบคุมเข้มงวดมากที่สุด ก่อนยาตัวนึงจะออกมาขายในท้องตลาดได้ จะต้องทำการขึ้นทะเบียน ซึ่งในการขึ้นทะเบียนก็จะมีข้อมูลยาตัวนั้นในหลายๆหัวข้อ หนึ่งในหัวข้อนั้นก็คือหัวข้อการทดสอบความคงสภาพ ซึ่งข้อมูลในหัวข้อนี้แหละ ที่เรานำมากำหนดวันหมดอายุของยา

การทดสอบความคงสภาพคืออะไร?

ขออธิบายดังนี้นะคะ ก่อนยาจะปล่อยออกสู่ท้องตลาด จะต้องมีการตรวจสอบคุณภาพตามสเปคที่กำหนดไว้ ซึ่งหัวข้อที่ทดสอบหลักๆก็จะมีพวกการทดสอบเอกลักษณ์ (ทดสอบว่าใช่ยาตัวนั้นไหม), ทดสอบปริมาณตัวยาสำคัญ (ว่าใส่ตามปริมาณที่กำหนดหรือเปล่า) และทดสอบพวกสารปนเปื้อน รวมถึงสิ่งเจือปนต่างๆ ซึ่งสารปนเปื้อนพวกนี้อาจมาจากตัววัตถุดิบ กระบวนการผลิต หรือเกิดจากตัวยาเองที่เสื่อมสภาพแล้วสลายตัวออกมา นอกนั้นก็จะมีทดสอบพวกหัวข้อตามรูปแบบยาเตรียมของยานั้นๆ เช่น ยาเม็ดก็ต้องมีการหาความแข็ง ความกร่อน การละลาย หรือยาน้ำก็ต้องมีการหาค่าความเป็น กรด-ด่าง เป็นต้น

ทีนี้ คำถามคือ ตอนมันผลิตเสร็จใหม่ๆ การทดสอบพวกนี้มันผ่าน แต่พอเวลาผ่านไป มันจะยังคงสภาพเหมือนวันแรกที่ผลิตเสร็จไหม ซึ่งการที่เราจะตอบคำถามพวกนี้ได้ เราจึงต้องมีการทดสอบความคงสภาพ ก็คือ เก็บยาที่ผลิตไว้ แล้วทดสอบหัวข้อพวกนี้ซ้ำตามระยะเวลาที่กำหนดไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพบว่ามีหัวข้อใดหัวข้อหนึ่งตกมาตรฐาน ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มผลิตจนถึงตกมาตรฐานนี่เองที่เรานำมากำหนดวันหมดอายุของยา

ความหมายที่แท้จริงของคำว่าวันหมดอายุ

จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่า เมื่อเราบอกว่ายาตัวนี้หมดอายุ นั่นอาจเป็นไปได้ว่า ยาตัวนี้ อาจไม่ผ่านการทดสอบในหัวข้อเล็กๆน้อยๆ อย่างความแข็งหรือหัวข้อที่มีผลกับการรักษาอย่างปริมาณตัวยาสำคัญ แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือสารบางตัวที่สลายออกมาเมื่อตัวยาเสื่อมสภาพ ซึ่งสารนั้นอาจเป็นสารที่มีพิษ หรือไม่มีพิษก็ได้ เพราะฉะนั้นการตอบว่ากินยาหมดแล้วเป็นอย่างไร จึงเป็นเรื่องที่ตอบได้ยาก เพราะผลลัพธ์อาจมีตั้งแต่ ไม่มีผลอะไรเลย การรักษาไม่ได้ผลหรือมีประสิทธิภาพลดลง ไปจนถึงได้รับพิษจากสารที่สลายตัวออกมาจากตัวยา แต่ถ้าหากมีใครมาปรึกษา ก็คงต้องดูว่า ยาตัวนั้นคือยาอะไร และยานั้นมีโอกาสสลายตัวได้เป็นสารที่มีพิษหรือไม่ ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและปริมาณที่ทานยาตัวนั้นเข้าไปแล้วด้วย ยาบางกลุ่มเป็นยาที่ใช้บ่อยและเป็นที่ทราบกันดีว่าเมื่อเสื่อมสลายแล้วจะได้สารที่มีพิษสูง เช่น ยากลุ่ม Tetracycline เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ยาตัวหนึ่งอาจเสื่อมมาตรฐานก่อนเวลาที่กำหนดได้ ขึ้นอยู่กับการขนส่ง และการเก็บรักษาของผู้ใช้งาน เช่น อาจโดนแสงแดด เก็บในที่ร้อน ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ยาเสื่อมคุณภาพก่อนวันหมดอายุจริงได้ ยานั้นจะมีอายุตามที่ระบุอยู่ข้างฉลากก็ต่อเมื่อ อยู่ในภาชนะบรรจุเดิม และเก็บรักษาไว้ตามวิธีการเก็บรักษาที่กำหนด ซึ่งยาส่วนใหญ่โดยทั่วๆไปของประเทศไทยจะระบุไว้ที่ไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส นั่นหมายความว่า ในการศึกษาความคงสภาพ ผู้ผลิตได้ทดลองเก็บยานี้ไว้อุณหภูมิที่ 30 องศาเซลเซียส ความชื้น 75% RH การเก็บรักษาไว้นอกเหนือสภาวะดังกล่าว เช่น เย็นกว่ามากๆ หรือร้อนกว่ามากๆ อาจทำให้ยาเสื่อมอายุก่อนเวลาที่ระบุไว้ได้ ซึ่งหากเราสังเกตพบความผิดปกติเกี่ยวกับตัวยา เช่น สีเปลี่ยน, มีกลิ่นผิดปกติ, มีตะกอน หรือฟองเกิดขึ้น เราก็ไม่ควรทานยานั้นอีกต่อไป เพราะเป็นไปได้สูงว่า ยานั้นเสื่อมสภาพแล้ว แม้ว่าจะยังไม่ถึงวันหมดอายุของยานั้นก็ตาม

เพิ่มเพื่อน
Share this: