<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>คุณแม่มือใหม่ &#8211; Jaslyn</title>
	<atom:link href="https://www.jaslynsense.com/tag/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.jaslynsense.com</link>
	<description>ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง สาระความรู้สุขภาพและความงาม</description>
	<lastBuildDate>Thu, 16 Feb 2017 15:22:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.2</generator>

<image>
	<url>https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/07/cropped-01-150x150.jpg</url>
	<title>คุณแม่มือใหม่ &#8211; Jaslyn</title>
	<link>https://www.jaslynsense.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">113788713</site>	<item>
		<title>นมแม่ดีที่สุด ระยะเวลาและประโยชน์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Nov 2016 19:54:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[infographic]]></category>
		<category><![CDATA[คุณแม่มือใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=556</guid>

					<description><![CDATA[เรามักมีความเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับระยะการให้นมแม่ โดยมักให [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เรามักมีความเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับระยะการให้นมแม่ โดยมักให้เด็กทานอาหารเร็วเกินไป จริงๆแล้วเด็กทารกควรได้กินนมแม่อย่างเดียวตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 เดือน หลัง 6 เดือนให้อาหารตามวัยร่วมกับนมแม่จนอายุ 2 ปี หรือสามารถให้นานกว่านั้นก็ได้ นมแม่มีประโยชน์หลายอย่างที่นมผงไม่สามารถทดแทนได้ แต่พลังแห่งการตลาดและโฆษณาอันมหาศาลของนมผงทำให้เด็กหลายคนได้กินนมผงแทนนมแม่ไปอย่างน่าเสียดาย</p>
<h2>ระยะเวลาที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่</h2>
<p>เป็นที่ทราบกันดีว่าเด็กอายุมากกว่า 6 เดือนจนถึง 2 ปี สามารถทานอาหารตามวัยร่วมกับนมแม่ได้ และสามารถให้นมแม่นานกว่า 2 ปี ก็ได้ แต่หลังจาก 2 ปี ไปแล้วควรให้ถึงอายุเท่าไร ยังไม่มีคำตอบแน่ชัด แต่คาดว่าสามารถให้ได้นานถึง 7 ปี โดยพิจารณาจากหลายสาเหตุดังนี้</p>
<ol>
<li>ในการศึกษาจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดต่างๆ พบว่า<br />
&#8211; สัตว์บางชนิดจะหยุดกินนมแม่ เมื่อน้ำหนักตัวเป็น 4 เท่าของน้ำหนักแรกเกิด<br />
&#8211; สัตว์บางชนิดจะหยุดกินนมแม่ เมื่อมีน้ำหนักตัว 1 ใน 3 ของน้ำหนักเมื่อโตเต็มที่<br />
&#8211; สัตว์บางชนิดจะหยุดกินนมแม่ เมื่อฟันแท้ซี่แรกขึ้น<br />
&#8211; ในสัตว์ที่ใกล้เคียงมนุษย์ที่สุดอย่างลิงกอริลล่าและชิมแปนซี ให้นมลูกนาน 6 ปี (ลิงกอริลล่าและชิมแปนซีมีอายุขัย 30-40 ปี)<br />
ดังนั้นเมื่อพิจารณาหลักฐานทั้งหมดเทียบกับมนุษย์ จะพบว่าพออายุ 2.5 ปี คนจะน้ำหนักตัวเป็น 4 เท่าของน้ำหนักแรกเกิด และพออายุ 6-7 ปี จะมีฟันแท้ซี่แรกขึ้นและมีน้ำหนักตัว 1 ใน 3 ของน้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ จึงสามารถสรุปได้ว่า คนควรให้ลูกกินนมนานอย่างน้อย 2.5 ปี และกินได้นานถึง 7 ปี</li>
<li>หากมองในแง่ของภูมิคุ้มกัน เด็กจะมีภูมิคุ้มกันในระดับที่ใกล้เคียงกับผู้ใหญ่เมื่ออายุ 6 ปี ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ภูมิคุ้มกันยังจัดว่าอยู่ในระดับต่ำอยู่ทำให้ได้เจ็บป่วยได้ง่าย การได้รับนมแม่ทำให้เด็กได้รับสารสำคัญที่หลั่งจากเม็ดเลือดขาวที่มีอยู่ในนมแม่ ซึ่งเป็นตัวช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิต้านทาน</li>
<li>การสร้างปลอกหุ้มเส้นใยประสาทในสมองและระบบประสาทต่างๆ จะเสร็จสมบูรณ์เมื่ออายุ 7 ปี หากได้รับ DHA และ ARA ในช่วงระหว่างการสร้างนี้จะทำเด็กมีสมองและจอประสาทตาที่ดีที่สุด ซึ่ง DHA และ ARA พบได้ในนมแม่ไม่ใช่นมวัว อย่างไรก็ตาม นมผงบางชนิดมีการเติม DHA และ ARA ลงไปด้วย แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานหนักแน่นมากพอจะยืนยันได้ว่าการเติม DHA และ ARA ในนมผงทำให้เด็กได้รับประโยชน์ได้พอๆกับนมแม่จริงๆ</li>
<li>เด็กจะเริ่มเปลี่ยนแปลงกระบวนการคิดให้มีความซับซ้อนมากขึ้นและมีคุณภาพมากขึ้นเมื่ออายุ 7 ปี หากเด็กยังได้กินนมแม่ในช่วงเวลานี้ จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกให้แน่นแฟ้น อันเป็นพื้นฐานความรักความอบอุ่นของครอบครัว</li>
<li>สำหรับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม การมีฟันแท้ซี่แรกเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความพร้อมสำหรับการพึ่งพาตนเอง ซึ่งเด็กจะมีเด็กจะมีฟันแท้ซี่แรกเมื่ออายุได้ 6-7 ปี</li>
</ol>
<h2><b>ประโยชน์ของนมแม่</b></h2>
<p>นมแม่มีภูมิต้านทานและสารอื่นๆที่ช่วยต่อสู้กับเชื้อโรค นอกจากนี้ยังมีสารอาหารอีกหลายชนิดที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมอง งานวิจัยพบว่าทารกที่ได้นมแม่จะแข็งแรงกว่าทารกที่ได้นมผง นอกจากนี้นมแม่ยังมีข้อดีอีกหลายประการที่นมผงเลียนแบบไม่ได้ อาทิเช่น</p>
<ol>
<li>ธาตุเหล็กที่อยู่ในนมแม่เป็นชนิดที่ดูดซึมได้ง่าย ในขณะที่ธาตุเหล็กที่อยู่ในนมผงนั้นเป็นชนิดที่ดูดซึมได้ยากกว่า</li>
<li>สารอาหารหลายชนิดที่อยู่ในนมแม่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมอง และแม้ว่านมผงจะเติมสารเหล่านั้นเข้าไปด้วยเหมือนกัน แต่งานวิจัยก็ยังแสดงให้เห็นว่าทารกที่กินนมแม่มีระดับสติปัญญาดีกว่า</li>
<li>ในนมแม่มีสารหลายชนิดที่นมผงไม่สามารถใส่เข้าไปได้</li>
<li>ทารกที่กินนมแม่มักมีความฉลาดทางอารมณ์ และร่าเริง แจ่มใส กว่าทารกที่กินนมผง</li>
<li>การที่ลูกดูดนมแม่ช่วยลดน้ำหนักตัวของแม่หลังคลอดได้ ช่วยไม่ให้มีปัญหาตกเลือดเพ<wbr />ราะมดลูกบีบตัวดีขึ้น</li>
</ol>
<h4>แล้วทำไมจึงมีแม่หลายคนตัดสินใจ<b>หยุดให้นมลูกก่อนเวลาอันควร?</b></h4>
<p>มีหลายสาเหตุที่ทำให้แม่หลายคนตัดสินใจหยุดให้นมลูกก่อนวัยอันควร อาทิเช่น</p>
<ol>
<li>คนรอบข้างบอกว่าหยุดให้นมลูกได้แล้ว ไม่มีประโยชน์แล้ว ไม่ควรให้นมลูกนานเกินไป หากเจอกรณีแบบนี้ให้นิ่งเฉย ไม่ต้องสนใจ ไม่ต้องเชื่อ</li>
<li>ลูกตัวเล็ก น้ำหนักน้อย เลยคิดว่า หากไม่เลิกนมแม่ ลูกจะไม่กินข้าว ทำให้ไม่โต กรณีแบบนี้ให้เปลี่ยนวิธีคิด อย่าไปยึดติดกับตัวเลข เด็กบางคนกินเก่ง เด็กบางคนกินไม่เก่ง เรื่องพวกนี้พันธุกรรมเป็นตัวกำหนด บางครั้งกินเยอะไปก็เป็นโรคอ้วนได้ สิ่งที่คุณแม่ต้องทำคือควบคุมให้ลูกได้รับแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่ให้ลูกกินขนม ไม่บังคับจนลูกต่อต้านการกิน  แล้วลูกกินได้แค่ไหน ก็แค่นั้น ขอให้สุดท้ายแล้วลูกมีสุขภาพแข็งแรง พัฒนาการปกติเป็นพอ</li>
<li>ลูกตื่นกลางคืนบ่อย เลยอยากให้นมวัวเพราะจะได้อยู่ท้อง จะได้หลับยาว ความเป็นจริงคือ แม้ว่าเด็กจะกินนมวัว ก็พบเด็กตื่นมากินนมกลางคืนได้พอๆกับเด็กที่กินนมแม่ และการให้เด็กกินนมวัวตอนกลางคืน คราบนมวัวในปากจะทำให้เด็กฟันผุได้ บางคนห่วงว่าการที่ลูกตื่นกลางคืน growth hormone จะไม่หลั่ง ทำให้ตัวเตี้ย อันที่จริงคือ ช่วงที่เค้าตื่นเป็นช่วงที่ไม่ได้หลับลึกอยู่แล้ว  หากอยู่ในช่วงหลับลึกที่ฮอร์โมนหลั่งเขาก็ไม่ตื่น ดังนั้นจึงไม่มีน่ากังวลในประเด็นนี้</li>
</ol>
<h4>อ้างอิง :</h4>
<ol>
<li><a href="http://www.breastfeedingthai.com/4%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%94/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%94.html">บทความเรื่อง เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้นานเพียงใด โดย พญ.สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ</a></li>
<li><a href="http://www.breastfeedingthai.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88.html">บทความเรื่อง ประโยชน์ของการให้นมแม่ โดย พญ.สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ</a></li>
<li><a href="https://www.facebook.com/SuthiRaXeuxPhirocnKic/posts/1214101705282641:0">บทความเรื่อง เหตุผลที่ทำให้แม่ต้องหยุดให้นมแม่ก่อนเวลาอันควร โดย พญ.สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ</a></li>
</ol>
<p style="text-align: center;">ขอบคุณ infographic จาก สสส. ครับ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-775 aligncenter" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/-1-e1479844974964.jpg" alt="นมแม่ดีที่สุด" width="700" height="1002" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/-1-e1479844974964.jpg 700w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/-1-e1479844974964-600x859.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/-1-e1479844974964-210x300.jpg 210w" sizes="(max-width: 700px) 100vw, 700px" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">556</post-id>	</item>
		<item>
		<title>อย่าให้ทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือนกินกล้วย</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%816%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%816%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 15 Oct 2016 17:53:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[food]]></category>
		<category><![CDATA[Healthy]]></category>
		<category><![CDATA[คุณแม่มือใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เตือนภัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=244</guid>

					<description><![CDATA[สวัสดีค่ะ วันนี้ Jaslyn มีเรื่องกล้วยๆ มาบอกต่อ กล้วย เ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีค่ะ</p>
<p>วันนี้ Jaslyn มีเรื่องกล้วยๆ มาบอกต่อ</p>
<p>กล้วย เป็นอาหารที่มีคุณประโยชน์ อุดมด้วยวิตามินมากมาย</p>
<div class="text_exposed_show">
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>แต่ !!! ห้ามคุณแม่ๆป้อนให้กับทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือน นะคะ อันตรายมากๆ ถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย !!!</strong></span></p>
<p>ความเชื่อตั้งแต่สมัยโบราณเมื่อเด็กอายุได้ประมาณหนึ่งก็เริ่มจะให้กินอาหารที่อ่อนๆนิ่มๆกัน ซึ่งกล้วยก็เป็นตัวเลือกยอดฮิตเลยค่ะ เพราะ หาง่าย นิ่ม กินแล้วหนักท้อง</p>
<p>แต่ตามหลักการแพทย์แผนปัจจุบัน องค์การอนามัยโลก ยูนิเซฟ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือนไม่ควรกินอะไรนอกจากนม (โดยเฉพาะถ้าเป็นนมแม่ยิ่งดีที่สุด)</p>
<h2>เหตุผล</h2>
<p>1. เด็กทารกสำลักอาหารได้ง่าย</p>
<p>เพราะระบบการกลืนอาหารของทารกยังไม่พร้อมที่อายุ 3-4 เดือน และในช่วงอายุน้อยกว่า 6 เดือน การกินอาหารของเด็กจะเป็นระบบอัตโนมัติ (reflex) เหมาะสำหรับการดูดกลืนของเหลว เช่น นม หากเป็นกล้วย จะมีความหนืด และแข็งมากกว่าโอกาสสำลักก็มีมากขึ้น นอกจากนี้การตั้งคอของเด็กในช่วงก่อน 6 เดือนก็ยังไม่ดี ซึ่งหากเกิดการสำลัก เด็กก็จะไม่สามารถช่วยตัวเองได้ค่ะ</p>
<p>2. ทำให้การย่อยในลำไส้มีปัญหา</p>
<p>ในช่วงก่อนอายุ 6 เดือน ในลำไส้ของทารกยังมีการสร้างเอนไซม์เพื่อใช้ในการย่อยแป้ง ไขมันได้ไม่สมบูรณ์ และยังมีปริมาณแบคทีเรียที่ช่วยย่อยในทางเดินอาหาร (Probiotic) ไม่เพียงพอ การเริ่มอาหารแข็งเร็วเกินไปจะทำให้ระบบย่อยอาหารมีปัญหา เกิดลำไส้อุดตันในเด็กทารก เกิดกระเพาะอาหารแตกได้ ซึ่งอันตรายมาก เสียชีวิตได้เลยนะคะ มีเคสเกิดขึ้นมาแล้ว</p>
<p>3. เพิ่มโอกาสติดเชื้อมากขึ้น</p>
<p>หลายกลไก ทั้งจากการสำลักอาหาร หรือจากเชื้อที่ผ่านไปทางลำไส้ จะเพิ่มโอกาสการติดเชื้อของทารก</p>
<p>4. ขาดสารอาหาร</p>
<p>หากเปรียบเทียบกับนมแม่แล้ว ปริมาณแร่ธาตุและสารอาหารต่างๆ ที่อยู่ในกล้วยนั้นน้อยกว่าในนมมาก โดยเฉพาะสารอาหารในกลุ่มแคลเซียม และไขมันที่จำเป็น ค่ะ หากให้ทารกรับประทานกล้วยหรือ อาหารเสริมอย่างอื่นและลดปริมาณการรับประทานนมแม่ลง ก็อาจจะส่งผลให้ทารกขาดสารอาหารบางอย่างได้</p>
<p>5. อ้วน</p>
<p>ปริมาณสัดส่วนสารอาหารที่จำเป็นไม่ได้เหมาะสมกับทารกเท่าที่ควร เนื่องจากมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตอยู่เยอะ และบางบ้านยังเพิ่มสารให้ความหวานพวกน้ำตาลลงไปอีก เพื่อให้ป้อนได้ง่ายขึ้น ซึ่งก็จะทำให้เด็กติดหวาน และอ้วนได้ค่ะ</p>
<p>6. ตื่นตอนกลางคืน ร้องไห้ งอแง</p>
<p>การกินกล้วย หรืออาหารแข็งอื่นๆ นอกจากจะไม่ช่วยให้อิ่มท้อง นอนหลับสบายแล้ว ยังทำให้ทารกเกิดอาการท้องอืด นอนไม่หลับ ตื่นมาร้องตอนกลางคืนอีกตะหาก</p>
<h3>สรุปแล้ว</h3>
<p>หาก จะป้อน กล้วย ให้เด็กทารก ให้ป้อนหลังอายุ 6 เดือน นะคะ &#8230;. และบดให้นิ่มๆ ป้อนเล็กน้อยพอ &#8230; นมแม่ คือ อาหารที่ดีที่สุดของทารกค่ะ</p>
<p>ป.ล. หลายคนอาจบอกว่า โบราณก็ป้อนกันมาตั้งเยอะ ไม่มีใครตาย จริงๆแล้วอาจจะมีการตายแต่ไม่ได้เก็บสถิติบันทึกข้อมูล จดรายละเอียดไว้ ว่าตายเพราะกินกล้วย แต่หากใครรอดมาได้ถือว่าเป็นผู้โชคดีค่ะ อย่าลืมนะคะว่าสมัยก่อนเมื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบัน อัตราการรอดชีวิตของทารกในสมัยก่อนต่ำกว่าสมัยนี้ค่ะ</p>
<p><img decoding="async" class="alignleft size-full wp-image-245" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/กล้วย.jpg" alt="กล้วย, ป้อนกล้วย, ทารก, 6 เดือน" width="2000" height="1346" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/กล้วย.jpg 2000w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/กล้วย-600x404.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/กล้วย-300x202.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/กล้วย-768x517.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/กล้วย-1024x689.jpg 1024w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/กล้วย-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2000px) 100vw, 2000px" /></p>
</div>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%816%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">244</post-id>	</item>
		<item>
		<title>คนท้องสามารถใช้ยากันยุงได้หรือไม่ แล้วจะใช้แบบไหนดี</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%87/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%87/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 15 Oct 2016 13:32:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[zika virus]]></category>
		<category><![CDATA[คุณแม่มือใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้งครรภ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=233</guid>

					<description><![CDATA[สวัสดีค่ะสาวๆ หลังจากที่เคยเล่าเรื่องเกี่ยวกับ โรคไข้ซิ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีค่ะสาวๆ หลังจากที่เคยเล่าเรื่องเกี่ยวกับ โรคไข้ซิก้า ไปแล้วครั้งหนึ่งนะคะ (ใครยังไม่ได้อ่าน สามารถอ่านได้ที่นี่ &gt;&gt;&gt;&gt;&gt; <a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E/zika-virus-%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88/">Zika Virus วายร้ายหน้าใหม่ ที่สาวๆต้องรู้จัก</a>)</p>
<p>มีคำถามหนึ่งที่น่าสนใจในการป้องกันโรคไข้ซิก้า ค่ะ คือ</p>
<h3>คนท้องสามารถใช้ยากันยุงได้หรือไม่ จะใช้แบบไหนดี</h3>
<p>ขอเล่าก่อนว่าสารที่ใช้ปกป้องเราจากยุงร้าย แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ</p>
<div class="text_exposed_show">
<ol>
<li>สารที่มีฤทธิ์ไล่ยุง สารในกลุ่มนี้จะเคลือบอยู่บนผิวหนังเรา และส่งผลรบกวนกลไกการรับรู้กลิ่น โดยจะมีกลิ่นที่สามารถหยุดยั้งการกัดของยุง ตัวอย่างสารในกลุ่มนี้ เช่น น้ำมันตะไคร้หอม น้ำมันหอมระเหยจากยูคาลิปตัส</li>
<li>สารที่มีฤทธิ์ป้องกันยุง เป็นสารที่มีคุณสมบัติสามารถป้องกันยุงและแมลงต่างๆ ไม่ให้เข้ามากัด เช่น DEET เป็นสารเคมีประเภท amide จะช่วยปกปิดกลิ่นเหงื่อของเรา รบกวนกลไกการรับรู้กลิ่น ทำให้ยุงไม่ได้กลิ่นเรา เป็นต้น</li>
</ol>
<p>ยากันยุงส่วนใหญ่ที่นิยมใช้กัน และหาง่าย ก็คือ กลุ่มที่มี DEET เป็นส่วนประกอบ เพราะกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีประสิทธิภาพดีในการป้องกันยุง</p>
<p>คำถามที่ตามมาก็คือ คนท้องสามารถใช้ผลิตภัณฑ์กันยุงที่มี DEET เป็นส่วนประกอบได้หรือไม่</p>
<p>ซึ่งจากการศึกษาการใช้ DEET ในคนท้อง ยังมีงานวิจัย ไม่มากเท่าไหร่ค่ะ</p>
<p>มีการศึกษาหนึ่ง มีการใช้ DEET 20% ในหญิงตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 2 และ 3 จำนวน 897 คน ในปี 2001 ทดลองในประเทศไทย (RCT) โดยสุ่มแบ่งผู้ทดลองออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มที่ได้รับ ทานาคา ( 449 คน) และ 2. กลุ่มที่ได้รับทานาคา ผสม DEET 20% (448 คน) ทดลองโดยให้อาสาสมัครทาผลิตภัณฑ์ที่ได้รับทุกวันหลังอาบน้ำ บริเวณแขน ขา เป็นเวลาหลายเดือน พบว่า DEET สามารถผ่านรกได้ จากการสุ่มตัวอย่างเลือดจากสายรก ของ ผู้ใช้ DEET มาเป็นกลุ่มย่อย จำนวน 50 คน ตรวจพบ 8% ที่มี DEET ในตัวอย่าง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การศึกษาดังกล่าวพบว่า DEET ไม่มีผลต่อทารกในครรภ์ ในแง่ทำให้เสียชีวิต, ไม่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ, และไม่ส่งผลต่อการเจริญเติบโต รวมถึงหลังจากการติดตามผลทารกที่คลอดมาแล้วนาน 1 ปี ก็ไม่พบผลกระทบจากการใช้ DEET ต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการ<br />
ซึ่งจากงานวิจัยดังกล่าว สรุปได้ว่า DEET มีผลข้างเคียงต่อทารกในครรภ์น้อย ในหญิงตั้งครรภ์ไตรมาส ที่ 2 และ 3 แต่ในไตรมาสที่ 1 ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะมีผลข้างเคียงหรือไม่ค่ะ</p>
<p>ส่วนกลุ่มไล่แมลง เช่น น้ำมันหอมระเหยจากยูคาลิปตัส น้ำมันหอมระเหยจากมะนาว ไม่แนะนำให้ใช้เนื่องจากยังไม่มีผลการทดลองที่แน่ชัด</p>
<p>สารในกลุ่มที่มีส่วนผสมจากตะไคร้หอม ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัดในเรื่องความปลอดภัยในรูปแบบงานวิจัยในคนท้อง และประสิทธิภาพในการป้องกันยุงจะน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ที่มี DEET เป็นส่วนประกอบ</p>
<p>แต่อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ในทุกกลุ่มยังคงต้องระมัดระวัง เนื่องจากยังไม่มีผลการวิจัยที่มากพอ สำหรับการใช้ในระยะยาว (รูปแบบ long-term)</p>
<p>ผู้เชียวชาญกล่าวว่า การใช้ DEET ยังเป็นทางเลือกที่ดี และค่อนข้างปลอดภัย เมื่อเทียบกับผลเสียหากไม่ใช้ (ในหญิงตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 2 และ 3 ) แล้วเพิ่มความเสี่ยงในการถูกยุงกัด เพิ่มโอกาสเสี่ยงในการติดไวรัสซิก้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้มากกว่า</p>
<p>ปัจจุบัน ยังมีผลิตภัณฑ์ไล่ยุงในรูปแบบที่น่าสนใจอื่นๆอีก เช่น แผ่นแปะกันยุง หรือ นาฬิกาข้อมือกันยุงค่ะ ซึ่งผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้สามารถลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่จะเกิดจากการใช้ยากันยุงในรูปแบบสเปรย์และทาได้ค่ะ</p>
<h2>อ้างอิง</h2>
<ol>
<li><a href="https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/11693870">https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/11693870</a></li>
<li><a href="http://www.nytimes.com/2016/04/05/health/zika-virus-deet-pregant-women-safety.html?_r=0" target="_blank" rel="nofollow">http://www.nytimes.com/…/zika-virus-deet-pregant-women-safe…</a></li>
</ol>
<p><img decoding="async" class="alignleft size-full wp-image-234" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/คนท้อง.jpg" alt="ท้อง, ยากันยุง, ไวรัสซิก้า, ยากันยุงคนท้อง" width="1000" height="667" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/คนท้อง.jpg 1000w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/คนท้อง-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/คนท้อง-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/คนท้อง-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/คนท้อง-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
</div>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">233</post-id>	</item>
		<item>
		<title>Zika Virus วายร้ายหน้าใหม่ ที่สาวๆต้องรู้จัก</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/zika-virus-%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/zika-virus-%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 15 Oct 2016 12:20:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[zika virus]]></category>
		<category><![CDATA[คุณแม่มือใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=226</guid>

					<description><![CDATA[Zika Virus วายร้ายหน้าใหม่ ที่สาวๆต้องรู้จัก สวัสดีค่ะ  [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>Zika Virus วายร้ายหน้าใหม่ ที่สาวๆต้องรู้จัก</h2>
<p>สวัสดีค่ะ สาวๆ วันนี้ Jaslyn จะมาเตือนภัย และบอกเล่าเกี่ยวกับโรคไข้ซ<wbr />ิก้าค่ะ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>โดยเฉพาะสาวๆที่กำลังเป็นตั<wbr />้งครรภ์ เตรียมเป็นคุณแม่มือใหม่ ต้องอ่านค่ะ !!!</strong></span></p>
<p>โรคไข้ซิก้า (Zika Fever) เกิดจากเชื้อไวรัส ที่ชื่อ ซิก้า ไวรัส (Zika Virus) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสในสกุล (Genus) Flavivirus พาหะนำโรคนี้ ก็คือ เจ้ายุงลาย ตัวเดียวกับที่เป็นพาหะของเ<wbr />ชื้อไวรัสแดงกี ที่ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออก<wbr />เลยค่ะ นอกจากนี้ยังสามารถส่งผ่านเ<wbr />ชื้อไวรัสติดต่อจากทางเพศสั<wbr />มพันธ์ได้ด้วยค่ะ</p>
<p>ไวรัสชนิดนี้มีการระบาดอย่า<wbr />งหนักในแถบประเทศอเมริกาใต้<wbr /> เช่น บราซิล เม็กซิโก โคลอมเบีย ฯลฯ รวมถึงหมู่เกาะแปซิฟิกและ Cape Verde ในแอฟริกา</p>
<p>ในประเทศไทยโดยกระทรวงสาธาร<wbr />ณสุขรายงานพบเชื้อนี้ในปี พ.ศ. 2506 จากการพบสารภูมิต้านทานโรคน<wbr />ี้ในเลือดผู้ป่วยในกรุงเทพฯ<wbr /> 1 ราย แต่ที่มีการยืนยันทางการแพท<wbr />ย์แน่ชัดว่ามีการติดเชื้อนี<wbr />้คือในปี พ.ศ. 2555 และในขณะนี้มีผู้ป่วยติดเชื<wbr />้อไวรัสซิกา ในเขตสาทร รวมจำนวน 21 คน</p>
<p>ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสซิกา<wbr />ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ จะมีเพียง 20-25% ที่แสดงอาการ</p>
<p>ผู้ที่มีอาการ จะแสดงอาการภายใน 2 &#8211; 12 วัน (ทั่วๆไป 2 &#8211; 7 วัน)</p>
<p>โดยอาการจะคล้ายอาการของโรค<wbr />ไข้เลือดออกแต่อาการจะรุนแร<wbr />งน้อยกว่ามาก</p>
<p>อาการดังกล่าวได้แก่</p>
<ol>
<li><span class="text_exposed_show">มีไข้เฉียบพลัน มักเป็นไข้ไม่สูงมาก ประมาณ 38.5 องศาเซลเซียส &#8230;. ไข้เลือดออกและโรคปวดข้อยุง<wbr />ลายมักเป็นไข้สูงมากกว่า 38.5 องศาเซลเซียส </span></li>
<li><span class="text_exposed_show">ปวดศีรษะ, ปวดข้อ, อ่อนเพลียแต่ไม่มาก เท่าไข้เลือดออก</span></li>
<li><span class="text_exposed_show">มีผื่นแดงขึ้นตามผิวหนังไ<wbr />ด้ทั่วร่างกาย</span></li>
<li><span class="text_exposed_show"><span class="text_exposed_show">เยื่อตาอักเสบ ตาแดง (เป็นอาการสำคัญ ซึ่งเป็นอาการที่แตกต่างจาก<wbr />ไข้เลือดออก ที่มักจะไม่มีอาการนี้)</span></span><span class="text_exposed_show">โดยมักมีอาการอยู่ประมาณ 3 &#8211; 7 วัน แล้วอาการจะค่อยๆดีขึ้นและส<wbr />่วนใหญ่จะหายใน 7 วัน<br />
</span></li>
</ol>
<h3><span class="text_exposed_show">การรักษา</span></h3>
<p><span class="text_exposed_show">ส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาก<wbr />าร ยังไม่มีวัคซีนหรือยาต้านไว<wbr />รัสสำหรับโรคนี้ แต่ให้หลีกเลี่ยงการใช้ยาใน<wbr />กลุ่ม NSAIDS เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน เพราะมีผลต่อเกร็ดเลือดและเ<wbr />สี่ยงต่อภาวะเลือดออกง่าย</span></p>
<p>โดยทั่วไปไวรัสซิกาเป็นโรคท<wbr />ี่ไม่รุนแรง<br />
ผู้ป่วยเกือบทุกคนหายได้เอง<wbr />จากการดูแลตนเองในเบื้องต้น<wbr />โดยไม่ต้องพบแพทย์ อัตราการตายต่ำ</p>
<p>แต่ข้อสำคัญคือ ไวรัสชนิดนี้สามารถผ่านรกได<wbr />้<br />
ดังนั้นในหญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะ ในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์<wbr /> เชื้อไวรัสนี้จะก่อให้เกิดก<wbr />ารเจริญเติบโตที่ผิดปกติกับ<wbr />สมองของทารกในครรภ์ ส่งผลให้ทารกเกิดความพิการแ<wbr />ต่กำเนิดได้ คือ มีโรคศีรษะเล็ก กะโหลกศีรษะและสมองเจริญ เติบโตไม่เต็มที่ สมองมีพัฒนาการล่าช้า อาจพบภาวะมีหินปูนไปจับในเน<wbr />ื้อเยื่อตา และมีลูกตาเจริญเติบโตเล็กผ<wbr />ิดปกติ ซึ่งส่งผลต่อการมองเห็น</p>
<p>ดังนั้นหลายประเทศจึงห้ามสต<wbr />รีตั้งครรภ์หรือสตรีที่วางแ<wbr />ผนจะตั้งครรภ์เดินทางไปยังป<wbr />ระเทศที่มีโรคนี้เป็นโรคประ<wbr />จำถิ่น และในบางประเทศยังแนะนำให้ส<wbr />ตรีที่เพิ่งเดินทางกลับจากป<wbr />ระเทศที่มีโรคนี้เป็นโรคประ<wbr />จำถิ่น ในระยะเวลา 1 ปี หลังกลับประเทศดังกล่าว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตั้งครรภ<wbr />์ (เพราะถึงจะหายจากอาการแสดง<wbr />ของโรคแล้ว แต่เชื้อไวรัสนี้ยังสามารถอ<wbr />ยู่ต่อในร่างกายได้นาน 6 เดือน – 1 ปี)</p>
<h3><span class="text_exposed_show"><br />
การป้องกัน</span></h3>
<ol>
<li><span class="text_exposed_show">กำจัดแหล่งน้ำขัง </span></li>
<li><span class="text_exposed_show">ป้องกันตนเองจากถูกยุงลายกั<wbr />ด ทายากันยุง, นอนกางมุ้ง, สวมใส่เสื้อผ้าแขนยาว ขายาว</span></li>
<li><span class="text_exposed_show">เมื่อตั้งครรภ์ไม่เดินทางไป<wbr />ยังแหล่งที่มีโรคนี้เป็นโรค<wbr />ประจำถิ่น</span></li>
<li><span class="text_exposed_show">เมื่อกลับจากประเทศที่มีโรค<wbr />นี้เป็นโรคประจำถิ่น ภายใน 1 ปี หากวางแผนจะตั้งครรภ์ควรปรึ<wbr />กษาแพทย์ก่อน</span></li>
<li><span class="text_exposed_show"><span class="text_exposed_show">หากคู่นอนมีการเดินทางไปใ<wbr />นประเทศที่มีการแพร่ระบาด อาจจะจำเป็นต้องใช้ถุงยางอน<wbr />ามัย อย่างน้อย 6 เดือน หากจะมีเพศสัมพันธ์</span></span>โดยสรุปแล้ว โรคนี้ไม่น่ากังวลมากสำหรับ<wbr />คนทั่วไป แต่น่ากังวลและต้องระวังกัน<wbr />มากๆ สำหรับคนที่วางแผนตั้งครรภ์<wbr />หรือกำลังตั้งครรภ์ หากมองในภาพกว้างโรคนี้สามา<wbr />รถส่งผลกระทบต่อโครงสร้างปร<wbr />ะชากรในรุ่นนั้นๆได้เลยค่ะห<wbr />ากมีการระบาดที่รุนแรง ซึ่งถือว่าเป็นโรคหนึ่งที่ต<wbr />้องเฝ้าระวังค่ะแล้วพบกันใหม่นะคะ กับข้อมูลดีๆ จาก Jaslyn</li>
</ol>
<h2><span class="text_exposed_show">อ้างอิง</span></h2>
<p><span class="text_exposed_show"><a href="http://www.chp.gov.hk/files/pdf/zika_factsheet_thai.pdf" target="_blank" rel="nofollow nofollow">http://www.chp.gov.hk/<wbr />files/pdf/<wbr />zika_factsheet_thai.pdf</a><br />
<a href="https://www.bangkokhospital.com/index.php/th/diseases-treatment/zika-virus-1" target="_blank" rel="nofollow nofollow">https://<wbr />www.bangkokhospital.com/<wbr />index.php/th/<wbr />diseases-treatment/<wbr />zika-virus-1</a><br />
<a href="http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/301/%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E2%80%A6%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%B2/" target="_blank" rel="nofollow nofollow">http://<wbr />www.pharmacy.mahidol.ac.th/<wbr />th/knowledge/article/301/<wbr />ไข้ซิกา…ภัยใหม่จากยุงลายตัว<wbr />เก่า/</a><br />
<a href="http://www.posttoday.com/social/health/453859" target="_blank" rel="nofollow nofollow">http://www.posttoday.com/<wbr />social/health/453859</a></span></p>
<p><img decoding="async" class="alignleft size-full wp-image-227" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/ยุง.jpg" alt="ยุงลาย, ซิก้า, ไวรัสซิก้า, คนท้อง, Zika Virus, Zika" width="2000" height="1323" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/ยุง.jpg 2000w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/ยุง-600x397.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/ยุง-300x198.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/ยุง-768x508.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/ยุง-1024x677.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2000px) 100vw, 2000px" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/zika-virus-%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">226</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
