<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>น้ำมันมะพร้าว &#8211; Jaslyn</title>
	<atom:link href="https://www.jaslynsense.com/tag/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.jaslynsense.com</link>
	<description>ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง สาระความรู้สุขภาพและความงาม</description>
	<lastBuildDate>Thu, 29 Mar 2018 04:36:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.2</generator>

<image>
	<url>https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/07/cropped-01-150x150.jpg</url>
	<title>น้ำมันมะพร้าว &#8211; Jaslyn</title>
	<link>https://www.jaslynsense.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">113788713</site>	<item>
		<title>รู้ให้ชัด ก่อนจะกินน้ำมันมะพร้าว</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Jan 2017 19:28:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันมะพร้าว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=1070</guid>

					<description><![CDATA[รู้ให้ชัด ก่อนจะกินน้ำมันมะพร้าว คำถามหนึ่งที่เภสัชกรร้ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>รู้ให้ชัด ก่อนจะกินน้ำมันมะพร้าว</h2>
<p>คำถามหนึ่งที่เภสัชกรร้านยามักพบบ่อยๆ ลูกค้าสอบถามประจำ คือ กินน้ำมันมะพร้าว ดีมั๊ย?  มีคนแนะนำให้กิน จะกินดี รึเปล่า?</p>
<p>ก่อนอื่นเราต้องทราบรายละเอียดให้ชัดก่อนตัดสินใจกินค่ะ ในเรื่องชนิดของไขมันที่กิน และส่วนประกอบของน้ำมันมะพร้าว</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1071" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/น้ำมันมะพร้าว-01.jpg" alt="กินน้ำมันมะพร้าว coconut oil" width="932" height="669" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/น้ำมันมะพร้าว-01.jpg 932w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/น้ำมันมะพร้าว-01-600x431.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/น้ำมันมะพร้าว-01-300x215.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/น้ำมันมะพร้าว-01-768x551.jpg 768w" sizes="(max-width: 932px) 100vw, 932px" /></p>
<h4>ว่าด้วยเรื่องไขมันในอาหาร</h4>
<p>ไขมันในอาหาร หลักๆแล้ว จะประกอบด้วย กรดไขมันอิ่มตัว, กรดไขมันไม่อิ่มตัว และคอเลสเตอรอล</p>
<p>กรดไขมันอิ่มตัว คือ กรดไขมันที่ไม่ดี ส่วนมากพบในไขมันสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เนย และพบได้ในอาหารจากพืชด้วย เช่น กะทิ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม ซึ่งไขมันกลุ่มนี้หากรับประทานไปมากๆ จะทำให้เกิดโรคอ้วน ไขมันอุดตันในหลอดเลือด และอันตรายมากๆ หากเกิดไขมันอุดตันที่หลอดเลือดสมอง และหลอดเลือดหัวใจ ไขมันกลุ่มนี้ควรกินให้ น้อยกว่า 10% ของพลังงานที่ควรได้ในแต่ละวัน</p>
<p>กรดไขมันไม่อิ่มตัว คือ กรดไขมันที่ดี ส่วนมากพบในไขมันจากพืช เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันคาโนล่าและปลา ซึ่งแบ่งเป็น กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว เช่น กรดโอเลอิก และกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน เช่น กรดไลโนเลนิก (ชื่อที่คุ้นเคย คือ โอเมก้า-3) และกรดไลโนเลอิก (ชื่อที่คุ้นเคย คือ โอเมก้า-6)</p>
<p>คอเลสเตอรอล แต่ก่อนเคยมีความเชื่อว่าส่งผลต่อไขมันอุดตันในเส้นเลือด แต่ในปัจจุบันมีหลักฐานทางวิชาการต่างๆมากขึ้นว่ามีความสัมพันธ์กันค่อนข้างน้อย</p>
<h4>กรดไขมันในน้ำมันมะพร้าว</h4>
<p>น้ำมันมะพร้าว ประกอบด้วย กรดไขมันอิ่มตัวเป็นหลัก รวมๆ แล้ว ประมาณ 88.5% &#8211; 91% ซึ่งนับว่าสูง สูงกว่าน้ำมันหมูเสียอีก</p>
<p>สัดส่วนโดยประมาณ ของกรดไขมันในน้ำมันมะพร้าว ประกอบด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<table style="height: 364px;" width="460">
<tbody>
<tr>
<td style="text-align: center;" width="262">กรดไขมัน</td>
<td style="text-align: center;" width="72">ปริมาณ(%)</td>
</tr>
<tr>
<td>คาไพรลิก (Caprylic acid)</td>
<td style="text-align: center;">7%</td>
</tr>
<tr>
<td>ดีคาโนอิก (Decanoic / Capric acid)</td>
<td style="text-align: center;">8%</td>
</tr>
<tr>
<td>ลอริก (Lauric)</td>
<td style="text-align: center;">48%</td>
</tr>
<tr>
<td>ไมริสติก (Myristic)</td>
<td style="text-align: center;">16%</td>
</tr>
<tr>
<td>ปาล์มมิติก (Palmitic)</td>
<td style="text-align: center;">9.50%</td>
</tr>
<tr>
<td>เอเลอิก (Oleic)</td>
<td style="text-align: center;">6.50%</td>
</tr>
<tr>
<td>อื่นๆ</td>
<td style="text-align: center;">5%</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h4>จะกินน้ำมันมะพร้าวดีมั๊ย?</h4>
<p>คนส่วนใหญ่ที่รับประทานน้ำมันมะพร้าวนั้น หลายคนหวังผลใน เรื่องผลดีต่อหัวใจ และเพิ่มไขมันที่ดีในหลอดเลือด คือ HDL</p>
<p>ซึ่งพบว่าน้ำมันมะพร้าว สามารถส่งผลให้ HDL (ไขมันดี)  มีปริมาณเพิ่มขึ้น และ ในบางงานวิจัยก็พบว่า เพิ่ม HDL(ไขมันที่ดี) และ LDL (ไขมันไม่ดี) ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ในสัดส่วนที่เพิ่ม HDL ได้มากกว่า แต่อย่างไรก็ตามยังคงไม่สามารถสรุปแบบฟันธงไปเลยว่า น้ำมันมะพร้าวจะดีต่อหัวใจ แม้จะเพิ่ม HDL ได้ เพราะงานวิจัยที่ดูผลของน้ำมันมะพร้าวกับโรคหัวใจโดยตรงยังไม่มีหลักฐานที่เพียงพอ อย่างไรก็ตามยังถือว่า มีปริมาณของกรดไขมันอิ่มตัวที่สูง ซึ่งเจ้ากรดไขมันอิ่มตัวที่ว่าทำให้เกิดโรคหลอดเลือดอุดตันได้ค่ะหากเรากินในปริมาณที่มากเกินไป</p>
<p>กรดไขมันอิ่มตัวที่พบ ในน้ำมันมะพร้าวส่วนใหญ่เป็นกรดไขมัน ที่ชื่อว่า Lauric acid (C12) เป็นกรดไขมันอิ่มตัวที่เป็น Medium Chain Fatty acid ทำให้ร่างกายสามารถเผาผลาญได้ง่ายผ่านกระบวนการ beta-oxidation ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้เร็ว เผาผลาญง่ายกว่าพวกไขมันไม่อิ่มตัวโมเลกุลยาวๆ แต่อย่างไรก็ตามยังเป็นที่ถกเถียงกันค่อนข้างมากในเรื่องประโยชน์ของการกินน้ำมันมะพร้าว เพราะงานวิจัยส่วนใหญ่ยังทำในระยะเวลาสั้นๆ (ไม่กี่สัปดาห์, ไม่กี่เดือน) กลุ่มทดลองขนาดเล็ก จึงไม่สามารถบอกผลที่แน่ชัดได้หากกินเป็นระยะเวลานานว่าจะเกิดผลดี (ผลการทดลองที่ออกมาค่อนข้างไปในทางบวก แต่ไม่หนักแน่นพอที่จะสรุปได้ว่าดีจริงๆ) ดังนั้นหากจะกินน้ำมันมะพร้าว ต้องอย่าลืมคำนวณด้วยว่า ได้รับไขมันอิ่มตัวจากเนื้อสัตว์ในอาหารเข้าไปเท่าไหร่แล้ว (คนส่วนใหญ่ก็มักจะกินไขมันเกินปริมาณที่แนะนำต่อวันกันอยู่แล้ว) ดังนั้นเมื่อกินน้ำมันมะพร้าวก็ควรลดการกินไขมันอิ่มตัวอื่นๆในอาหารลงด้วย (ไม่ควรกินน้ำมันมะพร้าวเกินปริมาณที่แนะนำต่อวัน คือ 2 ช้อนโต๊ะต่อวัน) และอย่าลืมบวกปริมาณพวกไขมันทรานซ์ ที่เรามักได้รับ จากพวกเบเกอรี่ เช่น เค้ก คุ้กกี้ เนยเทียม เข้าไปด้วยค่ะ</p>
<h4>กินอย่างไรให้ดีต่อใจ</h4>
<ol>
<li>ควบคุมปริมาณการกินกรดไขมันอิ่มตัวในแต่ละวันให้น้อยกว่า 10% ของพลังงานที่ควรได้ในแต่ละวัน</li>
<li>หลีกเลี่ยงการกินไขมันทรานซ์ ลดให้เป็น 0% ได้ จะดีต่อหัวใจและหลอดเลือดมากๆ ไขมันทรานซ์พบว่ามีความสัมพันธ์กับการเพิ่มของ LDL (ไขมันไม่ดีในหลอดเลือด) ซึ่ง เจ้า LDL นี่มีผลให้เกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด และหัวใจทั้งหลายค่ะ</li>
<li>เลือกปรุงอาหารด้วยการอบ นึ่ง ย่าง แทนการทอด</li>
<li>เลือกรับประทานผัก ผลไม้ เพราะมีไขมันต่ำ ใยอาหารสูง</li>
<li>เพิ่มการรับประทานปลา ลดการรับประทานเนื้อสัตว์ติดมัน</li>
</ol>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1070</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ใช้น้ำมันมะพร้าวเช็ดเครื่องสำอางดีไหมนะ</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 30 Oct 2016 10:17:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่องเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[Acne]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันมะพร้าว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=463</guid>

					<description><![CDATA[?❤️สวัสดีค่ะ สาวๆ เช้านี้เราจะมาตอบข้อสงสัยคาใจกันนะคะ? [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span class="_5mfr _47e3"><span class="_7oe">?</span></span><span class="_5mfr _47e3"><span class="_7oe"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/2764.png" alt="❤" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></span></span>สวัสดีค่ะ สาวๆ เช้านี้เราจะมาตอบข้อสงสัยคาใจกันนะคะ<span class="_5mfr _47e3"><span class="_7oe">?</span></span><span class="_5mfr _47e3"><span class="_7oe"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/2764.png" alt="❤" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></span></span><br />
มีสาวๆหลายคนหลังไมค์มาว่า</p>
<h4>&#8220;ใช้น้ำมันมะพร้าวเช็ดเครื่องสำอางดีมั๊ยคะ?&#8221;</h4>
<p>การเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางด้วยน้ำมันมะพร้าวก็เหมือนกับการที่เราใช้คลีนซิ่งออย เช็ดทำความสะอาดผิวหน้านั่นแหละค่ะ แต่เดี๋ยวก่อนมันมีความแตกต่างค่ะ!!!</p>
<div class="text_exposed_show">
<p>ในคลีนซิ่งออยจะมีการผสมสารอิมัลซิไฟเออร์มาในส่วนผสม ทำให้สามารถเช็ดทำความสะอาดสิ่งสกปรก ออกมาได้ดีกว่า และล้างเอาน้ำมันออกง่ายกว่า</p>
<p>เวลาเช็ดด้วยคลีนซิ่งออยแล้ว เมื่อล้างน้ำ ตัวคลีนซิ่งออยจะเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่น หลายๆคนเรียกว่า น้ำนม แต่จริงๆแล้วไม่ค่อยอยากเรียกว่า น้ำนม เท่าไหร่ เพราะ มีหลายคนเข้าใจผิด ว่า &#8220;น้ำมัน&#8221; เช็ดแล้วจะกลายเป็น &#8220;น้ำนม&#8221; เหมือน น้ำนมวัว ที่ใช้อาบน้ำแร่แช่น้ำนมอะไรแบบนี้ ซึ่งไม่ใช่ ที่ขาวขุ่นเพราะตัวอิมัลซิไฟเออร์ทำให้น้ำกับน้ำมันเข้ากัน เลยกลายเป็นสีขาวขุ่น หลักการเดียวกับที่เราทำน้ำครีมสลัดโดยใช้ไข่เป็นอิมัลซิไฟเออร์ค่ะ ถ้าจะเรียก ควรเรียกว่า สีขาวขุ่นคล้ายน้ำนม ถึงจะถูกต้อง</p>
<p>ซึ่งการใช้น้ำมันมะพร้าวเช็ดทำความสะอาดผิวหน้า มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดสิวอุดตันได้มากกว่า หากเราทำความสะอาดไม่ดี เอาน้ำมันมะพร้าวออกไม่หมดค่ะ</p>
<p>และค่า comedogenic rate ของน้ำมันมะพร้าว = 4 คือ fairly high &gt;&gt;&gt; ค่อนข้างอุดตัน ส่วนคลีนซิ่งออย น้ำมันส่วนใหญ่ที่เลือกมาเป็นส่วนผสม comedogenic rate มักอยู่ที่ 0-1 เช่น Argan oil, Safflower oil เป็นต้นค่ะ</p>
<p>เผื่อใครสนใจดูว่าสารอะไรมี comedogenic rate เท่าไร ดูได้ที่นี่นะคะ &gt;&gt;&gt;&gt;&gt; <a href="https://www.beneficialbotanicals.com/facts-figures/comedogenic-rating.html" target="_blank" rel="nofollow">https://www.beneficialbotanicals.com/…/comedogenic-rating.h…</a></p>
<p>ปล. สำหรับคนที่ไม่รู้ comedogenic rating คือ แนวโน้มการปิดกั้นรูขุมขนของผิวซึ่งจะก่อให้เกิดสิว ต่ำสุดคือ 0 สูงสุดคือ 5 นะคะ</p>
<p>แต่หากใครใช้น้ำมันมะพร้าวแล้ว โอเครกับผิว ไม่เกิดปัญหา ก็สามารถใช้ต่อได้ค่ะ ขึ้นกับสภาพผิวด้วยค่ะ</p>
<p>เพราะ น้ำมันมะพร้าวก็มี ข้อดี คือ ราคาเป็นมิตรกับเรา <span class="_47e3" title="smile emoticon"><span class="_7oe"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></span></span></p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-466 aligncenter" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/มะพร้าว-น้ำมันมะพร้าว-coconut.jpg" alt="%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-coconut" width="640" height="426" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/มะพร้าว-น้ำมันมะพร้าว-coconut.jpg 640w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/มะพร้าว-น้ำมันมะพร้าว-coconut-600x399.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/มะพร้าว-น้ำมันมะพร้าว-coconut-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/มะพร้าว-น้ำมันมะพร้าว-coconut-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
</div>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">463</post-id>	</item>
		<item>
		<title>กลั้วปากด้วย น้ำมันมะพร้าว สามารถลดแบคทีเรียในช่องปากได้จริงหรือ?</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Oct 2016 21:32:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Healthy]]></category>
		<category><![CDATA[Oral care]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันมะพร้าว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=448</guid>

					<description><![CDATA[กลั้วปากด้วย น้ำมันมะพร้าว สามารถลดแบคทีเรียในช่องปากได [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>กลั้วปากด้วย น้ำมันมะพร้าว สามารถลดแบคทีเรียในช่องปากได้จริงหรือ?</h2>
<p>ตั้งแต่อดีตมนุษย์เราก็มีความพยายามในการรักษาสุขภาพช่องปากมาโดยตลอด คนไทยในอดีต จะเคี้ยวหมาก เพื่อช่วยรักษาฟัน และดับกลิ่นปาก และมีการใช้กิ่งข่อย มาทุบให้เป็นเส้นใยเล็กๆแข็งๆ เอาไว้ใช้สำหรับถูฟัน ทำความสะอาด</p>
<p>การกลั้วปากด้วยน้ำมันมะพร้าว เป็นวิธีที่ชาวอินเดียใช้ทำความสะอาดช่องปากมาตั้งแต่สมัยโบราณ วิธีนี้มีการใช้มานานมาก ตั้งแต่ประมาณ 3,000 ปีที่แล้วค่ะ <span class="_47e3" title="อีโมติคอน smile"><span class="_7oe"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></span></span> นานจริงๆด้วย</p>
<p>แต่เทรนด์การใช้น้ำมันมะพร้าวกลั้วปาก กลับมาฮิตอีกครั้งหนึ่งเพราะ ปัจจุบันกระแสการใช้สารสกัดจากธรรมชาติ การใช้พืชออร์แกนิก กำลังได้รับความนิยม รวมทั้ง ผู้คนบางส่วนโดยเฉพาะโซนยุโรป อเมริกา เริ่มมีความกังวลในการใช้สารเคมี ,ใช้แอลกอฮอล์กลั้วปาก ว่าอาจจะกระตุ้นให้เกิดมะเร็งช่องปากได้ (ซึ่งยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่ามีผลให้เกิดมะเร็งช่องปากจริงๆ เพราะยังไม่มีงานวิจัยเพียงพอที่จะสรุปได้)</p>
<p>การกลั้วปากด้วยน้ำมันมะพร้าว จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ สำหรับคนที่อยากใช้สารจากธรรมชาติ ในการทำความสะอาดช่องปาก</p>
<h4>การกลั้วปากด้วยน้ำมันมะพร้าว เรียกอีกชื่อว่า “Oil Pulling”</h4>
<p>หลักการทำงานของ Oil Pulling คือ ในช่องปากจะมีแบคทีเรียอยู่ ซึ่งเซลล์ของแบคทีเรียเหล่านี้ผนังเซลล์จะถูกปกคลุมด้วยไขมัน และน้ำมัน เมื่อเรากลั้วปากด้วยน้ำมันมะพร้าว (ซึ่งเป็นไขมันเหมือนกัน) น้ำมันมะพร้าวจะไปสัมผัสเซลล์ของแบคทีเรีย แล้วดึงแบคทีเรียติดมาด้วย ตามหลักการ like dissolves like<br />
สิ่งไหนที่มีขั้วเหมือนกันก็จะละลายในสารที่มีขั้วเหมือนกันได้ดี เหมือนกับมนุษย์เรานั่นแหละค่ะ เราก็มักจะชอบคนที่มีอะไรคล้ายๆกัน เค้าไปไหนเราก็ไปด้วย</p>
<p>อธิบายให้เห็นภาพ ก็คือ แบคทีเรียก็เหมือนกันค่ะ ที่ผนังเซลล์มีไขมันปกคลุม พอเจอน้ำมันมะพร้าวเป็นไขมันเหมือนกัน ก็จะติดไปกับน้ำมันมะพร้าวนั่นเอง</p>
<h4>วิธีกลั้วปากด้วยน้ำมันมะพร้าว</h4>
<ol>
<li>ตื่นมาตอนเช้าปุ๊บ อย่าเพิ่งกินอะไร &gt;&gt;&gt; กลั้วปากด้วยน้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ นาน 10-15 นาที</li>
<li>บ้วนน้ำมันมะพร้าวทิ้งไป แล้วกลั้วซ้ำด้วยน้ำเปล่า</li>
<li>หากอยากให้สะอาดมากขึ้น สามารถกลั้วด้วยน้ำเกลืออีกครั้งได้ค่ะ (ขั้นตอนนี้ข้ามได้)</li>
<li>แปรงฟันตามปกติ ด้วยยาสีฟัน</li>
<li>เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพที่ดี ทำซ้ำแบบนี้ 3-4 ครั้ง/สัปดาห์</li>
</ol>
<p>นอกจากน้ำมันมะพร้าวแล้ว ก็ยังสามารถใช้น้ำมันงา (Seasame oil), น้ำมันเมล็ดทานตะวัน (Sunflower oil) ในการกลั้วปากได้ค่ะ</p>
<p>มาเล่าถึงงานวิจัยเกี่ยวกับ Oil Pulling กันบ้างดีกว่า จะขอยกตัวอย่างมาบางส่วนนะคะ</p>
<h4>1. Effect of oil pulling on plaque induced gingivitis: A randomized, controlled, triple-blind study</h4>
<p>ตีพิมพ์ในวารสาร Indian Journal of Dental research ปี 2009<br />
งานวิจัยนี้ศึกษาในวัยรุ่นผู้ชาย จำนวน 20 คน ที่มีปัญหาคราบพลากกระตุ้นให้เกิดเหงือกอักเสบ อาสาสมัครจะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 10 คน โดย กลุ่มที่ 1 ได้รับ น้ำมันงา สำหรับกลั้วปาก (Oil Pulling), กลุ่มที่ 2 ได้รับ Chlorhexidine สำหรับกลั้วปาก (กลุ่มควบคุม) ทดลองโดยให้อาสาสมัครกลั้วปากด้วยสิ่งที่ได้รับก่อนแปรงฟันติดต่อกันเป็นเวลา 10 วัน เปรียบเทียบผลการทดลอง พบว่า ปริมาณคราบพลากลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้งในกลุ่มที่ได้รับ Oil Pulling และกลุ่มที่ได้รับ Chlorhexidine, และพบว่า อาการเหงือกอักเสบลดลงทั้งในกลุ่มที่ได้รับ Oil Pulling และ กลุ่มที่ได้รับ Chlorhexidine อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และยังพบว่าในกลุ่มที่ได้รับ Oil Pulling และ Chlorhexidine สามารถลดปริมาณ Microorganism (พวกแบคทีเรียที่พบในพลาก) ได้ทั้งคู่ แต่ในกลุ่มที่ได้รับ Oil Pulling สามารถลดปริมาณ Microorganism ได้มากกว่า กลุ่มที่ได้รับ Chlorhexidine</p>
<h4>2. Effect of Oil-Pulling on Oral Microorganisms in Biofilm Models</h4>
<p>ตีพิมพ์ในวารสาร Asia Journal of Public Health ปี 2011<br />
งานวิจัยนี้จะทดลองผลของการใช้เทคนิค Oil Pulling ของ น้ำมัน 7 ชนิด คือ น้ำมันมะพร้าว (Coconut oil), น้ำมันข้าวโพด(corn oil), น้ำมันรำข้าว (rice bran oil), น้ำมันปาล์ม (palm oil), น้ำมันงา (sesame oil), น้ำมันเมล็ดทานตะวัน (sunflower oil) และ น้ำมันถั่วเหลือง (soy bean oil) ต่อสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก พวกแบคทีเรีย ทำการทดลองในแบบจำลองไบโอฟิล์ม ซึ่งมีเชื้อ 3 ชนิด คือ Streptococcus mutans KPSK2, Lactobacillus casei ATCC 6363 และ Candida albicans ATCC 13803 ผลการทดลองพบว่า น้ำมันมะพร้าวสามารถยับยั้ง S. mutans และ C. albicans ได้ น้ำมันงา สามารถส่งผลต่อต้านเชื้อ S. mutans ได้ และน้ำมันเมล็ดทานตะวัน สามารถต้านเชื้อรา against C. albicans ได้ แต่อย่างไรก็ตามน้ำมันทุกชนิดในการทดลองนี้ไม่สามารถยับยั้ง L. casei ได้<br />
จากการทดลองนี้แสดงให้เราเห็นได้ในระดับหนึ่งว่า การใช้ Oil Pulling มีผลดีต่อการยับยั้งแบคทีเรียในช่องปากค่ะ</p>
<h4>สรุปข้อดีของการใช้น้ำมันมะพร้าวกลั้วปาก</h4>
<ol>
<li>ลดการเกิดเหงือกอักเสบ</li>
<li>ลดการเกิดกลิ่นลมหายใจเหม็น</li>
<li>ช่วยให้เหงือกและฟันแข็งแรง ลดโอกาสการเกิดฟันผุ</li>
<li>ลดการเกิดแบคทีเรียในช่องปาก</li>
</ol>
<p>แล้วพบกันใหม่กับบทความจาก Jaslyn นะคะ</p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-449 aligncenter" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/มะพร้าว.jpg" alt="%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7" width="960" height="642" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/มะพร้าว.jpg 960w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/มะพร้าว-600x401.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/มะพร้าว-300x201.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/มะพร้าว-768x514.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/มะพร้าว-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p><strong>อ้างอิง :</strong><br />
1. <a href="http://sphinxsai.com/2014/PTVOL6/PT=37(701-703)AJ14.pdf">รายงานการวิจัยเรื่อง Oil Pulling and its Role in Oral and Systemic Diseases- A Review Article</a><br />
2. <a href="http://asiaph.org/admin/img_topic/6096Sroisiri.pdf">รายงานการวิจัยเรื่อง Effect of Oil-Pulling on Oral Microorganisms in Biofilm Models</a><br />
3. <a href="http://www.webmd.com/oral-health/features/oil-pulling">บทความเรื่อง Should You Try Oil Pulling?</a><br />
4. <a href="https://draxe.com/oil-pulling-coconut-oil/">บทความเรื่อง Coconut Oil Pulling Benefits &amp; How-to Guide</a><br />
5. <a href="http://www.ijdr.in/article.asp?aulast=Asokan&amp;epage=51&amp;issn=0970-9290&amp;issue=1&amp;spage=47&amp;volume=20&amp;year=2009">รายงานการวิจัยเรื่อง Effect of oil pulling on plaque induced gingivitis: A randomized, controlled, triple-blind study</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">448</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
