<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>เวชสำอาง &#8211; Jaslyn</title>
	<atom:link href="https://www.jaslynsense.com/tag/%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.jaslynsense.com</link>
	<description>ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง สาระความรู้สุขภาพและความงาม</description>
	<lastBuildDate>Mon, 21 Mar 2022 10:03:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.2</generator>

<image>
	<url>https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/07/cropped-01-150x150.jpg</url>
	<title>เวชสำอาง &#8211; Jaslyn</title>
	<link>https://www.jaslynsense.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">113788713</site>	<item>
		<title>ดูแลผิวอย่างไร ให้แต่งหน้าปัง เคล็ดลับดูแลผิวที่สาวๆไม่ควรพลาด</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%87/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%87/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Jaslyn_Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Jul 2017 18:18:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ความสวยความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[Antiaging]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<category><![CDATA[เวชสำอาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jaslynsense.com/?p=1775</guid>

					<description><![CDATA[Hello สวัสดีค่ะสาวๆวันนี้จัสลินมี Beuty Tips มาฝากกันค่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>Hello สวัสดีค่ะสาวๆวันนี้จัสลินมี Beuty Tips มาฝากกันค่ะ</h2>
<p>ทราบมั๊ยคะว่า <strong>พื้นฐานสำคัญที่สุดของการแต่งหน้าให้ปังอยู่ที่การดูแลผิวค่ะ</strong><br />
ลองสังเกตุดูนะคะ ช่วงไหนที่เราพักผ่อนน้อย หน้าโทรม ไม่ค่อยได้บำรุงดูแลผิวหน้า  หรือไปเผชิญกับสภาวะแวดล้อมที่รุนแรงมาปัญหาที่เรามักจะพบตามมา คือ แต่งหน้าไม่ติด แต่งหน้าแล้วก็ยังรู้สึกไม่สดใส<br />
จริงๆแล้วสาเหตุของปัญหานั้น เกิดจากผิวของเราขาดความชุ่มชื้นค่ะ และอาจจะถูกทำร้ายจากปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ เช่นมลภาวะ แสงแดด ฝุ่นละออง จนนำมาสู่ความหมองคล้ำของผิวด้วย</p>
<p>หลักการพื้นฐานที่สำคัญสุดในการดูแลผิวเพื่อพร้อมรองรับกับการแต่งหน้าให้ปัง มีหลักการง่ายๆค่ะ</p>
<p><strong>“ผิวที่สะอาด และชุ่มชื้น เป็นเงื่อนไขสำคัญพื้นฐานที่จะช่วยให้ผิวดูสดใส”</strong> แต่งหน้าแล้วปัง<br />
และที่สำคัญเราต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว ปัญหาผิวของเราด้วยนะคะ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เราเลือกใช้ต้องซึมซาบลึกเข้าสู่ผิว มีประสิทธิภาพในการบำรุงผิวเป็นอย่างดีค่ะ</p>
<h2><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1776 size-full" src="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/07/7-01.jpg" alt="ดูแลผิวอย่างไร" width="626" height="840" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/07/7-01.jpg 626w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/07/7-01-600x805.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/07/7-01-224x300.jpg 224w" sizes="(max-width: 626px) 100vw, 626px" /><br />
5 ขั้นตอนพื้นฐานบำรุงผิวให้แต่งหน้าปัง</h2>
<h4>ขั้นที่1 เตรียมผิวด้วยโทนเนอร์</h4>
<p>การใช้โทนเนอร์จะช่วยในการเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการทาผลิตภัณฑ์ในขั้นต่อไป ทำให้ผลิตภัณฑ์ขั้นต่อไปสามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น รวมถึงยังช่วยในการกระชับรูขุมขนได้อีกด้วยค่ะ</p>
<p><a href="https://invol.co/cl9v59o">สามารถคลิกเพื่อดูรายละเอียดและเลือกซื้อโทนเนอร์ได้จากที่นี่ค่ะ</a></p>
<h4>ขั้นที่ 2 ให้ความสำคัญกับผิวรอบดวงตา</h4>
<p>บริเวณรอบดวงตาเป็นอีกบริเวณหนึ่งบนผิวหน้าที่มีความบอบบางเป็นพิเศษ และมักถูกละเลย ควรทาอายครีมลงบริเวณหัวตาแล้วเกลี่ยไปทางหางตาทั้งเปลือกตาบน และใต้ดวงตา ขั้นตอนนี้จะช่วยให้ความชุ่มชื้น ป้องกันการเกิดรอยตีนได้ค่ะ</p>
<p><a href="https://invol.co/cl9v5av">สามารถคลิกเพื่อดูรายละเอียดและเลือกซื้ออายครีมได้จากที่นี่ค่ะ</a></p>
<h4>ขั้นที่ 3 เลือกเซรั่ม หรือเอสเซนส์ให้ตรงกับปัญหาเฉพาะจุด</h4>
<p>สำหรับใครที่มีปัญหาผิวเป็นพิเศษอาจจะต้องเพิ่มเติมขั้นตอนนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผิวให้มากขึ้น เช่น ลดปัญหาฝ้า ลดปัญหาสิวอุดตัน</p>
<p><a href="https://invol.co/cl9v5dc">สามารถคลิกเพื่อดูรายละเอียดและเลือกซื้อเซรั่มได้จากที่นี่ค่ะ</a></p>
<p><a href="https://invol.co/cl9v5eg">สามารถคลิกเพื่อดูรายละเอียดและเลือกซื้อเอสเซนส์ได้จากที่นี่ค่ะ</a></p>
<h4>ขั้นที่ 4 เติมความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยครีมบำรุงสูตรเข้มข้น</h4>
<p>ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นให้กับผิว เพราะเมื่อเราทาครีมทั่วใบหน้า ครีมจะทำหน้าที่เป็นชั้นฟิล์มปกคลุมผิว และรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว นอกจากนี้การเลือกครีมบำรุงที่มีประสิทธิภาพเหมาะกับสภาพปัญหาผิว ยังช่วยฟื้นบำรุงผิวได้อย่างตรงจุดด้วยค่ะ ปริมาณครีมที่ควรใช้ในแต่ละครั้งควรมีปริมาณที่เหมาะสม ปริมาณเท่าเหรียญ 1 บาท แบ่งแต้ม 5 จุด หน้าผาก แก้ม 2 ด้าน จมูก คาง แล้วเกลี่ยทั่วใบหน้า</p>
<p><a href="https://invol.co/cl9v5gy">สามารถคลิกเพื่อดูรายละเอียดและเลือกซื้อครีมบำรุงผิวได้จากที่นี่ค่ะ</a></p>
<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" class="wp-image-1800 aligncenter" src="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/09/Photo._170623_0136.jpg" alt="" width="267" height="400" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/09/Photo._170623_0136.jpg 1365w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/09/Photo._170623_0136-600x900.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/09/Photo._170623_0136-200x300.jpg 200w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/09/Photo._170623_0136-768x1152.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/09/Photo._170623_0136-683x1024.jpg 683w" sizes="(max-width: 267px) 100vw, 267px" /></figure>
</div>
<h4>ขั้นที่ 5 ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด</h4>
<p>การทาครีมกันแดดเป็นขั้นตอนดูแลผิวที่ห้ามขาดโดยเด็ดขาด เพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวีที่คอยทำร้ายผิว โดยเฉพาะบ้านเรา แดดเมืองไทยแรงมว๊าก!!! ปริมาณครีมกันแดดที่เหมาะสม คือ ประมาณ 2 ข้อนิ้วชี้ หรือเท่ากับวงเหรียญ 10 บาท เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพตามที่ผลิตภัณฑ์ระบุค่ะ</p>
<p><a href="https://invol.co/cl9v5i9">สามารถคลิกเพื่อดูรายละเอียดและเลือกซื้อครีมกันแดดได้จากที่นี่ค่ะ</a></p>
<p>เพื่อนๆลองนำ Beauty Tips ไปปรับใช้กับการดูแลผิวหน้ากันดูนะคะ รับรองว่าถ้าดูแลผิวหน้าดี ชุ่มชื้น สุขภาพดี แต่งหน้ายังไงก็ปังค่ะ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1775</post-id>	</item>
		<item>
		<title>Anti-pollution คือ อะไร? เทรนด์นี้มีที่มาที่ไปอย่างไร? ช่วยผิวได้จริงมั๊ย?</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/anti-pollution-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/anti-pollution-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Dec 2016 19:16:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่องเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[sensitive skin]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<category><![CDATA[เวชสำอาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=949</guid>

					<description><![CDATA[ก่อนหน้านี้ จากงาน in-cosmetic 2016 ที่จัดที่กรุงเทพฯ ใ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ก่อนหน้านี้ จากงาน in-cosmetic 2016 ที่จัดที่กรุงเทพฯ ในช่วงเดือน พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เราเคยเก็บรูปภาพบรรยากาศงาน มาเล่าให้เพื่อนๆฟังว่า เทรนด์ของเครื่องสำอางที่กำลังจะมา มี 3 เรื่องหลัก คือ</p>
<ol>
<li><strong>เครื่องสำอางฮาลาล</strong> เพราะตลาดในตะวันออกกลางมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี</li>
<li><strong>เครื่องสำอางฝรั่งเศส,ส่วนผสมจากฝรั่งเศส</strong> (จริงๆ เรื่องความฮิตของแบรนด์ฝรั่งเศสในบ้านเรามีมานานแล้ว แต่กระแสตกไปพอสมควรจากกระแสเครื่องสำอางเกาหลี แต่ช่วงนี้รู้สึกว่า เครื่องสำอางสัญชาติฝรั่งเศสหลายแบรนด์กำลังเร่งเครื่องจนกระแสฝรั่งเศสเริ่มกลับมาอีกครั้งค่ะ เชื่อว่า เพื่อนหลายคนต้องมีผลิตภัณฑ์ กลุ่มน้ำตบ และน้ำแร่ยอดฮิตอยู่ในครอบครองแน่นอน)</li>
<li><strong>Anti-pollution</strong> ขอแปลตรงตัวเลยละกัน ว่า เทรนด์เครื่องสำอางต่อต้านมลภาวะ ซึ่งก็เริ่มเห็นกันบ้างแล้วในเครื่องสำอางที่ขายในบ้านเรา แต่ยังไม่เปรี้ยง บางคนน่าจะยังสงสัยกันอยู่ว่า Anti-pollution คือ อะไร? จะต้องใช้ เครื่องสำอาง Anti-pollution มั๊ย ?<img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-950" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/antipollution.jpg" alt="anti-pollution คือ ต่อต้านมลภาวะ" width="791" height="527" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/antipollution.jpg 791w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/antipollution-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/antipollution-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/antipollution-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/antipollution-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 791px) 100vw, 791px" /></li>
</ol>
<h4>Anti-pollution คือ อะไร? เทรนด์นี้มีที่มาที่ไปอย่างไร?</h4>
<p>กิจกรรมต่างๆของมนุษย์ และอุตสาหกรรมต่างๆ ทำให้เกิด Pollution หรือ มลภาวะขึ้น ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีค่ะ ว่ามลภาวะส่งผลต่อสุขภาพของเรา และล่าสุดพบว่า ในเมืองใหญ่ๆที่เกิดมลภาวะ ขนาดอนุภาคฝุ่นละอองมีขนาดเล็กมาก <strong>PM 2.5</strong> (มาจาก คำว่า Particulate Matter 2.5) คือ ขนาดฝุ่นละออง ควัน ที่แขวนลอยอยู่ในอากาศ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 2.5 ไมครอน หรือ เล็กกว่านั้น</p>
<p>ซึ่ง เค้าพบว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เนี่ย เมื่อสัมผัสกับผิวหนังเราแล้ว สามารถแทรกตัวเข้าไปในผิวหนังชั้น Epidermis (ชั้นหนังกำพร้า) ของเราได้ แล้วไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ, ผิวแห้งกร้าน, ไปมีผลต่อเซลล์ของผิวหนัง แล้วไปกระตุ้นให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น ความกระชับ, มีผลต่อโครงสร้างที่ช่วยปกป้องผิวหนัง (skin barrier), ทำให้รูขุมขนอุดตัน และ กระตุ้นให้เกิดสิวได้</p>
<p>ในวงการผู้ผลิตสารสำคัญ (Active ingredients) จึงมีแนวคิดว่า จะต้องต่อสู้กับมลภาวะเพื่อปกป้องโครงสร้างที่ช่วยปกป้องผิวเรา – <strong>“To fight pollution we need to put up our own skin barriers!”</strong> โดยการหาสารสกัดจากพืชมาช่วยต่อสู้กับมลภาวะ</p>
<p>ซึ่งสารที่จะเป็น Anti-pollution ได้จะต้องเป็น <strong>สารสำคัญที่สามารถลดการเกาะติดผิวหนัง และการแทรกตัวของ เจ้า PM 2.5 เข้าสู่ผิวหนังชั้นหนังกำพร้าได้ </strong>เท่านั้นค่ะ จึงจะตรงกำคำจำกัดความ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสารที่มีความสามารถเป็น Anti-pollution จะฟอร์มตัวเป็นฟิล์มบนผิวได้ค่ะ</p>
<p>เค้าจะทดลองกันโดยแบ่งกลุ่มอาสาสมัครออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มควบคุม ไม่ได้ทาสารสำคัญ 2. กลุ่มทดลอง กลุ่มนี้จะทาสารสำคัญที่มีความสามารถเป็น Anti-pollution หลังจากนั้นให้ทั้ง 2 กลุ่ม เอาผิวสัมผัสกับผงถ่าน (Activated Charcoal) ที่มีขนาดอนุภาค 2.5 ไมครอน หรือเล็กกว่า (ตาม concept) แล้วก็ล้างออก จากนั้นมาวัดความหนาแน่นของอนุภาคผงถ่านที่เกาะติดผิวกัน สารที่มีความสามารถเป็น Anti-pollution ได้ต้องมี ค่าความหนาแน่นของผงถ่านที่ยึดเกาะผิวน้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญค่ะ</p>
<p><strong>ตัวอย่างของสารสำคัญที่เป็น Anti-pollution ได้แก่</strong> (อันนี้ไม่ได้โฆษณาให้ผู้ผลิตเจ้าไหนนะคะ มีหลายเจ้า)</p>
<ul>
<li>Phytofuse Renew</li>
<li>ABS Moringa Pterygosperma Seed Extract (สารสกัดจากเมล็ดมะรุม)</li>
<li>ACB Yerba Santa Glycoprotein PF</li>
<li>Phyco AP</li>
<li>City Guard+</li>
<li>EXO-ptm</li>
<li>Citystem<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />  เป็นต้น</li>
</ul>
<h4>Anti-pollution ดีอย่างไร?</h4>
<p>ขอตอบโดยรวมนะคะ</p>
<p>สามารถลดความหยาบกร้านของผิวหนัง,ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น, ช่วยปกป้อง Skin barrier, ช่วยลดปัญหาของผิวที่ถูกกระตุ้นจากมลภาวะเช่น การอักเสบ ระคายเคือง และส่วนใหญ่มักเป็นสารที่มีฤทธิ์ Anti-oxidant อยู่ด้วย ค่ะ</p>
<h4>เครื่องสำอาง Anti-pollution ในบ้านเรา &#8230; Anti-pollution จริงรึเปล่า?</h4>
<p>ส่วนใหญ่ที่เห็นผ่านๆตา (เกือบทั้งหมด) ยังไม่ตรงกับคำจำกัดความของ Anti-pollution ค่ะ ส่วนใหญ่สารสำคัญที่ใช้ จะเป็น Anti-oxidant (ต้านอนุมูลอิสระ) เสียมากกว่า เช่น สารในกลุ่มวิตามินต่างๆ, สารสกัดจากพืชบางชนิดที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ หรือ การบอกว่าช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด UVB แล้วบอกว่าต่อต้านมลภาวะ แบบนี้ก็ถือว่าไม่ตรง concept, หรือ บางตัวบอกว่าช่วยเสริมความแข็งแรงของเกราะปกป้องผิวหนัง ให้ความชุ่มชื้น ลดริ้วรอย ลดจุดด่างดำ ลดการเกิดสิว อะไรแนวนี้ ถือว่า ไม่ตรง concept กับ Anti-pollution ทั้งสิ้นค่ะ เพราะ อาการพวกนี้เป็นอาการที่เกิด<strong>หลังจากถูกมลภาวะทำร้ายไปแล้ว</strong> แต่ สกินแคร์ ที่เป็น <strong>Anti-pollution ต้องปกป้องก่อนผิวถูกทำร้าย</strong> ไม่ใช่มาแก้ไข หรือ Repair อย่างที่เขียนไปข้างต้น Anti-pollution ต้องลดการเกาะติด และแทรกตัวของ PM 2.5 เข้าสู่ผิวหนังชั้นหนังกำพร้าได้ค่ะ นอกนั้นไม่เข้าเกณฑ์ ไม่ตรง concept</p>
<h4>Anti-pollution เหมาะกับใคร?</h4>
<p>โดยส่วนตัวคิดว่า เหมาะกับคนที่อาศัย ทำงานในเมืองใหญ่ที่มีมลภาวะ เช่น กรุงเทพฯ, เชียงใหม่ ค่ะ ถ้าอยากจะใช้ก็ใช้ได้ แต่ไม่ได้จำเป็นมาก แต่หากเราไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ ก็ให้เน้นการทำความสะอาดผิวหน้า โดยการใช้คลีนซิ่งเช็ดทำความสะอาดก่อนล้างหน้า แล้วล้างหน้าอีกครั้งด้วยโฟมล้างหน้า ที่บอกแบบนี้เพราะยังหางานวิจัยที่เทียบการทำความสะอาดโดยใช้คลีนซิ่งร่วมกับพวกโฟม/เจลล้างหน้า เทียบตรงๆ กับ การใช้ ผลิตภัณฑ์ ที่มีส่วนประกอบ Anti-pollution ไม่เจอ และยังหางานวิจัยที่ไม่ได้ทำการทดลองโดยบริษัทผู้ผลิตสารสำคัญไม่เจอเหมือนกัน ใครมีสามารถนำมาแบ่งปันกันได้นะคะ</p>
<h4>โดยสรุป</h4>
<p>เครื่องสำอาง Anti-pollution ต้องลดการเกาะติด และแทรกตัวของ PM 2.5 เข้าสู่ผิวหนังชั้นหนังกำพร้า เหมาะกับสาวๆในเมืองใหญ่ กลุ่มนี้เน้นช่วยลดความหยาบกร้านของผิว, เพิ่มความชุ่มชื้น, ลดปัญหาผิวจากการถูกกระตุ้นด้วยมลภาวะ</p>
<p>อ้างอิง</p>
<ol>
<li><a href="http://activeconceptsllc.com/wp-content/uploads/2016/06/Electronic-Anti-Pollution-Brochure-v3.pdf">http://activeconceptsllc.com/wp-content/uploads/2016/06/Electronic-Anti-Pollution-Brochure-v3.pdf</a></li>
<li><a href="http://cosmetics.specialchem.com/product/i-sederma-croda-international-group-citystem">http://cosmetics.specialchem.com/product/i-sederma-croda-international-group-citystem</a></li>
<li>เอกสารงาน in-cosmetic 2016 กรุงเทพฯ Spotlight on Anti-pollution</li>
</ol>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/anti-pollution-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">949</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เวชสำอาง VS เครื่องสำอาง ตอนที่ 3 (จบ)</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-vs-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-3/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-vs-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 16 Oct 2016 19:54:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้อื่นๆ]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<category><![CDATA[เวชสำอาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=320</guid>

					<description><![CDATA[สวัสดีค่ะสาวๆ วันนี้จะมาต่อกันเรื่อง เวชสำอาง VS เครื่อ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีค่ะสาวๆ</p>
<h2>วันนี้จะมาต่อกันเรื่อง เวชสำอาง VS เครื่องสำอาง ตอนที่ 3 (จบ) ค่ะ</h2>
<p>หลายๆคนอาจจะยังมองไม่เห็นภาพชัดเจนว่า สรุปแล้ว เวชสำอาง กับ เครื่องสำอาง ต่างกันอย่างไร?</p>
<p>ง่ายๆเลย ก็คือ เครื่องสำอางจะเน้นไปที่การทำให้สวยงามกับร่างกาย แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผิวหนัง ส่วนเวชสำอาง เมื่อใช้ไปแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของผิวหนัง และที่สำคัญต้องมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับในเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัย จากสถาบันที่น่าเชื่อถือค่ะ (ที่กล่าวมานี้ยึดตาม FDA ของยุโรปนะคะ เพราะเค้ามีการนิยาม คำว่า เวชสำอาง หรือ Cosmeceuticals ตามกฎหมาย &#8230; บ้านเราไม่มี) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เวชสำอาง ไม่จัดเป็น ยา นะคะ รักษาโรคไม่ได้ ใช้แทนยาไม่ได้</p>
<p>Jaslyn จะยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เช่น</p>
<p>กลุ่มผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้น</p>
<p>เครื่องสำอาง : ทาแล้ว เกิดฟิล์มเคลือบอยู่บนผิวหนัง ทำให้น้ำระเหยออกจากผิวได้น้อยลง คงความชุ่มชื้นไว้ในผิวได้นานขึ้น</p>
<p>เวชสำอาง : นอกจากจะเป็นฟิล์มเคลือบอยู่บนผิวหนัง ป้องกันน้ำระเหยออกจากผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้นแล้ว จะมีสารสำคัญจากธรรมชาติ กระตุ้นให้ผิวเกิดการสร้างคอลลาเจน และทำให้ชั้นผิวหนังหนาตัวขึ้น</p>
<p>เราจะมาเล่าเกี่ยวกับความเข้าใจผิดเกี่ยว กับ เวชสำอาง และเครื่องสำอางกันดีกว่า เนื่องจากระหว่างการค้นหาข้อมูลที่จะเขียนบทความนี้ เราก็พบความเข้าใจผิดต่างๆ เกี่ยวกับเวชสำอางและเครื่องสำอางอยู่มากมายพอสมควรค่ะ ซึ่งก็อยากมาแบ่งปันกับเพื่อนๆในเพจ</p>
<h4>1. ส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า สารสำคัญในเวชสำอาง ต้องเข้มข้นกว่า ในเครื่องสำอาง แน่ๆ</h4>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ตอบ</strong></span> ผิด ไม่จำเป็นค่ะ เช่น ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มดูแลสิว เวชสำอางต้องมี %AHA เข้มข้นกว่า เครื่องสำอาง อันนี้ไม่จำเป็นค่ะ เพราะการจะเป็นเวชสำอางหรือไม่เราไม่ได้วัดกันที่ความเข้มข้นมากกว่า หรือน้อยกว่า เราวัดกันที่ 1. เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผิวหนังหรือไม่ อย่างที่เคยเล่าไปในตอนก่อนหน้านี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ให้ความเห็นว่า AHA เปลี่ยนแปลงโครงสร้างผิวอยู่แล้วค่ะ ที่ PH น้อยกว่า 3 2. วัดกันที่มีงานวิจัยรองรับ และมีการทดลองเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือไม่? (ยึดตาม FDA ยุโรป) แต่อย่างที่เคยเขียนไปในตอนที่แล้ว FDA ไทย เราไม่มีการรับรอง คำว่า “เวชสำอาง” ในกฎหมาย จึงไม่มีข้อกำหนดใดๆ ดังนั้นใครอยากจะใช้เพื่อการโฆษณาก็ใช้ได้ เช่น สมมุติ มีผู้ผลิตใส่ AHA 2% แต่อยาก บอกว่าผลิตภัณฑ์เป็นเวชสำอางก็ทำได้ค่ะ และในขณะเดียวกัน ผู้ผลิตอีกรายใส่ AHA 5% แต่อยากบอกว่า ตัวเองเป็น เครื่องสำอางก็ได้เช่นกันไม่บังคับ บ้านเราตามกฎหมาย มีแต่ “เครื่องสำอาง” ไม่มีคลาสย่อยค่ะ ดังนั้นอยากโฆษณาอย่างไรก็ได้ แต่ FDA ไทยห้ามใช้คำว่า Cosmecueticals เป็นส่วนหนึ่งของชื่อการค้าและชื่อเครื่องสำอาง รวมถึงคำพ้องรูป พ้องเสียง เช่น Jaslyn Cosmecueticals งี้ ผิด</p>
<h4>2.สารสำคัญในเวชสำอาง ต้องเป็น สารตัวเทพ ประสิทธิภาพดี เป็นสารสกัดจากธรรมชาติหายาก เท่านั้น!!!</h4>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ตอบ</strong></span> ไม่จำเป็นค่ะ แค่ในครีมบำรุงทั้งสูตรใส่ วิตามินซีแค่ตัวเดียว แต่ มีผลการศึกษาว่าสามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผิว ทำให้คอลลาเจนในผิวเพิ่มขึ้นจริง ก็สามารถบอกได้ว่าเป็นเวชสำอางค่ะ</p>
<p>3.เวชสำอาง ก่อให้เกิดการแพ้ ได้น้อยกว่า เครื่องสำอาง<br />
ตอบ ผิดค่ะ การแพ้เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ดังนั้น ไม่ว่าเวชสำอาง หรือ เครื่องสำอาง อาจจะก่อให้เกิดการแพ้ได้เช่นกัน และถึงแม้ จะมีการทดสอบในอาสาสมัครมาก่อน มี Dermatological Test หรือ แม้กระทั่งการทดสอบในอาสาสมัครที่ผิวแพ้ง่าย แล้วไม่มีใครแพ้เลยแม้แต่คนเดียว ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าเราซิ้อมาใช้แล้วจะไม่แพ้ค่ะ แนะนำว่า ก่อนใช้เครื่องสำอางใดๆกับหน้า ลองทดสอบการแพ้ระคายเคืองที่ท้องแขน หรือหลังหู อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนใช้นะคะ จะบอกได้ระดับหนึ่งในเรื่องของการแพ้</p>
<h4>4.หากใช้ เวชสำอางในกลุ่มสิว แล้วหน้าลอกเป็นขุย สิวผุดขึ้นมา แสดงว่ากำลังได้ผล กำลังเกิดการซ่อมแซมผิว</h4>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ตอบ</strong></span> ผิดค่ะ ส่วนใหญ่ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเวชสำอาง ที่เกี่ยวกับสิว มักมีการใส่ AHA, BHA ลงไป เพื่อผลัดเซลล์ผิว และลดการอุดตัน อาการที่เกิดขึ้น เช่น ผิวลอกเป็นขุย สิวผุดขึ้น มาเป็นอาการข้างเคียงของการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นได้บ้าง (ไม่ควรเกิน 4 สัปดาห์ อาการดังกล่าวควรดีขึ้น) แต่ไม่ใช่ร่างกายเกิดการซ่อมแซมผิว แต่หากมีอาการแสบ บวม แดง ร้อน ผื่นขึ้น แบบนี้ต้องหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ทันทีและปรึกษาแพทย์ค่ะ เพราะอาจจะเกิดการแพ้</p>
<h4>ก่อนหน้า</h4>
<p>ตอนที่ 1 : <a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%86/%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%87-vs-%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%87-1/">เวชสำอาง VS เครื่องสำอาง ตอนที่ 1</a><br />
ตอนที่ 2 : <a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%86/%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%87-vs-%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%87-2/">เวชสำอาง VS เครื่องสำอาง ตอนที่ 2</a></p>
<p><img decoding="async" class="alignleft size-full wp-image-333" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/เวชสำอาง-VS-เครื่องสำอาง3.jpg" alt="%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-vs-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%873" width="806" height="604" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/เวชสำอาง-VS-เครื่องสำอาง3.jpg 806w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/เวชสำอาง-VS-เครื่องสำอาง3-600x450.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/เวชสำอาง-VS-เครื่องสำอาง3-300x225.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/เวชสำอาง-VS-เครื่องสำอาง3-768x576.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/เวชสำอาง-VS-เครื่องสำอาง3-370x277.jpg 370w" sizes="(max-width: 806px) 100vw, 806px" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-vs-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">320</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เวชสำอาง VS เครื่องสำอาง ต่างกันอย่างไร? ตอนที่ 2</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-vs-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-2/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-vs-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 16 Oct 2016 19:20:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้อื่นๆ]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<category><![CDATA[เวชสำอาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=319</guid>

					<description><![CDATA[สวัสดีค่ะ สาวๆ วันนี้เรามาต่อกันนะคะ เรื่อง เวชสำอาง VS [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีค่ะ สาวๆ วันนี้เรามาต่อกันนะคะ</p>
<h2>เรื่อง เวชสำอาง VS เครื่องสำอาง ต่างกันอย่างไร? ตอนที่ 2</h2>
<p>อย่างที่กล่าวไปใน ตอนที่ 1 คำว่า “เวชสำอาง” ยังไม่ได้รับการยอมรับสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทย และของประเทศสหรัฐอเมริกา ดังนั้น คำนี้จึงยังไม่มีผลในการรับรองชนิดของผลิตภัณฑ์ใดๆตามกฎหมาย&#8221;</p>
<p>แต่ไม่ได้หมายความว่าใช้คำนี้ไม่ได้นะคะ สามารถใช้ได้ค่ะ แต่หมายความว่า “กฏหมายไม่ได้กำหนดนิยามเอาไว้” เพราะฉะนั้นใครอยากจะเคลมก็ได้ ไม่ผิดกฏหมาย แต่ก็เคลมในแง่ของการโฆษณาเท่านั้น ต่างกับยุโรปที่มีการกำหนดนิยามเอาไว้ และการจะเคลมได้ ก็ต้องมีงานวิจัยว่าส่งผลต่อโครงสร้างของผิวหนังจริงๆ รองรับซะก่อน</p>
<p>สำหรับที่อเมริกาก็เคยมีดราม่าเล็กๆระหว่าง FDA กับบริษัทเครื่องสำอาง เพราะบริษัทเครื่องสำอางอยากใช้คำว่า Cosmeceuticals หรือแปลเป็นไทยว่าเวชสำอางมาก แต่ FDA ของอเมริกาก็บอกว่า ถ้าอยากเป็นเวชสำอาง ก็ไปทำงานวิจัยมารองรับประสิทธิภาพ และทำตามข้อกำหนดที่ยุ่งยาก เยอะแยะ แบบของยาเลย แล้วก็ขึ้นทะเบียนเป็นยาไปเลยซะก็จบ แต่บริษัทเครื่องสำอางก็บอก ไม่เอา ไม่อยากทำ แล้วก็ไม่อยากเป็นยาด้วย เพราะเค้าเป็นเครื่องสำอาง ถ้าเป็นยาจะโฆษณาหรือทำการตลาดก็ยาก ใครจะไปอยากทำ</p>
<p>ตัวอย่างเช่น กรณีของ AHA ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังก็ให้ความเห็นว่า AHA มีความเป็นกรด ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวหนังชั้น Stratum corneum ได้ ลึกลงไป 20 – 30 ชั้นเลย โดยเฉพาะ ในสูตรที่มี PH = 3 หรือ ต่ำกว่า 3 หรือแม้แต่ในสูตร มีความเข้มข้นของ AHA ต่ำกว่า 10% &#8211; 10% แต่มี PH = 3.5 ก็สามารถซึมผ่านผิวหนังได้ พอลูกค้าซื้อไปทาก็จะรู้สึกกัด แสบๆ ที่ผิว ก็เข้าใจผิดว่าผลิตภัณฑ์ที่กัดๆ รู้สึกแสบๆ นี่แหละดี จริงๆแล้วเป็นความเข้าใจผิด ความรู้สึกที่เกิด เกิดจากการที่กรดซึมผ่านผิวหนังเข้าไปลึกถึงชั้นหนังแท้ แล้วไปโดนส่วนปลายของเส้นประสาทในชั้นหนังแท้ตะหาก ไม่ได้เกี่ยวกับประสิทธิภาพ อันนี้ก็เป็นหนึ่งในเทคนิคในการตั้งสูตรตำรับเพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกดี</p>
<p>FDA ก็บอกว่ากำหนดไปเลยไหม สารบางตัวอย่าง AHA เราก็รู้อยู่แล้วว่ามันซึมเข้าสู่ผิวได้ลึก มันก็เปลี่ยนแปลงโครงสร้างผิวได้นะ แบบนี้ก็เข้าข่ายคล้ายยาสิ จะอยากเป็นเวชสำอาง ก็ทำ Paper งานวิจัย มารองรับเลยสิ</p>
<p>บริษัทเครื่องสำอางก็บอก ไม่ใช่ๆ AHA ของเค้ามันไม่ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้าง มันแค่ผลัดเซลล์ผิวเฉยๆ อย่ามามั่ว ไปพูดว่าเปลี่ยนแปลงโครงสร้างมันน่ากลัว เดี๋ยวคนตกใจหมด สุดท้ายอเมริกาก็เลยไม่มีนิยามคำว่า Cosmeceuticals ในทางกฏหมาย อยากจะใช้คำนี้โฆษณาก็โฆษณาไป แต่ FDA ไม่รับรองให้นะ</p>
<p>ส่วนของไทย FDA เราก็ตามอเมริกาเลยค่ะ เค้าว่าไงก็ว่าตามกัน เราก็เลยไม่มีคำว่า &#8220;เวชสำอาง&#8221; ตามนิยามในทางกฏหมายเหมือนอเมริกา</p>
<p>จริงๆ แล้วก็ยังมีอีกหลายความเห็น และข้อโต้แย้งจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับ คำว่า &#8220;เวชสำอาง&#8221; ด้วย ในเรื่องของความชัดเจนของคำจำกัดความ จึงเลยเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้คำนี้ยังไม่ได้รับการรับรองในอเมริกา</p>
<p>ในปัจจุบันมีการใช้คำว่าเวชสำอางกันอย่างแพร่หลาย รวมถึงใช้งานวิจัยต่างๆ มารองรับในแง่ของการโฆษณา เช่น</p>
<p>“ลดเลือนริ้วรอยได้ 85% ใน 4 สัปดาห์”</p>
<p>แต่ขอให้ผู้บริโภคตั้งคำถามเสมอค่ะว่า</p>
<p><strong>1.ใช้จำนวนผู้ทดลองกี่คน ?</strong></p>
<p>โดยส่วนใหญ่ปริมาณที่ใช้ ที่เรามักเจอ จะอยู่ที่ 20-30 คน ซึ่งถือว่าค่อนข้างน้อย ไม่ใช่เชื่อถือไม่ได้ แต่หากมีจำนวนผู้เข้าร่วมการทดลองเยอะๆก็น่าเชื่อถือกว่า หากผู้ทดลองแค่ 1-2 คน ความน่าเชื่อถือก็ยิ่งลดลงไปอีก</p>
<p><strong>2.ใครเป็นคนทำการทดลองให้ ?</strong></p>
<p>บริษัทผู้ผลิตทำเอง ก็น่าเชื่อถือน้อยกว่าให้ บริษัทส่วนกลาง หรือบริษัทภายนอกที่รับทำเรื่องนี้โดยตรงทดลองให้ เพราะบริษัทผู้ผลิตก็อาจจะเอนเอียงเข้าข้างผลิตภัณฑ์ตัวเอง หรือร้ายแรงถึงขั้นบิดเบือน ปลอมข้อมูลเลยก็ได้</p>
<p><strong>3.วัดผลการทดลองอย่างไร?</strong></p>
<p>เช่น ครีมลดเลือนริ้วรอย การทดลองใช้ความพึงพอใจ ความรู้สึกของอาสาสมัครในการวัดผล ก็น่าเชื่อถือน้อยกว่าการวัดผลโดยใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์เพื่อวัดความลึกของร่องริ้วรอย เป็นต้น<br />
อย่างในกรณีที่ใช้ความรู้สึกวัด ก็ต้องเกิดคำถามอีกว่า อาสาสมัครรู้ได้อย่างไรว่าริ้วรอยจางลง เอาอะไรเป็นเกณฑ์ในการอธิบายความรู้สึก ลองจินตนาการเป็นตัวเองดูนะคะ ตอบยากอยู่นะ</p>
<p><strong>4.ระวังไว้เสมอว่า เลข % เยอะๆ อาจหลอกเราได้</strong></p>
<p>“85% ของผู้ใช้ริ้วรอยจางลง” อาจจะมาจาก 70% ริ้วรอยจางลงระดับเล็กน้อย 10% ริ้วรอยจางลงระดับปานกลาง 5% ริ้วรอยจางลงระดับมาก รวมกัน = 85% แบบนี้ก็ได้เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องเป็น ริ้วรอยจางลงระดับมาก 85% ของผู้ใช้</p>
<p>เรื่อง เวชสำอาง VS เครื่องสำอาง ยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้นะคะ<br />
พรุ่งนี้เราจะมาต่อ ตอนที่ 3 (จบ) เล่าเรื่องความเข้าใจผิดที่คนส่วนใหญ่มักคิดเกี่ยวกับเวชสำอาง และเครื่องสำอางค่ะ</p>
<h4>อ่านต่อ</h4>
<p>ตอนที่ 3 :  <a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%86/%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%87-vs-%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%87-3/">เวชสำอาง VS เครื่องสำอาง ตอนที่ 3</a></p>
<h4>ก่อนหน้า</h4>
<p>ตอนที่ 1 :  <a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%86/%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%87-vs-%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%87-1/">เวชสำอาง VS เครื่องสำอาง ตอนที่ 1</a></p>
<h4>อ้างอิง</h4>
<ol>
<li class="gb-volume-title" dir="ltr"><a href="https://books.google.co.th/books?hl=th&amp;lr&amp;id=3hLmyma2-MsC&amp;oi=fnd&amp;pg=PA7&amp;dq=cosmeceutical+cosmetic&amp;ots=DyIOZbIZrI&amp;sig=JAOGOy_vv-BIknbTqR3ZOSsLYJ4&amp;redir_esc=y#v=onepage&amp;q=cosmeceutical%20cosmetic&amp;f=false">A Consumer&#8217;s Dictionary of Cosmetic Ingredients, 7th Edition</a></li>
<li class="gb-volume-title" dir="ltr"><a href="http://www.ijrpc.com/files/20-386.pdf">COSMECEUTICALS AN EMERGING CONCEPT: A COMPREHENSIVE REVIEW โดย Kadam Vaishali S และคณะ ตีพิมพ์ใน INTERNATIONAL JOURNAL OF RESEARCH IN PHARMACY AND CHEMISTRY ปี 2013</a></li>
</ol>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-324 size-full" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/เวชสำอาง-vs-เครื่องสำอาง-2.jpg" alt="%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-vs-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-2" width="480" height="359" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/เวชสำอาง-vs-เครื่องสำอาง-2.jpg 480w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/เวชสำอาง-vs-เครื่องสำอาง-2-300x224.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/เวชสำอาง-vs-เครื่องสำอาง-2-370x277.jpg 370w" sizes="(max-width: 480px) 100vw, 480px" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-vs-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">319</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เวชสำอาง VS เครื่องสำอาง ต่างกันอย่างไร? ตอนที่ 1</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-vs-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-1/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-vs-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-1/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 16 Oct 2016 19:16:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้อื่นๆ]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<category><![CDATA[เวชสำอาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=318</guid>

					<description><![CDATA[เวชสำอาง VS เครื่องสำอาง ต่างกันอย่างไร? ตอนที่ 1 สวัสด [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>เวชสำอาง VS เครื่องสำอาง ต่างกันอย่างไร? ตอนที่ 1</h2>
<p>สวัสดีเช้าวันอาทิตย์ค่ะทุกคน วันนี้ Jaslyn มีเรื่องเล่ายามเช้ามาเสริฟค่ะ</p>
<p>คำที่หลายๆ คนคุ้นหู เคยได้ยิน ได้เจอบ่อยๆ คำหนึ่ง เมื่อเราเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง ก็คือ คำว่า “เวชสำอาง”</p>
<p>เราจะมาเล่าเรื่อง เวชสำอาง VS เครื่องสำอาง กันค่ะ</p>
<h4>&#8220;เวชสำอาง&#8221; คือ อะไร?</h4>
<p>เวชสำอาง แปลมาจากคำว่า Cosmeceuticals ซึ่ง มาจากการรวมคำ 2 คำ คือ คำว่า Cosmetics (เครื่องสำอาง) + Pharmaceuticals (ยา, เกี่ยวกับยา, เกี่ยวกับเภสัชกรรม)<br />
จริงๆแล้ว คำว่า เวชสำอาง (Cosmeceuticals) ไม่ใช่ คำใหม่ มีการใช้คำนี้มาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1961 โดย Raymond Reed และ ใน ปี ค.ศ. 1984 โดย Albert Kligman จาก University of Pennsylvania ก็ทำให้คำนี้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น โดยมีนิยาม ดังนี้ค่ะ</p>
<p>Cosmeceuticals คือ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ที่มีสารสำคัญออกฤทธิ์บางอย่างคล้ายยา แต่ไม่ใช่ยา และให้ผลดีต่อโครงสร้างของผิวหนัง โดยสามารถซึมผ่านเข้าไปในผิวหนังแล้วทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างของผิวหนังได้ ส่วนใหญ่สารสำคัญในเวชสำอาง มักเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ แร่ธาตุ วิตามิน</p>
<h4>เวชสำอาง (Cosmeceuticals) มีคุณสมบัติดังนี้</h4>
<ol>
<li>มี Pharmaceutical Activity ส่งผลต่อโครงสร้างผิวหนัง (แต่คุณสมบัตินี้นำไปใช้กับผิวหนังลักษณะปกติ หรือ เกือบปกติ แต่ไม่ใช่โรคผิวหนัง เช่น ทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น ความแห้งลดลง แต่ ไม่สามารถใช้กับผิวที่แห้ง ลอก แล้วเกา จนติดเชื้อ อักเสบได้ เพราะหากติดเชื้อ ก็ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียไม่ใช่ใช้เวชสำอาง เป็นต้น)</li>
<li>มีผลดีเมื่อใช้กับผิวหนังที่อาจจะมีความผิดปกติบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ได้เป็นโรค</li>
<li>สามารถป้องกันผิวไม่ให้เกิดความผิดปกติบางอย่างได้เล็กน้อย แต่ไม่ใช่ป้องกันโรค เช่น สามารถลดการเกิดริ้วรอยได้ เนื่องจากมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่จะมาทำร้ายผิว</li>
</ol>
<p>และในการที่จะบอกว่า สามารถมี Pharmaceutical Activity คือ สามารถเปลี่ยนแปลง เป็นประโยชน์ต่อโครงสร้างผิวได้นั้น ก็จะต้องมีผลการศึกษาวิจัยผลิตภัณฑ์นั้นๆ เป็นผลทดลองทางวิทยาศาสตร์ จากสถาบันที่น่าเชื่อถือ มาแสดงด้วย รวมถึง ควรมีผลการศึกษาเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้ด้วย เช่น ผล Dermatological test เป็นต้น ค่ะ แบบถ่ายรูปก่อนใช้ หลังใช้ มาเทียบเฉยๆ ว่าดีขึ้น อะไรประมาณนี้ไม่นับว่าเป็นเวชสำอางค่ะ ต้องมีผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เช่น ค่าความลึกของริ้วรอย, ค่า Melanin index, หรือ TEWL อะไรแนวนี้ เป็นต้น ถึงจะนับค่ะ</p>
<p>หากไม่มีตามด้านบนนี้ ยึดตามยุโรป และ ญี่ปุ่นนะคะ ไม่นับว่าเป็นเวชสำอาง</p>
<p>แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน คำว่า เวชสำอาง ยังไม่ได้รับการยอมรับสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทย และของประเทศสหรัฐอเมริกา ดังนั้น คำนี้จึงยังไม่มีผลในการรับรองชนิดของผลิตภัณฑ์ใดๆตามกฎหมาย</p>
<p>ส่วนในยุโรป เวชสำอางจัดเป็นคลาสย่อยของเครื่องสำอางอีกที ส่วนในญี่ปุ่น มีการใช้คำว่า Quasi Drug ซึ่งหมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่มีความสามารถในระดับเล็กน้อย ถึงปานกลาง ในการออกฤทธิ์คล้ายคลึงยา มีข้อบ่งใช้ชัดเจน แต่ไม่ได้หมายถึง เครื่องสำอางทุกตัวที่มี สารสำคัญสามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผิวหนังจะสามารถเป็น Quasi Drug ได้ จะมีข้อรายละเอียด ข้อกำหนดปลีกย่อยอีกเยอะพอสมควรค่ะ</p>
<p>คำว่า &#8220;เวชสำอาง&#8221; ในปัจจุบัน เป็นคำที่นิยมใช้กันมากในการตลาดเพราะ ให้ผลในการเพิ่มความน่าเชื่อถือ เพิ่มมูลค่าสินค้า และสามารถดึงดูดผู้บริโภคได้ค่ะ แต่อย่างลืมนะคะทุกคนตามนิยาม แล้ว ผลของเวชสำอาง ต่อผิวหนัง อยู่ที่ระดับเล็กน้อย ถึงปานกลาง ดังนั้นหากจะหวังผลมากๆ เช่น ฝ้าหายขาด หรือ ริ้วรอยหายเกลี้ยง ย่อมเป็นไปไม่ได้ค่ะ</p>
<h4>เครื่องสำอาง (Cosmetics) ตามนิยาม ของ พรบ. เครื่องสำอาง ฉบับ 2558</h4>
<p>(1) วัตถุที่มุ่งหมายสําหรับใช้ทา ถู นวด โรย พ่น หยอด ใส่ อบ หรือกระทําด้วยวิธีอื่นใด กับส่วนภายนอกของร่างกายมนุษย์ และให้หมายความรวมถึงการใช้กับฟันและเยื่อบุในช่องปาก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความสะอาด ความสวยงาม หรือเปลี่ยนแปลงลักษณะที่ปรากฏ หรือระงับกลิ่นกาย หรือปกป้องดูแลส่วนต่างๆ นั้น ให้อยู่ในสภาพดี และรวมตลอดทั้งเครื่องประทิ่นต่างๆ สําหรับผิวด้วย แต่ไม่รวมถึงเครื่องประดับและเครื่องแต่งตัวซึ่งเป็นอุปกรณ์ภายนอกร่างกาย<br />
(2) วัตถุที่มุ่งหมายสําหรับใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสําอางโดยเฉพาะ<br />
(3) วัตถุอื่นที่กําหนดโดยกฎกระทรวงให้เป็นเครื่องสําอาง</p>
<h4>ยา ตามความหมายของ พรบ.ยา พ.ศ. 2510<br />
ยา (Drug)</h4>
<p>(1) วัตถุที่รับรองไว้ในตำรายาที่รัฐมนตรีประกาศ<br />
(2) วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้ในการวินิจฉัย บําบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรค หรือความเจ็บปวยของมนุษย์หรือสัตว์<br />
(3) วัตถุที่เป็นเภสัชเคมีภัณฑ์หรอเภสัชเคมีภณฑ์กึ่งสำเร็จรูป<br />
(4) วัตถุที่มุ่งหมายสาหรับให้เกิดผลแก่สุขภาพ โครงสร้างหรือ การกระทําหน้าที่ใด ๆ ของร่างกายของมนุษย์หรือสัตว์</p>
<p>สำหรับ เรื่อง เวชสำอาง VS เครื่องสำอาง ยังไม่จบเพียงเท่านี้นะคะ มีตอนต่อไปค่ะ</p>
<h4>อ่านต่อ</h4>
<p>ตอนที่ 2 :  <a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%86/%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%87-vs-%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%87-2/">เวชสำอาง VS เครื่องสำอาง ตอนที่ 2</a><br />
ตอนที่ 3 :  <a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%86/%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%87-vs-%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%87-3/">เวชสำอาง VS เครื่องสำอาง ตอนที่ 3</a></p>
<h4>สำหรับใครที่อยากอ่านเพิ่มเติมนะคะ อ้างอิง :</h4>
<p><a href="http://library2.parliament.go.th/giventake/content_nla2557/law86-080958-5.pdf">http://library2.parliament.go.th/…/conte…/law86-080958-5.pdf</a><br />
<a href="http://wops.moph.go.th/ops/minister_06/Office2/drug1.pdf">http://wops.moph.go.th/ops/minister_06/Office2/drug1.pdf</a><br />
<a href="https://books.google.co.th/books?hl=th&amp;lr&amp;id=3hLmyma2-MsC&amp;oi=fnd&amp;pg=PA7&amp;dq=cosmeceutical+cosmetic&amp;ots=DyIOZbIZrI&amp;sig=JAOGOy_vv-BIknbTqR3ZOSsLYJ4&amp;redir_esc=y#v=onepage&amp;q=cosmeceutical%20cosmetic&amp;f=false">https://books.google.co.th/books…</a><br />
<a href="https://books.google.co.th/books?hl=th&amp;lr&amp;id=zwYTsxFqZ1MC&amp;oi=fnd&amp;pg=IA1&amp;dq=cosmeceutical+cosmetic&amp;ots=MSRnuBTgtg&amp;sig=eGlAnZr9xlwFuTuizc0L1ZX9F0c&amp;redir_esc=y#v=onepage&amp;q=cosmeceutical%20cosmetic&amp;f=false">https://books.google.co.th/books…</a><br />
<a href="http://www.fda.gov/Cosmetics/GuidanceRegulation/LawsRegulations/ucm074201.htm" target="_blank" rel="nofollow">http://www.fda.gov/…/Guidance…/LawsRegulations/ucm074201.htm</a><br />
<a href="http://www.ijrpc.com/files/20-386.pdf">http://www.ijrpc.com/files/20-386.pdf</a><br />
<a href="https://www.jetro.go.jp/ext_images/usa/pdf/healthcare/quasi_drug_rules_japan.pdf">https://www.jetro.go.jp/…/health…/quasi_drug_rules_japan.pdf</a><br />
Mônica Manela-Azulay, MD, PhDa,⁎, Ediléia Bagatin, MD, PhDb, Cosmeceuticals vitamins, Clinics in Dermatology (2009) 27, 469–474</p>
<p><img decoding="async" class="alignleft size-full wp-image-321" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/เวชสำอาง-vs-เครื่องสำอาง.jpg" alt="%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-vs-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87" width="806" height="604" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/เวชสำอาง-vs-เครื่องสำอาง.jpg 806w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/เวชสำอาง-vs-เครื่องสำอาง-600x450.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/เวชสำอาง-vs-เครื่องสำอาง-300x225.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/เวชสำอาง-vs-เครื่องสำอาง-768x576.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/เวชสำอาง-vs-เครื่องสำอาง-370x277.jpg 370w" sizes="(max-width: 806px) 100vw, 806px" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-vs-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-1/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">318</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
