<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>Acne &#8211; Jaslyn</title>
	<atom:link href="https://www.jaslynsense.com/tag/acne/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.jaslynsense.com</link>
	<description>ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง สาระความรู้สุขภาพและความงาม</description>
	<lastBuildDate>Thu, 29 Mar 2018 06:45:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.1</generator>

<image>
	<url>https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/07/cropped-01-150x150.jpg</url>
	<title>Acne &#8211; Jaslyn</title>
	<link>https://www.jaslynsense.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">113788713</site>	<item>
		<title>Comedogenic Rate กับการเกิดสิวอุดตัน และการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิว</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/comedogenic-rate-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/comedogenic-rate-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Nov 2016 21:13:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่องเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[Acne]]></category>
		<category><![CDATA[Comedogenic rate]]></category>
		<category><![CDATA[Comedone]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=779</guid>

					<description><![CDATA[วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่อง Comedogenic Rate ของสารต่างๆ  [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่อง Comedogenic Rate ของสารต่างๆ กับการเกิดการอุดตัน และการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าค่ะ</p>
<p>สิ่งหนึ่งที่สาวๆมักตั้งคำถามเสมอก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า คือ ใช้ตัวนี้แล้วจะอุดตันมั๊ยคะ?</p>
<h1><strong>Comedogenic Rate คืออะไร แล้วทำไปทำไมนะ?</strong></h1>
<p>ก่อนอื่นขอเล่าก่อนว่า แนวคิดเรื่อง Comedogenic ไม่ใช่แนวคิดใหม่ที่เพิ่งมีมาไม่นานนี้ค่ะ แนวคิดนี้มีมาตั้งแต่ปี 1972 โดยตอนนั้น คุณ Kligman และ Mills ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ได้นำเสนอเรื่อง “Acne Cosmetica” ขึ้นมา</p>
<p>“Acne Cosmetica” คือ เครื่องสำอางที่เป็นสาเหตุให้เกิดสิว หรือทำให้สิวที่เป็นอยู่แล้ว เป็นเยอะขึ้นไปอีก</p>
<p>โดยรายงานว่า เครื่องสำอางในท้องตลาดที่ขายๆกันกว่า 50% พบว่าสามารถทำให้เกิดการอุดตันที่หูกระต่าย</p>
<p>(ถ้าใครอ่าน เรื่องที่ Jaslyn เคยเขียนก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับเวชสำอาง อาจจะคุ้นๆชื่อ คุณ Kligman เพราะคนนี้แหละค่ะ เป็นคนที่ทำให้คำว่าเวชสำอาง หรือ Pharmaceutical เป็นที่แพร่หลาย แต่ไม่ใช่คนคิดคนแรกนะคะ)</p>
<p>เหตุผลที่ต้องทดสอบที่หูกระต่าย เค้าให้เหตุผลว่า ที่หูกระต่ายเพราะบริเวณหูกระต่ายจะมีต่อมไขมันขนาดใหญ่อยู่จำนวนมาก และมีความไวต่อการเกิดการอุดตันมากกว่าผิวคน เค้าเลยเชื่อว่าถ้ากระต่ายใช้แล้วไม่อุดตัน คนก็น่าจะปลอดภัยค่ะ</p>
<p>Comedogenic Rate ก็คือ การจัดอันดับของสารต่างๆ ที่นำมาทดสอบโดยการทาในรูหูกระต่ายส่วนนอก (External canel) วันละ 1 ครั้ง , ทาให้ได้ 5 ครั้ง ใน 1 สัปดาห์ ปริมาณที่ทา 5-10 mg/cm<sup>2</sup> ตามดูผลนาน 14 ครั้ง หลังจากทา แล้วดูว่าทำให้เกิด follicular hyperkeratosis การหนาตัวของชั้นหนังกำพร้ารอบๆต่อมขน หรือ การอักเสบต่างๆหรือไม่ แล้วนำมาจัดลำดับคะแนน แบ่งเป็น 0 &#8211; 5</p>
<h2>คะแนน Comedogenic rate</h2>
<p>0 = จะไม่อุดตันรูขุมขน</p>
<p>1 = อุดตันน้อย</p>
<p>2 = อุดตันค่อนข้างน้อย</p>
<p>3 = ปานกลาง</p>
<p>4 = ค่อนข้างสูง</p>
<p>5 = สูง</p>
<p>Comedogenic Rate ของสารต่างๆ ข้อมูลตรงนี้แต่ละแหล่งอ้างอิง อาจจะแตกต่างกันไปบ้างเล็กน้อยนะคะ เพราะมีคนทดสอบในเรื่องนี้หลายงานวิจัยอยู่ค่ะ และค่าที่ได้ก็มีคลาดเคลื่อนกันบ้างในบางตัว</p>
<h4>น้ำมันและเนย (Oils &amp; Butters)</h4>
<p>น้ำมันอัลมอนด์ Almond Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันเมล็ดแอปริคอท Apricot Kernel Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันอาร์แกน Argan Oil &#8211; 0<br />
น้ำมันอะโวคาโด Avocado Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันเบาบับ Baobab Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันโบราจ Borage Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันดอกดาวเรือง Calendula Oil &#8211; 1<br />
การบูร Camphor &#8211; 2<br />
น้ำมันละหุ่ง Castor Oil &#8211; 1<br />
เนยโกโก้ Cocoa Butter &#8211; 4<br />
เนยมะพร้าว Coconut Butter &#8211; 4<br />
น้ำมันมะพร้าว Coconut Oil (from the meat or kernel) &#8211; 4<br />
น้ำมันข้าวโพด Corn Oil &#8211; 3<br />
น้ำมันเมล็ดฝ้าย Cotton Seed Oil &#8211; 3<br />
น้ำมันนกอีมู Emu Oil &#8211; 1<br />
น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส Evening Primrose Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันเมล็ดลินิน Flax Seed Oil &#8211; 4<br />
น้ำมันเมล็ดองุ่น Grape Seed Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันฮาเซลนัท Hazelnut Oil &#8211; 2<br />
น้ำทันเมล็ดกัญชง Hemp Seed Oil &#8211; 0<br />
น้ำมันโจโจ้บา Jojoba Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันโจโจบาซัลเฟต Jojoba Oil Sulfated &#8211; 3<br />
น้ำมันลินสีด Linseed Oil &#8211; 4<br />
เนยมะม่วง Mango Butter &#8211; 0<br />
น้ำมันแร่ Mineral Oil &#8211; 0 **** อ่านหมายเหตุ<br />
น้ำมันตัวมิงค Mink Oil &#8211; 3<br />
น้ำมันสะเดา Neem Oil &#8211; 1<br />
น้ำมันมะกอก Olive Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันปาล์ม Palm Oil &#8211; 4<br />
น้ำมันเมล็ดพีช Peach Kernel Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันถั่วลิสง Peanut Oil &#8211; 2<br />
วาสลีน Petrolatum &#8211; 0 **** อ่านหมายเหตุ<br />
น้ำมันทับทิม Pomegranate Oil &#8211; 1<br />
น้ำมันเมล็ดฟักทอง Pumpkin Seed Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันโรสฮิป Rosehip Oil &#8211; 1<br />
น้ำมันดอกคำฝอย Safflower Oil (<u>not</u> the cooking oil) &#8211; 0<br />
น้ำมันเมล็ดไม้จันทน์ Sandalwood Seed Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันซีบัคธอร์น Sea Buckthorn Oil &#8211; 1<br />
น้ำมันงา Sesame Oil &#8211; 2<br />
เนยเชีย Shea Butter &#8211; 0<br />
น้ำมันถั่วเหลือง Soybean Oil &#8211; 3<br />
น้ำมันดอกทานตะวัน Sunflower Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันต้นกระทิง Tamanu Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันจมูกข้าวสาลี Wheat Germ Oil &#8211; 5<br />
น้ำมันตับปลาฉลาม Shark Liver Oil &#8211; 3</p>
<p>หมายเหตุ  ****Mineral Oil กับ Petrolatum มีทั้งการศึกษาที่บอกว่าไม่กระตุ้นสิวและการศึกษาที่แย้งว่ากระตุ้นสิว</p>
<h4><strong>ไข </strong><strong>Waxes</strong></h4>
<p>ขี้ผึ้ง Beeswax &#8211; 2<br />
ไขแคนเดลิลล่า Candelilla Wax &#8211; 1<br />
ไขคาร์นอบา Carnauba  Wax &#8211; 1<br />
ไขเคเรซิน Ceresin Wax &#8211; 0<br />
ไขอิมัลซิไฟเออร์เนชันเนลฟอร์มูล่า Emulsifying Wax NF &#8211; 2<br />
ไขขนแกะ Lanolin Wax &#8211; 1</p>
<h4><strong>พืช </strong><strong>Botanicals</strong></h4>
<p>สารสกัดสาหร่าย Algae Extract &#8211; 5<br />
เจลว่านหางจระเข้ Aloe Vera Gel &#8211; 0<br />
ดาวเรือง Calendula &#8211; 1<br />
คาร์ราจีแนน Carrageenans &#8211; 5<br />
ดอกคาโมไมล์ Chamomile &#8211; 2<br />
สารสกัดจากดอกคาโมไมล์ Chamomile Extract &#8211; 0<br />
ว่านหางจระเข้สกัดเย็น Cold Pressed Aloe &#8211; 0<br />
สาหร่ายสีแดง Red Algae &#8211; 5</p>
<h4><strong>Vitamins &amp; Herbs</strong></h4>
<p>วิตามินซี Ascorbic Acid &#8211; 0<br />
สารสกัดมันฮ่อดำ Black Walnut Extract &#8211; 0<br />
วิตามินอี Tocopherol (Vitamin E) &#8211; 2<br />
วิตามินเอ Vitamin A Palmitate &#8211; 2<br />
โปรวิตามินบี 5 Panthenol &#8211; 0</p>
<h4><strong>Antioxidants</strong></h4>
<p>เบต้าแคโรทีน Beta Carotene &#8211; 1<br />
กรดไฮดรอกซีเบต้า BHA &#8211; 2</p>
<h4><strong>Minerals</strong></h4>
<p>แอลจิน Algin &#8211; 4<br />
กำมะถันคอลลอยด์ Colloidal Sulfur &#8211; 3<br />
ดอกกำมะถัน Flowers of Sulfur &#8211; 0<br />
เกลือโพแทสเซียมคลอไรด์ Potassium Chloride &#8211; 5<br />
ขี้ผึ้งผสมผงกำมะถันเหลือง Precipitated Sulfur &#8211; 0<br />
เกลือแกง Sodium Chloride (Salt) &#8211; 5<br />
แร่หินสบู่ Talc &#8211; 1<br />
ซิงค์สเตียเรต Zinc Stearate &#8211; 0</p>
<h4><strong>Thickeners, Emulsifiers, Detergents</strong></h4>
<p>คาร์โบเมอร์ 940 Carbomer 940 &#8211; 1<br />
ไฮดรอกซีโพรพิลเซลลูโลส Hydroxypropyl Cellulose &#8211; 1<br />
ดินขาว Kaolin &#8211; 0<br />
แมกนีเซียมอลูมิเนียมซิลิเกต Magnesium Aluminum Silicate &#8211; 0<br />
โซเดียม ลอเรท ซัลเฟต Sodium Laureth Sulfate &#8211; 3<br />
โซเดียม ลอริล ซัลเฟต Sodium Lauryl Sulfate &#8211; 5<br />
ซอร์บิแทน โอลีเอท Sorbitan Oleate &#8211; 3</p>
<h4><strong>Alcohol, Esters, Ethers, &amp; Sugars</strong></h4>
<p>โพลิซอเบท 20 Polysorbate 20 &#8211; 0<br />
โพลิซอเบท 80 Polysorbate 80 &#8211; 0<br />
สเตอรอลเอสเทอร์ Sterol Esters &#8211; 0<br />
บีเฮนดิล ไตรกลีเซอร์ไรด์ Behenyl Triglyceride &#8211; 0<br />
บิวทีลีน ไกลคอล Butylene Glycol &#8211; 1<br />
ซิเทียริว แอลกอฮอล์ Cetearyl Alcohol &#8211; 2<br />
ไดเอทิลีนไกลคอลโมโนเมทิลอีเทอร์ Diethylene Glycol Monomethyl Ether &#8211; 0<br />
กลีเซอรีน Glycerin &#8211; 0<br />
กลีเซอริลสเตียร์เรทเอ็นเอสอี Glyceryl Stearate NSE &#8211; 1<br />
กลีเซอริลสเตียร์เรทเอสอี Glyceryl Stearate SE &#8211; 3<br />
กลีเซอริลไตรแคปพิลโลคาเพลท Glyceryl Tricapylo/Caprate &#8211; 1<br />
กลีเซอรอลทรีไดไอโซสเตียร์เรท Glyceryl-3-Diisostearate &#8211; 4<br />
เฮกซะเดซิลแอลกอฮอล์ Hexadecyl Alcohol &#8211; 5<br />
ไอโซเซทิลสเตียร์เรท Isocetyl Stearate &#8211; 5<br />
ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ Isopropyl Alcohol &#8211; 0<br />
ลอร์เรท 23 Laureth 23 &#8211; 3<br />
ลอร์เรท 4 Laureth 4 &#8211; 5<br />
ออคทิล สเตียร์เรท Octyl Stearate &#8211; 5<br />
โอเลท-10 Oleth-10 &#8211; 2<br />
โอเลท-3 Oleth-3 &#8211; 5<br />
โอเลอิลแอลกอฮอล์ Oleyl Alcohol &#8211; 4<br />
โพลีเอทิลีนไกลคอล 400 Polyethylene Glycol 400 (PEG 400) &#8211; 1<br />
โพลีเอทิลีนไกลคอล 300 Polyethylene Glycol 300 &#8211; 1<br />
โพลีกรีเซอริลทรีไดไอโซสเตียร์เรท Polyglyceryl-3-Diisostearate &#8211; 4<br />
โพรพิลีนไกลคอล Propylene Glycol &#8211; 0<br />
โพรพิลีนไกลคอลโมโนสเตียร์เรท Propylene Glycol Monostearate &#8211; 4<br />
แอลกอฮอล์ดีแนท SD Alcohol 40 &#8211; 0<br />
ซอร์บิแทน ลอเรท Sorbitan Laurate &#8211; 1<br />
ซอร์บิทอล Sorbitol &#8211; 0<br />
สเตียเรท 10 Steareth 10 &#8211; 4<br />
สเตียเรท 100 Steareth 100 &#8211; 0<br />
สเตียเรท 2 Steareth 2 &#8211; 2<br />
สเตียเรท 20 Steareth 20 &#8211; 2<br />
จมูกข้าวกรีเซอไรด์ Wheat Germ Glyceride – 3</p>
<p>พอมีการจัดลำดับ Comedogenic rate ขึ้นมา ก็ส่งผลดีในแง่ของการตลาดเครื่องสำอาง เพราะ คนที่กำลังเป็นสิว กังวลเรื่องสิว ก็จะรู้สึกมั่นใจมากขึ้น หากผลิตภัณฑ์มีเขียนไว้ว่า Non-comedogenic</p>
<p>จริงๆ ในประเด็นนี้มีการถกเถียงกันค่อนข้างมากค่ะ เรื่อง Comedogenic</p>
<h2>ประเด็นที่ 1 สารในกลุ่ม Mineral oil และ Petrolatum มีทั้งงานวิจัยที่บอกว่า ทำให้เกิดการอุดตัน และไม่อุดตัน</h2>
<p>โดยสรุปแล้ว ในประเด็นนี้เค้าบอกว่า งานวิจัยแรกที่บอกว่า Mineral oil และ Petrolatum ทำให้เกิดการอุดตัน น่าจะเกิด false positive คือ ผลบวกลวงค่ะ หมายความจริงๆแล้ว ไม่ทำให้อุดตัน และในปัจจุบัน Mineral oil และ Petrolatum ที่ใช้ในเครื่องสำอางมีความบริสุทธิ์มากขึ้นจากสารบางตัวที่ปนมาแล้วทำให้อุดตัน นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Petrolatum แล้วพบว่าไม่ทำให้เกิดการอุดตัน และไม่กระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบ แม้ลักษณะภายนอกของสารตัวนี้จะดูมันๆก็ตาม ตัวอย่าง Petrolatum เช่น Vasaline ที่เนื้อเหลืองๆ ครีมๆ ค่ะ</p>
<p>มีบางเว็บไซต์ที่อ่านเจอบอกว่า Mineral oil และ Petrolatum มี Comedogenic rate = 0 แต่ ใช้แล้วอุดตัน อันนี้ คือ มั่ว นะคะ เข้าใจผิดแล้ว</p>
<p>ค่า Comedogenic rate บอกเกี่ยวกับการอุดตันค่ะ ถ้าเท่ากับ 0 แสดงว่าไม่เกิดการอุดตัน และไม่กระตุ้นการเกิดสิว</p>
<h2>ประเด็นที่ 2 เรื่องวิธีการทดสอบในการจัด Comedogenic rate ของแต่ละการทดลอง</h2>
<p>โดยสรุปในประเด็นนี้ บางการทดลอง(การทดลองแรกๆ สมัยเริ่มแรกเลย) ไม่ได้กำจัดสิ่งอื่นๆที่อยู่ในรูหูกระต่ายออกก่อนทำการทดสอบ เช่น พวกคราบไขมัน ขี้หู ซึ่งพวกนี้ก็อาจจะทำให้อุดตันได้เช่นกัน ผลที่ได้จึงอาจจะเป็น False Positive (ผลบวกลวง), บางการทดลองไม่ได้ทำ biopsy เปรียบเทียบชิ้นส่วนเซลล์ของด้านที่ทำการทดลอง กับด้านที่ไม่ได้ทำ ผลที่ได้ก็จึงอาจจะเป็น False Positive ได้เช่นกัน ใน Model การทดสอบกับหูกระต่ายในปัจจุบันจะไม่ทำที่รูหูแล้ว แต่จะมาทำที่ใบหูแทน เนื่องจากไม่สะดวกในการเอามาทำ biopsy และModel กระต่ายปัจจุบัน จะทำบริเวณใบหูส่วน concave แทน ที่เลือกเพราะมีปริมาณรูขุมขนมากพอให้ศึกษา และมีความคล้ายคลึงกับ follicle กับของคนมากกว่า</p>
<p>แต่ก็ยังมีคนแย้งอีกว่า หูกระต่ายมันจะไวต่อการเกินการอุดตันมากไปนะ งั้นไปทดสอบในคนดีกว่า ในที่สุดจึงมีการไปศึกษาในคน (Human-model) ค่ะ โดยศึกษาการอุดตันบริเวณหลังส่วนบนของวัยรุ่นผิวดำ ซึ่งมีขนาดรูขุมขนใหญ่ การทดลองนี้มีทั้งการนำน้ำมันส่วนเกินต่างๆออกก่อนการทดลองแล้ว ทำ biopsy ด้วย สิ่งที่น่าสนใจ คือ พบว่า <em><strong>สารที่อุดตันน้อยในหูกระต่าย ไม่ทำให้เกิดการอุดตันในคน และน่าจะใช้ได้ในคนที่เป็นสิว แต่สารที่มีการอุดตันระดับปานกลางถึงสูงในหูกระต่ายสามารถกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตันในคนได้ค่ะ</strong></em></p>
<h2>การเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า สกินแคร์ต่างๆ การดูค่า Comedogenic rate เพียงอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่ ?</h2>
<p>จริงๆ แล้วการดูค่า Comedogenic rate เพียงอย่างเดียว ไม่พอค่ะ</p>
<p>การเลือกสารในการตั้งตำรับเครื่องสำอาง หรือจะซื้อมาใช้ ยังต้องคิดเรื่องการระคายเคือง ปริมาณที่ใส่ด้วยค่ะ ต้องอยู่ในช่วงที่กำหนด ถึงสารที่เลือกมีค่า Comedogenic rate ต่ำ แต่หากมีความเข้มข้นมากเกินไป ก็สามารถก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวได้</p>
<p>คุณสมบัติทางเคมีและกายภาพ คุณสมบัติเฉพาะ ฤทธิ์เฉพาะของสารนั้น หากเราเลือกใช้สารเพื่อบำรุงผิวสักตัว ควรพิจารณาเลือกคุณสมบัติต่างๆ ของสารที่เราจะใช้ ให้ตรงกับปัญหาผิวด้วยค่ะ</p>
<h2>คำแนะนำสำหรับคนเป็นสิว ในการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า</h2>
<p>ผลิตภัณฑ์ที่เขียนว่า Non-comedogenic ก็ไม่สามารถรับประกันได้ 100% ค่ะ ว่าจะไม่อุดตัน เช่นกัน เพราะยังขึ้นกับปัจจัยอื่นอีก เช่น ปริมาณ การตั้งตำรับ สภาพขนาดรูขุมขน</p>
<p>หากจะบอกว่าให้หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันไปเลยสำหรับคนเป็นสิว ก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะ</p>
<p>สารที่เป็นน้ำมัน หรือมีลักษณะมันๆ ก็ไม่ได้ หมายความว่า จะทำให้เกิดการอุดตันทุกตัวค่ะ เช่น Mineral oil, Shear butter, Argan oil จะเห็นว่าค่า Comedogenic rate = 0</p>
<p>แนะนำว่า หากมีปัญหาสิวอยู่ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบหลัก คือ สารที่ใช้ในการทำครีมเบส, สารที่มีสัดส่วนสูงในเนื้อผลิตภัณฑ์ มีค่า Comedogenic rate ช่วง 0-2 ค่ะ หากสารมีค่า Comedogenic rate ช่วง 3-5 ต้องระวังว่าอาจจะกระตุ้นให้เกิดสิวได้ แต่สำหรับคนที่ผิวปกติ ไม่มีปัญหาสิว จะใช้แบบไหนก็ได้ค่ะ หากใช้แล้วไม่มีปัญหา อย่างที่เคยเขียนในบทความก่อนหน้านี้ เรื่องการใช้น้ำมันมะพร้าว เช็ดเครื่องสำอาง น้ำมันมะพร้าว comedogenic rate = 5 แต่บางคนใช้แล้วไม่มีปัญหา ก็ใช้ได้ค่ะ</p>
<p>แต่หากสารนั้นใส่ในปริมาณน้อย เช่น ใส่เป็นสารสำคัญ (Active ingredient) ก็ไม่ต้องกังวลมากกับเรื่อง Comedogenic rate ค่ะ เพราะสารสำคัญ ปริมาณที่ใส่โดยปกติ อยู่ที่ 1-5% คิดเป็นสัดส่วนน้อยมาก เมื่อเทียบกับครีมเบส จึงไม่น่าก่อให้เกิดการอุดตันได้</p>
<h4>อ้างอิง</h4>
<ol>
<li><a href="http://jamanetwork.com/journals/jamadermatology/article-abstract/543668">บทความเรื่อง A Human Model for Assessing Comedogenic Substances โดย Otto H. Mills Jr, PhD; Albert M. Kligman, MD, PhD <span class="meta-citation-journal-name">Arch Dermatol. </span><span class="meta-citation">1982;118(11):903-905. doi:10.1001/archderm.1982.01650230031022</span></a></li>
<li><a href="http://journal.scconline.org/pdf/cc1983/cc034n05/p00215-p00225.pdf">งานวิจัยเรื่อง Use of the rabbit ear model in evaluating the comedogenic potential of cosmetic ingredients โดย WILLIAM E. MORRIS และ SHIH CHAO KWAN j. Soc. Cosmet. Chem., 34, 215-225 (August 1983) </a></li>
<li><a href="https://books.google.co.th/books?id=f_ETtcJM_0gC&amp;pg=PA85&amp;lpg=PA85&amp;dq=comedogenic+argument&amp;source=bl&amp;ots=crZuEY-wiV&amp;sig=sf5jwMvo3fTD5BeAi8wD4N9Astk&amp;hl=en&amp;sa=X&amp;ved=0ahUKEwin7Nb5hL3QAhUDMI8KHWCTDTQQ6AEIKTAD#v=onepage&amp;q=comedogenic%20argument&amp;f=falsehttp://journal.scconline.org//pdf/cc1996/cc047n01/p00041-p00048.pdf">หนังสือ Conditioning Agents for Hair and Skin โดย Randy Schueller และ Perry Romanowski</a></li>
</ol>
<a href="https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/comedogenic-rate-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99/#gallery-779-1-slideshow">Click to view slideshow.</a>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/comedogenic-rate-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">779</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ทำไมเวลาเครียดแล้วชอบเป็นสิว ?</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a2/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a2/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Nov 2016 19:11:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่าเม้ามอย]]></category>
		<category><![CDATA[Acne]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=577</guid>

					<description><![CDATA[ทำไมเวลาเครียดแล้วชอบเป็นสิว? เช้านี้ Jaslyn ขอเปลี่ยนบ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>ทำไมเวลาเครียดแล้วชอบเป็นสิว?</h2>
<p>เช้านี้ Jaslyn ขอเปลี่ยนบรรยากาศมาตอบคำถามหลังไมค์บ้างนะคะ</p>
<p>มีเพื่อนใน Jaslyn ถามว่า &#8220;ทำไมเวลาเครียดๆ ช่วงใกล้สอบถึงชอบเป็นสิว?&#8221;</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ตอบ</span> : เมื่อเรารู้สึกเครียดๆ ช่วงใกล้สอบ สภาพจิตใจอยู่ในสภาวะกดดัน ร่างกายของเราก็จะเกิดการหลั่งฮอร์โมนแอนโดรเจนออกมา ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น เพราะเข้าใจว่าเรากำลังอยู่ในสภาวะฉุกเฉิน ต้องกำลังต่อสู้อยู่กับอะไรบางอย่างแน่ๆ กลไกพวกนี้เป็นสิ่งที่มาพร้อมกับพันธุกรรมของมนุษย์ และวิวัฒนาการของมนุษย์ค่ะ ร่างกายเราไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เรามาถึงยุค 2016 แล้ว ไม่ต้องต่อสู่กับสัตว์ป่า หมี เสือ สิงโต ที่ดุร้ายแล้ว ไม่ได้อยู่ในภาวะอดอยาก ไม่ต้องมีไขมันออกมามากๆเพื่อทำให้ขนหนาขึ้น และปกป้องผิวหรอก แต่ที่เครียดเพราะสอบตะหาก ร่างกายเรายังคงคิดหมือนเดิมค่ะ ไม่ใช่แค่ที่ผิวหน้านะคะ ที่หนังศรีษะก็เช่นกัน เมื่อเราเครียดต่อมไขมันบริเวณหนังศรีษะก็จะผลิตไขมันออกมาเพิ่มขึ้น และทำให้รู้สึกคันหนังศรีษะ และเกิดรังแคได้</p>
<p>ดังนั้นเมื่อเราเครียด หน้าเราจะมันขึ้นจากไขมันที่ต่อมไขมันสร้างออกมามากขึ้น เมื่อไขมันถูกสร้างออกมามากและผิวหนังชั้นกำพร้ามีการหนาตัวขึ้น ก็จะทำให้เกิดสิวอุดตัน และเมื่อมีแบคทีเรีย <a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%A1/p-acne-%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%89-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%A7/"><em>P.acne</em></a> เข้ามาย่อยสลายไขมันดังกล่าว ก็จะเกิด Free fatty acid ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการอักเสบมากขึ้น สิวอุดตันก็จะพัฒนากลายเป็นสิวอักเสบในที่สุดค่ะ<br />
นอกจากนี้ยังพบว่า การพักผ่อนไม่เพียงพอ และความเครียดยังส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมามากขึ้นเพื่อต่อสู้กับความเครียดด้วย ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะทำให้ร่างกายเกิดการสะสมไกลโคเจนไว้เป็นพลังงานสำรอง และเกิดการสะสมไขมันมากขึ้น เพื่อใช้ในการต่อสู้ค่ะ</p>
<h2>อ่านหนังสืออย่างไร จะไม่เครียดสไตล์เภสัช Jaslyn?</h2>
<ol>
<li>อ่านหนังสือสะสม ทบทวนความรู้อยู่เรื่อยๆ เป็นเทคนิคที่ดีนะคะ การอ่านในครั้งแรก หลังจากอ่านไปไม่นานเราจะลืมสิ่งที่อ่านแทบทั้งหมด เพราะสิ่งที่เราอ่านไปจะยังเป็น ความจำระยะสั้นซะส่วนใหญ่ แต่เมื่ออ่านรอบที่ 2,3,4 เราจะจำได้มากขึ้น และใช้เวลาอ่านน้อยลงเรื่อยๆ เพราะยิ่งเราอ่านบ่อย เนื้อหาก็จะอยู่ในความจำระยาวปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆค่ะ และอยู่นานขึ้นด้วย</li>
<li>พยามวิเคราะห์หาความสัมพันธ์เชื่อมโยง จะช่วยให้เราเข้าใจมากขึ้น และจดจำได้ดีขึ้น บางเรื่องถ้าเรามองให้เป็นภาพเรื่องราว ไทม์ไลน์ได้ ก็จะยิ่งง่าย</li>
<li>ทำโน๊ตย่อใจความสำคัญ ไว้อ่านจับประเด็น</li>
<li>ติวหนังสือกับเพื่อนๆ จะเกิดการแลกเปลี่ยนเทคนิคดีๆ เกิดการถกเถียง จะช่วยให้เราจดจำได้มากขึ้น เพื่อนบางคนก็เก็งข้อสอบแม่นอีกตะหาก ก็โชคดีไป &gt;&lt;</li>
<li>พักจากการอ่านหนังสือไปทำอย่างอื่นบ้าง เช่น เดินเล่น ฟังเพลง ดูซีรีย์ แล้วค่อยกลับมาอ่านใหม่ เมื่อสมองปลอดโปร่งจะจำได้ดีขึ้น</li>
<li>นอนให้พอก่อนไปสอบ อย่าอดนอน โต้รุ่ง เชื่อว่าหลายๆคนทำ อันนี้ประสบการณ์ส่วนตัวเคยทำและมั่นใจว่ารอดไปสอบได้ จนมีครั้งนึงไปสอบพอถึงท้ายๆข้อสอบเป็นคำนวณ อยู่ๆก็มึนตาลายคิดไม่ออกไปซะเฉยๆ แทนที่จะทำได้ดีกลับนั่งมึนเป็นครึ่งชั่วโมง สรุปทำข้อสอบข้อนั้นไม่ได้ซะงั้น T_T คะแนนเน่าเลย</li>
<li>เวลาเข้าเรียนแลคเซอร์ควรเข้า ถึงจะไปนั่งหลับก็เข้าไปเหอะ หลายคนอาจจะบอกว่า นอนที่ห้องดีกว่านะหลับเต็มที่ เข้าไปฟังแบบหลับๆไม่รู้เรื่องหรอก แต่จะบอกว่าเคยเปรียบเทียบระหว่าง ไม่เข้าเรียนเลย แล้วไปอ่านชีท จะรู้สึกเข้าใจยากมาก แถมอ่านนานด้วย แต่ถ้าเข้า แต่หลับๆตื่นๆ เวลาอ่านชีทก่อนสอบจะเข้าใจกว่า เหมือนผ่านหู ประติดประต่อได้ดีกว่าค่ะ (ปล. ไปนั่งฟังเทปอัดย้อนหลังก็เสียเวลามาก)</li>
</ol>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-578 aligncenter" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เครียด-เป็นสิว.jpg" alt="เครียด-เป็นสิว" width="960" height="639" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เครียด-เป็นสิว.jpg 960w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เครียด-เป็นสิว-600x399.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เครียด-เป็นสิว-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เครียด-เป็นสิว-768x511.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เครียด-เป็นสิว-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a2/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">577</post-id>	</item>
		<item>
		<title>P.acne ตัวเอ้ หน้าเป็นสิว</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/p-acne-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%89-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/p-acne-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%89-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Nov 2016 08:18:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ความสวยความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[Acne]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=542</guid>

					<description><![CDATA[&#8220;เธออยู่ในรูขุมขนเรา&#8221; &#8220;เธออยู่กับเราม [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;เธออยู่ในรูขุมขนเรา&#8221;</p>
<p>&#8220;เธออยู่กับเรามานานนับ 10 ปี&#8221;</p>
<p>&#8220;จนวันหนึ่ง &#8230; เมื่อเราเริ่มเป็นวัยรุ่น&#8221;</p>
<p><span class="text_exposed_show">&#8220;เธอก็ทรยศเรา &#8230; T T &#8220;</span></p>
<p><span class="text_exposed_show">&#8220;เธอผู้นั้น คือ &#8230;. <em>P.acne</em>&#8220;</span></p>
<p><span class="text_exposed_show"><em>P.acne</em> หรือ ชื่อเต็ม <em>Propionibacterium acnes</em> เป็นแบคทีเรียแกรมบวก รูปแท่ง ที่ดำรงชีวิตแบบไม่ใช้ออกซิ<wbr />เจน (Ananaerobic) เชื้อตัวนี้เป็นตัวการสำคัญ<wbr />ที่ทำให้เกิดสิวอักเสบค่ะ โดยปกติแล้ว เชื้อ <em>P.acne</em> เป็นเชื้อที่ตรวจพบบนผิวหนั<wbr />งเราอยู่แล้ว เรียกง่ายๆว่า เป็นเจ้าถิ่นที่ผิวหนังเรา (Normal Flora) ในต่อมขน แต่ตอนเรายังเด็กเจ้าเชื้อน<wbr />ี้ก็อยู่กับเรามาตลอด แต่ไม่ค่อยสร้างปัญหา แต่เมื่อเราย่างเข้าสู่วัยร<wbr />ุ่นเท่านั้นแหละค่ะ เจ้า <em>P.acne</em> นี่แหละตัวปัญหาเลย!!! เพราะ จะทำให้สิวอุดตันบนใบหน้าเร<wbr />าพัฒนากลายเป็นสิวอักเสบ สิวบวมแดง สิวหัวหนอง สิวหัวช้าง</span></p>
<h4><span class="text_exposed_show">ทำไมวัยรุ่น วัยว้าวุ่น จึงเป็นสิว?</span></h4>
<p><span class="text_exposed_show">เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นทั้งผู้<wbr />หญิง และผู้ชาย ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนเพศ ที่ชื่อว่า แอนโดรเจน (Androgen) ออกมามากขึ้น ฮอร์โมนตัวนี้จะไปกระตุ้นต่<wbr />อมไขมัน (Sebaceous gland) ที่อยู่รอบๆเส้นขนให้มีขนาด<wbr />ใหญ่ขึ้น และสร้างไขมันออกมามากขึ้น เมื่อไขมันถูกสร้างออกมามาก<wbr />ๆ แต่เซลล์ชั้นหนังกำพร้าเกิด<wbr />การแบ่งตัวผิดปกติ ทำให้หนาตัวขึ้น ไขมันที่สร้างออกมามากๆก็จะ<wbr />ระบายไม่ทัน เนื่องจากโดนอุดอยู่ ในที่สุดก็จะนำมาสู่การเกิด<wbr /> ไมโครคอมิโดน (Microcomedone) ซึ่งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อยู่ใต้ผิวหนัง เมื่อมีการสะสมของไขมันและเ<wbr />ซลล์ชั้นหนังกำพร้าที่ตายมา<wbr />กขึ้นเรื่อยๆ ไมโครคอมิโดน ก็จะกลายเป็น คอมิโดน (Comedone) ซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้น </span></p>
<h4><span class="text_exposed_show">Comedone จะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ</span></h4>
<ol>
<li><span class="text_exposed_show">สิวหัวเปิด/สิวหัวดำ (Open Comedone/<wbr />Blackhead Comedone) จะเห็นเป็นจุดดำๆเล็กๆ ที่เราเรียกว่าสิวเสี้ยนนั่งเอง จะเจอเยอะ บริเวณจมูก คาง แก้ม</span></li>
<li><span class="text_exposed_show">สิวหัวปิด/สิวหัวขาว (Closed Comedone/<wbr />Whitehead Comedone) จะเป็นตุ่มเล็กๆ สีใกล้เคียงผิว ตรงหัวเป็นจุดขาว ไม่เปิดออก (จริงมี่ทางออกอยู่ แต่เรามองไม่เห้นด้วยตาเปล่า เล็กมาก)</span></li>
</ol>
<p><span class="text_exposed_show">เมื่อต่อมไขมันมีการสร้างไข<wbr />มันออกมามากๆ เชื้อ <em>P.acne</em> ที่อาศัยอยู่ในรูขุมขน ก็เหมือนเจออาหารอันโอชะ พวกมันจะเพิ่มจำนวนขึ้น และไปย่อยไขมัน (Sebum) ให้กลายเป็น Free fatty acid ซึ่ง Free fatty acid จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการ<wbr />อักเสบค่ะ ทีนี้ Comedone ก็จะพัฒนากลายเป็นสิวอักเสบ<wbr /> เช่น ตุ่มนูนแดง ตุ่มหนอง สิวหัวช้าง ซึ่งเมื่อเกิดเป็นสิวอักเสบ<wbr />แล้ว หลังจากหายก็ยังคงทิ้งรอยดำ<wbr />จากสิวไว้ กลายเป็นปัญหากวนใจและแก้ยา<wbr />กอีกเรื่องหนึ่ง</span></p>
<p><span class="text_exposed_show">การรักษาสิวอักเสบติดเชื้อ <em>P.acne</em></span></p>
<p><span class="text_exposed_show">หากเป็นสิวในระดับ เล็กน้อย (Mild) สามารถใช้ Benzoyl peroxide (BP) เดี่ยวๆ ทา วันละ 1-2 ครั้ง เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย <em>P.acne</em> โดย Benzoyl peroxide จะปล่อยออกซิเจนออกมา เพื่อ Oxidize Protein ของเชื้อ ,ช่วยลดการสร้างไขมันบริเวณ<wbr />ต่อมขน และมีฤทธิ์เร่งการผลัดเซลล์<wbr />เล็กน้อย หรืออาจใช้เป็น Combination Therapy คือ ใช้ยา 2 ตัวเสริมฤทธิ์กัน โดยจะใช้เป็น BP + ยาปฎิชีวนะในรูปแบบทา (เช่น 1% Clindamycin ในรูปแบบเจล,รูปแบบน้ำทาภาย<wbr />นอก, 4% Erythromycin รูปแบบทา) แต่ไม่แนะนำให้ใช้ยาปฏิชีวน<wbr />ะแค่ตัวเดียวทารักษาสิว โดยไม่ใช้ร่วมกับ BP เพราะจะทำให้เชื้อ <em>P.acne</em> ดื้อยา </span></p>
<p><span class="text_exposed_show">หากเป็นสิวในระดับปานกลาง (Moderate) จะใช้เป็นยาทา + ยาปฎิชีวนะแบบกิน เช่น Tetracycline, Doxycycline เป็นต้น</span></p>
<p><span class="text_exposed_show">หากเป็นสิวในระดับรุนแรง (Severe) มีสิวอักเสบ มากกว่า 10 จุด, พบสิวหัวช้างมากกว่า 5 จุด, มีถุงหนอง แนะนำให้พบแพทย์ผิวหนังเพื่<wbr />อทำการรักษา เพราะ ยาที่ใช้ในการรักษาบางตัวมี<wbr />อาการข้างเคียงสูง และต้องจ่ายโดยแพทย์ผู้เชี่<wbr />ยวชาญ</span></p>
<h4><span class="text_exposed_show">อ้างอิง</span></h4>
<p><span class="text_exposed_show">– <a href="http://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1111/j.1468-3083.2011.04374.x/abstract">European evidence based Guidelines for the treatment of acne 2011</a><br />
– <a href="http://www.jaad.org/article/S0190-9622%2815%2902614-6/fulltext">Guidelines of care for the management of acne vulgaris 2016</a><br />
&#8211; <a href="http://www.dst.or.th/files_news/Acne_2010.pdf">Clinical Practice Guideline Acne</a></p>
<p></span></p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-547 aligncenter" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/P.acne_-1.jpg" alt="p-acne" width="960" height="640" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/P.acne_-1.jpg 960w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/P.acne_-1-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/P.acne_-1-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/P.acne_-1-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/P.acne_-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/p-acne-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%89-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">542</post-id>	</item>
		<item>
		<title>พลิกตำรา!!! รักษาสิวอุดตัน</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Nov 2016 17:53:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ความสวยความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[Acne]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=527</guid>

					<description><![CDATA[เคล็ดไม่ลับ รักษาสิวอุดตัน พูดถึงเรื่องสิว ปัญหาที่ไม่ส [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>เคล็ดไม่ลับ รักษาสิวอุดตัน</h2>
<p>พูดถึงเรื่องสิว ปัญหาที่ไม่สิวๆ สำหรับสาวๆ &gt;&lt; คำถามที่มักเจอบ่อยๆ คือ เป็นสิวอุดตัน จะรักษาสิวอุดตันยังไงดีคะ?</p>
<p>วันนี้ Jaslyn จะมาบอกเล่าเรื่อง การรักษาสิวอุดตัน กันค่ะ &#8230; บทความนี้ยาว แต่อ่านแล้วคุ้มค่าค่ะสาวๆ</p>
<p>สิวเป็นปัญหาที่พบได้เยอะในวัยรุ่น และในบางคนถึงแม้จะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้วก็ยังคงพบการเกิดสิวอยู่ ในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า มีประชากรที่เป็นสิวถึง 50 ล้านคน!!! &gt;&lt; ยังมีเพื่อนร่วมทางสิวอีกมากมายค่ะ อย่าท้อในการรักษาสิวค่ะทุกคน</p>
<h4>สิวอุดตัน คือ อะไร?</h4>
<p>สิวเกิดจากต่อมไขมันผลิตไขมันออกมามากเกินไป และเกิดความผิดปกติของการสร้างชั้นเคอราตินเพิ่มมากขึ้น เกิดเป็น ไมโครคอมีโดน (Microcomedone)<br />
สิวอุดตัน จะเกิดจากการพัฒนาของ ไมโครคอมีโดน (Microcomedone) : เป็นสิวที่ไม่มีการอักเสบ แบ่งเป็น 2 แบบ คือ</p>
<ol>
<li>สิวหัวเปิด หรือ ที่เรารู้จักกันดีว่า คือ สิวหัวดำ/สิวเสี้ยน (Blackhead)</li>
<li>สิวหัวขาว หรือสิวหัวปิด (White head/Closed comedone) จะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็กๆ สีใกล้เคียงกับผิวหนังเรา ไม่มีการอักเสบ</li>
</ol>
<p>อย่างไรก็ตาม สิวอุดตัน ก็สามารถจะเกิดการพัฒนาไปเป็นสิวอักเสบในอนาคตได้ค่ะ เมื่อได้รับเชื้อ <a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%A1/p-acne-%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%89-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%A7/"><em>P.acne</em></a></p>
<p>อย่างแรกที่ต้องบอกก่อนเลยสำหรับทุกคนที่เป็นสิวเลยนะคะ สามารถใช้ได้กับสิวทุกประเภท และสำคัญมาก คือ</p>
<p>ต้องใจเย็นๆ ในการรักษา มีความอดทน ใช้ยาต่างๆอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะหาย และห้ามแกะ บีบสิว เพราะจะทำให้สิวเกิดการอักเสบมากยิ่งขึ้นจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มือเรา และการบีบ กด ที่ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเสียหาย และเกิดรอยดำจากสิวตามมาอีกตะหาก กลายเป็นปัญหาที่ยากต่อการแก้ไขมากขึ้น</p>
<h4>คำแนะนำสำหรับทุกคนที่เป็นสิวอุดตัน</h4>
<p>1. รับประทานอาหาร เน้นเป็นกลุ่ม Low glycemic index คือ อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (glycemic index &lt; 55) เช่น ข้าวซ้อมมือ แอปเปิ้ล มันฝรั่งนึ่ง อาหารกลุ่มนี้ถูกย่อยช้าๆ แล้วกลูโคสจะเข้าสู่กระแสเลือดอย่างช้าๆเช่นกัน ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดก็จะขึ้นช้าและคงอยู่นาน จากการศึกษาพบว่าอาหารกลุ่มนี้สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดสิวได้อย่างมีนัยสำคัญ และลดการรับประทานผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนม จากการศึกษาในนักเรียนหญิง พบว่าการรรับประทานนมขาดมันเนย (skim milk) &gt; 2 แก้ว/วัน เพิ่มการเกิดสิว 44% และจากการศึกษาในเด็กชาย อายุ 18-30 ปี จำนวน 88 คน พบว่า การรับประทาน นม หรือ ไอศกรีม ≥ 1 ครั้ง/สัปดาห์ เพิ่มความเสี่ยงการเกิดสิวมากขึ้น 4 เท่า</p>
<p>2.รักษาความสะอาด เพื่อลดสิ่งสกปรกบนใบหน้า ทั้งจากมลภาวะแวดล้อม และมือเราที่สกปรกเผลอไปจับ แต่ก็ไม่ควรล้างหน้ามากเกินไป วันนึงประมาณ 2 ครั้งกำลังดี แต่หากวันไหนเลอะเทอะ เหงื่อออกมาก จะล้างเพิ่มขึ้นเพื่อความสะอาดเป็นพิเศษก็ไม่เสียหาย<br />
เพราะการล้างหน้ามากเกินไป หรือใช้โฟมล้างหน้าที่มี pH สูงๆ ก็ทำให้หน้าแห้งได้ และเมื่อหน้าแห้ง ผิวแห้ง ร่างกายก็จะชดเชยความชุ่มชื้นที่เสียไปด้วยการผลิตไขมันออกมาเพิ่มขึ้นแทน ก็จะกลายเป็นหน้ามัน และสิวตามมาในที่สุด ดังนั้น การรักษาความสะอาดก็ต้องมีความพอดีค่ะ</p>
<p>3.ใช้ยาในการรักษา แต่วิธีนี้แนะนำปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนใช้ รับรองว่าจะได้รับคำแนะนำที่ดีและถูกต้องค่ะ</p>
<p>ยาที่ใช้ในการรักษาสิวอุดตัน ที่สามารถใช้ได้ คือ กลุ่ม Tretinoin ซึ่งจะมีฤทธิ์ในการละลายหัวสิว (Comedolytic) และเร่งการผลัดเซลล์ผิว การใช้ต้องเริ่มที่ความเข้มข้นต่ำสุดก่อน คือ 0.025% (ความเข้มข้น มีตั้งแต่ 0.025% &#8211; 0.1%) ยาตัวนี้ในระหว่างที่ใช้ต้องหลีกเลี่ยงแสง คือ ทาแล้วปิดไฟนอนเลยดีที่สุด และต้องใช้ครีมกันแดดร่วมด้วยในระหว่างวัน เพราะโครงสร้างยาไวต่อการเกิดปฎิกิริยาเคมีที่เกี่ยวข้องกับแสง อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ แม้ประสิทธิภาพในการลดการเกิดสิวอุดตันจะค่อนข้างดี แต่ก็พบอาการข้างเคียงบ่อยเช่นกัน ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกของการใช้ยา อาจมีผื่นหรือสิวเห่อขึ้น แต่หลังจากการใช้ต่อเนื่อง 3-4 เดือน อาการจะดีขึ้นค่ะ นอกจากนี้อาการข้างเคียงอื่นๆที่อาจพบได้บ่อย เช่น ระคายเคือง ผิวแดง แสบ ลอกเป็นขุย และแพ้แสง หากมีอาการมากๆอาจลดระยะเวลาจากการทาจากทุกวัน เป็น 2-3วัน ทา 1 ครั้งได้ หรือใช้ร่วมกับมอยเจอไรเซอร์ จะช่วยให้ทนต่อยาได้ดีข, Adapalene เป็นยาในกลุ่มอนุพันธ์ของกรดวิตามินเอ ที่มีการปรับปรุงโครงสร้างให้ไวต่อแสงน้อยกว่า ลดการระคายเคือง และเพิ่มการทนต่อแสง แต่อย่างไรก็ตามก็ยังแนะนำให้หลีกเลี่ยงแสงอยู่ค่ะ การเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่าง 2 ตัวนี้ในการลดการเกิดสิวอุดตัน อยู่ที่มากกว่าหรือ เท่ากับ คือ งานวิจัยเปรียบเทียบยังไม่มากพอที่จะสรุปได้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดว่า Adapalene เหนือกว่าชัวร์ๆ ผลยังก้ำกึ่งมีทั้งเสมอ และเหนือกว่า</p>
<p>ส่วนตัวอื่นที่สามารถใช้ได้แต่ผลรองลงมาในการลดการอุดตัน คือ Azelaic acid และ Benzoyl peroxide (BP)</p>
<p>Azelaic acid มีฤทธิ์ละลายหัวสิวเช่นกัน, สามารถลดเชื้อ <em>P.acne</em> และลดปริมาณไขมันที่ผิวหนังได้ จะใช้ในคนที่ทนต่ออาการข้างเคียงของ Tretinoin และ Benzoyl Peroxide ไม่ได้ และมีข้อดีในผู้ที่มีสีผิวไม่สม่ำเสมอ ตัวนี้ทาทั่วใบหน้า วันละ 2 ครั้ง จะเริ่มเห็นผลเมื่อผ่านไปประมาณ 1-2 เดือน ตัวนี้มีผลข้างเคียงเรื่องการทำให้เกิดการระคายเคืองอยู่เช่นกัน</p>
<p>Benzoyl peroxide (BP) ตัวนี้จะเด่นตรงสามารถฆ่าเชื้อ <em>P.acne</em> ได้ และยังไม่พบว่าทำให้ดื้อยา เชื้อตัวนี้จะทำให้สิวอุดตันพัฒนากลายเป็นสิวอักเสบ BP สามารถลดการอุดตันของสิวได้จากผลที่ช่วยลดการสร้างไขมันบนผิวหนัง ยาตัวนี้จุดที่ขอเน้นเลย คือ ทาแล้วต้องล้างออกค่ะ!!! ช่วงแรกจะต้องเริ่มที่ความเข้มข้นต่ำสุดก่อน เช่นกัน คือ 2.5% และทาในระยะเวลาสั้น 5-10 นาที แล้วล้างออก วันละ 1-2 ครั้ง เพื่อดูการระคายเคืองผิว ค่อยๆปรับให้ผิวทนต่อยา ด้วยการเพิ่มเวลา<br />
อาการข้างเคียงที่พบบ่อยๆ คือ ระคายเคืองผิวหนัง หน้าแดง แสบ แห้ง ลอก</p>
<p>เล่าตัวที่ได้ผลกับการรักษาสิวอุดตันไปแล้ว มาเล่าตัวที่ ไม่แนะนำ!!! บ้างค่ะ</p>
<ul>
<li>ยาปฎิชีวนะ เช่น Clindamycin 1% ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไม่ได้ลดการอุดตัน ดังนั้นไม่ต้องใช้ ไม่เกี่ยวกัน ใช้ต่อเมื่อมีการติดเชื้อแบคทีเรีย ตัวนี้เป็นอีกตัวที่อยากเล่า เป็นตัวที่ลูกค้ามาซื้อกันบ่อยในร้านยา และเภสัชกรมักไม่แนะนำให้ใช้แค่ตัวนี้ตัวเดียว เค้าจะแนะนำ Benzoyl peroxide เพิ่ม ไม่ใช่เค้าอยากจ่ายยาเพิ่ม ได้ตังเพิ่มนะคะ หลายคนเข้าใจผิด โกรธเภสัชอีก 555 &gt;&lt; ที่เค้าแนะนำเพราะการใช้ยาปฎิชีวนะในรูปแบบทาแค่ตัวเดียว (Monotherapy) มันทำให้เชื้อดื้อยาค่ะ!!! ตามแนวทางการรักษาสิวเค้าให้ใช้คู่กันกับ Benzoyl peroxide เพราะจะช่วยลดการเกิดเชื้อดื้อยาได้ ดังนั้น ควรใช้คู่กันค่ะ</li>
<li>การรับประทานยาคุมกำเนิดที่มีฤทธิ์ต้านฮอร์โมนเพศชาย อันนี้ก็ไม่แนะนำ และไม่แนะนำให้สาวๆซื้อมากินเอง ในการรักษาสิวด้วยค่ะ จะใช้เฉพาะในกรณีที่สาวคนนั้นมีลักษณะบ่งชี้ว่ามีฮอร์โมนเพศชายสูงกว่าคนปกติเท่านั้น ไม่ใช่ใครอยากกินก็กินได้ค่ะ</li>
<li>การรับประทาน Isotretinoin (เฉพาะแบบกินนะ ไม่เกี่ยวกับแบบทา) อันนี้ห้ามเลยค่ะ ห้ามซื้อตามอินเตอร์เน็ตมากินเองเด็ดขาด ตัวนี้ไม่มีจ่ายในร้านยาอยู่แล้ว ผิดกฎหมาย ต้องจ่ายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น อาการข้างเคียงเยอะมาก เช่น กล้ามเนื้อถูกทำลายอย่างรุนแรง (rhabdomyolysis), ปวดกล้ามเนื้อ, ผิวแห้ง, ปากแห้ง, ผมร่วง, ไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์สูง, กระดูกพรุน เปราะ, เป็นพิษต่อตับ (กินแล้วต้องตรวจติดตามค่า เอนไซม์ตับด้วย), ซึมเศร้า, ได้ยินเสียงหวีดในหู</li>
</ul>
<p>Isotretinoin จะใช้ในเคสที่เป็นสิวแบบรุนแรงเท่านั้น!!! แค่สิวอุดตันอย่างเดียว ตามหลักการรักษาเค้าไม่จัดว่าเป็นสิวแบบรุนแรงค่ะ ดังนั้นอย่าใช้เอง ไปหาคุณหมอนะคะ คุณหมอช่วยได้ ใครอยากกินเองซื้อผ่านอินเตอร์เน็ต วนกลับไปอ่านอาการข้างเคียงใหม่อีกหลายๆรอบค่ะ</p>
<p>4.การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี AHA เช่น Latic acid, BHA เช่น Salicylic acid ผสมอยู่ (โทนเนอร์,โฟมล้างหน้า,เซรัม,ครีม) พวกนี้เป็นการรักษาทางเลือกในการลดการเกิดสิวอุดตัน เพราะจะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว และลดการสะสมของเซลล์ผิวชั้นหนังกำพร้าที่ตาย ในเรื่องประสิทธิภาพจะน้อยกว่ายาทากลุ่มด้านบนที่เล่าไป ใช้สำหรับคนที่เป็นสิวไม่รุนแรง หรือทนอาการข้างเคียงของยากลุ่มด้านบนไม่ได้ ก็อาจจะเปลี่ยนมาใช้ตัวนี้แทน อาการข้างเคียงที่อาจพบ เช่น ผิวแห้ง แดง ลอกเป็นขุย ดังนั้นไม่แนะนำให้ใช้กลุ่มนี้ควบคู่กับยากลุ่มด้านบนค่ะ เพราะเพิ่มการระคายเคืองเฉยๆ และประสิทธิภาพด้อยกว่ายา</p>
<p>5.มาสค์หน้าด้วยโคลน (Clay mask) สามารถช่วยลดสิวอุดตันได้ค่ะ ใช้ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์</p>
<p>6.เลือกใช้เครื่องสำอางที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน เช่น มีลักษณะที่เป็น Water base, ไม่มีการใช้ส่วนประกอบของน้ำมันที่ก่อให้เกิดการอุดตัน เป็นต้น สามารถประเมินได้คร่าวๆจากค่า Comedogenic Rate แต่ไม่ 100% ต้องดูผลการวิจัยอื่นๆประกอบด้วยค่ะ</p>
<p>7.ส่วนวิธีนอกเหนือจากนี้ เช่น ไอออนโตหรือโฟโน, เลเซอร์สิวอุดตัน, กดสิว ฯลฯ แนะนำปรึกษาแพทย์ผิวหนังค่ะ เพื่อพิจารณาเป็นรายๆไป</p>
<p>แล้วพบกับบทความใหม่ๆจาก Jaslyn ได้ทุกวันค่ะ</p>
<h4>อ้างอิง:</h4>
<p>&#8211; <a href="http://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1111/j.1468-3083.2011.04374.x/abstract">European evidence based Guidelines for the treatment of acne 2011</a><br />
&#8211; <a href="http://www.jaad.org/article/S0190-9622%2815%2902614-6/fulltext">Guidelines of care for the management of acne vulgaris 2016</a></p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-528 aligncenter" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เคล็ดไม่ลับ-รักษาสิวอุดตัน.jpg" alt="เคล็ดไม่ลับ-รักษาสิวอุดตัน" width="960" height="511" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เคล็ดไม่ลับ-รักษาสิวอุดตัน.jpg 960w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เคล็ดไม่ลับ-รักษาสิวอุดตัน-600x319.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เคล็ดไม่ลับ-รักษาสิวอุดตัน-300x160.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เคล็ดไม่ลับ-รักษาสิวอุดตัน-768x409.jpg 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">527</post-id>	</item>
		<item>
		<title>หากกำลังตั้งครรภ์อยู่สามารถใช้ยาทารักษาสิวตัวไหนได้บ้าง?</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b9%8c-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b9%8c-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 05 Nov 2016 05:01:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ความสวยความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[Acne]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้งครรภ์]]></category>
		<category><![CDATA[ยา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=507</guid>

					<description><![CDATA[มีคุณแม่หลายคนสอบถามมาหลังไมค์ว่า หากกำลังตั้งครรภ์อยู่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มีคุณแม่หลายคนสอบถามมาหลังไมค์ว่า หากกำลังตั้งครรภ์อยู่สามารถใช้ยาทารักษาสิวตัวไหนได้บ้าง?</p>
<h4>รูปแบบยาทา (Topical Therapy)</h4>
<p>มียาทา 3 ชนิด ที่จัดอยู่ใน Pregnency Catagory B คือ จากการศึกษาในสัตว์พบว่ายาที่จัดอยู่ในประเภทนี้ไม่มีความเสี่ยงในการทำให้เกิดความผิดปกติของตัวอ่อนในครรภ์ แต่ไม่มีการศึกษาในมนุษย์ ดังนั้นยาที่จัดอยู่ในประเภทนี้สามารถใช้ในสตรีมีครรภ์ได้อย่างปลอดภัย</p>
<ul>
<li>Erythromycin 2% ในรูปแบบยาน้ำทาภายนอก หรือ ขี้ผึ้ง ทาวันละ 1-2 ครั้ง</li>
<li>Clindamycin 1% ในรูปแบบเจล ทาวันละ 1 คร<span class="text_exposed_show">ั้ง</span></li>
<li><span class="text_exposed_show">Azelaic acid ทาวันละ 2 ครั้ง</span></li>
</ul>
<div class="text_exposed_show">
<p>ส่วนตัวอื่นๆ ที่นิยมใช้ในการรักษาสิว จะอยู่ใน Pregnency Catagory C และ Pregnency Catagory X</p>
<p><strong>Pregnency Catagory C คือ จากการศึกษาในสัตว์พบว่ายาที่จัดอยู่ในประเภทนี้ทำให้เกิดความผิดปกติต่อตัวอ่อนในครรภ์ แต่ไม่มีการศึกษาในมนุษย์</strong> ดังนั้นการจะใช้ยาในประเภทนี้ควรใช้เมื่อมีการประเมินจากแพทย์ระหว่างประโยชน์ที่ได้จากการใช้ยา และความเสี่ยงต่อความผิดปกติของทารกในครรภ์ ว่าเกิดประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่ ส่วนอีกความหมายคือ ยังไม่มีการศึกษาในมนุษย์และสัตว์ทดลอง ดังนั้นการใช้ยาในประเภทนี้ควรใช้เมื่อเกิดประโยชน์จากการใช้ยา มากกว่าความเสี่ยงต่อความผิดปกติของทารกในครรภ์ ซึ่งหากไม่มีความจำเป็นมาก และไม่เกิดประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงของการผิดปกติของทารกในครรภ์ ก็ไม่แนะนำค่ะ โดยเฉพาะในช่วง 1-3 เดือนแรก</p>
<p>ยาทารักษาสิวที่อยู่ใน Pregnency Catagory C ได้แก่</p>
<ul>
<li>Benzoyl Peroxide 2.5,5,10%</li>
<li>Salicylic acid 0.5-2%</li>
<li>Tretinoin</li>
<li>Adapalene</li>
<li>Dapsone</li>
</ul>
<p>ต่อไป คือ กลุ่มที่ห้ามใช้เด็ดขาดในหญิงตั้งครรภ์!!!<br />
ยาพวกนี้จะอยู่ใน Pregnency Catagory X</p>
<p><strong>Pregnency Catagory X คือ จากการศึกษาในสัตว์ หรือมนุษย์พบว่ายาที่จัดอยู่ในประเภทนี้ ทำให้เกิดความผิดปกติของตัวอ่อน หรือทารกในครรภ์</strong> และมีความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติมากกว่าประโยชน์ที่ได้รับจากยา<br />
ดังนั้นยาในประเภทนี้จัดเป็นยาที่ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์หรือในสตรีที่มีความเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์ค่ะ</p>
<ul>
<li>Tazarotene</li>
</ul>
<p>ขอเพิ่มเติมนะคะ สำหรับยาที่มักใช้ในการรักษาสิว ใน<strong>รูปแบบกินที่ห้ามใช้</strong></p>
<ul>
<li>ยากลุ่มฮอร์โมน เช่น ยาคุมกำเนิด จัดอยู่ใน Pregnancy Catagory X</li>
<li>ยา Isotretinoin จัดอยู่ใน Pregnancy Catagory X</li>
<li>ยาปฎิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย) เช่น Tetracycline, Doxycycline, Minocycline, Trimethoprim + sulfamethoxazole เพราะจัดอยู่ใน Pregnency Catagory D คือ ยาที่จัดอยู่ในประเภทนี้มีความเสี่ยงในการก่อให้เกิดความผิดปกติต่อทารกในครรภ์</li>
</ul>
<p>คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์และมีปัญหาสิวคงจะได้คำตอบไปพอสมควรนะคะ</p>
<p>อย่างไรก็ตามการใช้เหล่านี้จัดว่าเป็นกลุ่มยาอันตราย ต้องอยู่ในคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรค่ะ หากมีปัญหาเหล่านี้สามารถปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรใกล้บ้านท่านได้เลยค่ะ</p>
<h4>อ้างอิง :</h4>
<p><a href="http://www.jaad.org/article/S0190-9622(15)02614-6/pdf">Guidelines of care for the management of acne vulgaris</a></p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-510 aligncenter" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ตั้งครรภ์-1.jpg" alt="ตั้งครรภ์, เป็นสิว, รักษาสิว" width="480" height="319" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ตั้งครรภ์-1.jpg 480w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ตั้งครรภ์-1-300x199.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ตั้งครรภ์-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 480px) 100vw, 480px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b9%8c-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">507</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ใช้น้ำมันมะพร้าวเช็ดเครื่องสำอางดีไหมนะ</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 30 Oct 2016 10:17:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่องเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[Acne]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันมะพร้าว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=463</guid>

					<description><![CDATA[?❤️สวัสดีค่ะ สาวๆ เช้านี้เราจะมาตอบข้อสงสัยคาใจกันนะคะ? [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span class="_5mfr _47e3"><span class="_7oe">?</span></span><span class="_5mfr _47e3"><span class="_7oe"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/2764.png" alt="❤" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></span></span>สวัสดีค่ะ สาวๆ เช้านี้เราจะมาตอบข้อสงสัยคาใจกันนะคะ<span class="_5mfr _47e3"><span class="_7oe">?</span></span><span class="_5mfr _47e3"><span class="_7oe"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/2764.png" alt="❤" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></span></span><br />
มีสาวๆหลายคนหลังไมค์มาว่า</p>
<h4>&#8220;ใช้น้ำมันมะพร้าวเช็ดเครื่องสำอางดีมั๊ยคะ?&#8221;</h4>
<p>การเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางด้วยน้ำมันมะพร้าวก็เหมือนกับการที่เราใช้คลีนซิ่งออย เช็ดทำความสะอาดผิวหน้านั่นแหละค่ะ แต่เดี๋ยวก่อนมันมีความแตกต่างค่ะ!!!</p>
<div class="text_exposed_show">
<p>ในคลีนซิ่งออยจะมีการผสมสารอิมัลซิไฟเออร์มาในส่วนผสม ทำให้สามารถเช็ดทำความสะอาดสิ่งสกปรก ออกมาได้ดีกว่า และล้างเอาน้ำมันออกง่ายกว่า</p>
<p>เวลาเช็ดด้วยคลีนซิ่งออยแล้ว เมื่อล้างน้ำ ตัวคลีนซิ่งออยจะเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่น หลายๆคนเรียกว่า น้ำนม แต่จริงๆแล้วไม่ค่อยอยากเรียกว่า น้ำนม เท่าไหร่ เพราะ มีหลายคนเข้าใจผิด ว่า &#8220;น้ำมัน&#8221; เช็ดแล้วจะกลายเป็น &#8220;น้ำนม&#8221; เหมือน น้ำนมวัว ที่ใช้อาบน้ำแร่แช่น้ำนมอะไรแบบนี้ ซึ่งไม่ใช่ ที่ขาวขุ่นเพราะตัวอิมัลซิไฟเออร์ทำให้น้ำกับน้ำมันเข้ากัน เลยกลายเป็นสีขาวขุ่น หลักการเดียวกับที่เราทำน้ำครีมสลัดโดยใช้ไข่เป็นอิมัลซิไฟเออร์ค่ะ ถ้าจะเรียก ควรเรียกว่า สีขาวขุ่นคล้ายน้ำนม ถึงจะถูกต้อง</p>
<p>ซึ่งการใช้น้ำมันมะพร้าวเช็ดทำความสะอาดผิวหน้า มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดสิวอุดตันได้มากกว่า หากเราทำความสะอาดไม่ดี เอาน้ำมันมะพร้าวออกไม่หมดค่ะ</p>
<p>และค่า comedogenic rate ของน้ำมันมะพร้าว = 4 คือ fairly high &gt;&gt;&gt; ค่อนข้างอุดตัน ส่วนคลีนซิ่งออย น้ำมันส่วนใหญ่ที่เลือกมาเป็นส่วนผสม comedogenic rate มักอยู่ที่ 0-1 เช่น Argan oil, Safflower oil เป็นต้นค่ะ</p>
<p>เผื่อใครสนใจดูว่าสารอะไรมี comedogenic rate เท่าไร ดูได้ที่นี่นะคะ &gt;&gt;&gt;&gt;&gt; <a href="https://www.beneficialbotanicals.com/facts-figures/comedogenic-rating.html" target="_blank" rel="nofollow">https://www.beneficialbotanicals.com/…/comedogenic-rating.h…</a></p>
<p>ปล. สำหรับคนที่ไม่รู้ comedogenic rating คือ แนวโน้มการปิดกั้นรูขุมขนของผิวซึ่งจะก่อให้เกิดสิว ต่ำสุดคือ 0 สูงสุดคือ 5 นะคะ</p>
<p>แต่หากใครใช้น้ำมันมะพร้าวแล้ว โอเครกับผิว ไม่เกิดปัญหา ก็สามารถใช้ต่อได้ค่ะ ขึ้นกับสภาพผิวด้วยค่ะ</p>
<p>เพราะ น้ำมันมะพร้าวก็มี ข้อดี คือ ราคาเป็นมิตรกับเรา <span class="_47e3" title="smile emoticon"><span class="_7oe"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></span></span></p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-466 aligncenter" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/มะพร้าว-น้ำมันมะพร้าว-coconut.jpg" alt="%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-coconut" width="640" height="426" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/มะพร้าว-น้ำมันมะพร้าว-coconut.jpg 640w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/มะพร้าว-น้ำมันมะพร้าว-coconut-600x399.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/มะพร้าว-น้ำมันมะพร้าว-coconut-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/มะพร้าว-น้ำมันมะพร้าว-coconut-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
</div>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">463</post-id>	</item>
		<item>
		<title>สิว กับ ฝี แตกต่างกันอย่างไร?</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%9d%e0%b8%b5-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%9d%e0%b8%b5-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 16 Oct 2016 17:14:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้อื่นๆ]]></category>
		<category><![CDATA[Acne]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=285</guid>

					<description><![CDATA[จากข่าวฮอตที่ดาราท่านหนึ่งเป็นฝีบริเวณหน้า ซึ่งตอนแรกก็ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากข่าวฮอตที่ดาราท่านหนึ่งเป็นฝีบริเวณหน้า ซึ่งตอนแรกก็เข้าใจว่าเป็นสิว จึงบีบ แล้วทำให้อักเสบหนักไปอี๊ก *เสียงสูง*</p>
<div class="text_exposed_show">
<h3>สาวๆ หลายคนเลยสงสัยว่า “สิว กับ ฝี แตกต่างกันอย่างไร?”</h3>
<h4>สิว เกิดจากอะไร?</h4>
<p>สิว เกิดจากการอักเสบของต่อมไขมัน (ต่อมขน ประกอบด้วยต่อมไขมัน และ เส้นขน) โดยมีสาเหตุมาจาก</p>
<ol>
<li>เซลล์ที่เส้นขนแบ่งตัวมากผิดปกติ จนปิดกั้นทางออกทำให้ไขมัน ขี้ไคล และเซลล์แบคทีเรียสะสมอยู่ที่ต่อมขน พัฒนาและกลายเป็นสิวอุดตัน (Comedone) ในที่สุด</li>
<li>ต่อมไขมันผลิตไขมันมากเกินไป &gt;&lt; เมื่อเข้าสู้วัยรุ่นฮอร์โมนสามารถกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตไขมันออกมามากขึ้น ละขยายขนาดได้ สิว จึงมักเป็นปัญหากวนใจ กับหน้าใสๆของวัยรุ่นค่ะ</li>
<li>เกิดการอักเสบที่ต่อมขนนั้น</li>
<li>ติดเชื้อแบคทีเรีย <em>Propionibacterium acnes</em> (<em>P.acnes</em>) ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของสิวมากขึ้น จนเกิดเป็นตุ่มนูน ตุ่มหนอง ตุ่มน้ำ</li>
</ol>
<h4>ฝี เกิดจากอะไร?</h4>
<p>ฝี เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ในกลุ่ม <em>Staphylococcus aureus</em> และ streptococci ฝีจะมีลักษณะขึ้นเป็นตุ่ม หรือก้อนอยู่ใต้ผิวหนัง และมักมีอาการ ปวด บวม แดง ร่วมด้วย นอกจากนี้อาจจะมีการอักเสบของต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้ๆ ร่วมด้วย เช่น หากเป็นฝีที่เท้า ก็อาจจะมีต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบอักเสบเกิดขึ้นตอนเป็นฝีใหม่ๆจะมีลักษณะเป็นตุ่มแข็งก่อน แล้วค่อยๆมีขนาดใหญ่ขึ้น ต่อมาจะค่อยๆ นุ่มลง และกลัดหนอง เมื่อฝีเป่งมากๆ ก็อาจแตกได้เองทำให้มีหนองไหลเยิ้ม พอฝีแตก อาการเจ็บปวดก็จะลดลง</p>
<h4>ฝี กับ สิว แตกต่างกันอย่างไร</h4>
<p>สิว กับ ฝี บางครั้งอาจจะมีลักษณะคล้ายกัน ทำให้สับสนได้ แต่จริงๆแล้ว สิว กับ ฝี มีสาเหตุการเกิดที่แตกต่างกัน สิวมักเกิดจากการอักเสบของต่อมไขมัน โดยเกิดจากปัจจัยกระตุ้นได้หลายสาเหตุ ทั้งฮอร์โมน การแบ่งเซลล์ที่มากผิดปกติ หรือเชื้อ<em> P.acnes</em> ดังนั้นจึงมักเกิดในบริเวณ ที่มีต่อมไขมันขนาดใหญ่ หรือต่อมไขมันอยู่เยอะ เช่น ใบหน้า หนังศรีษะ หน้าอก แผ่นหลัง แต่ ฝี เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แล้วกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ จึงเกิดได้หลายบริเวณ ทั้ง ใบหน้า แขน ขา แผ่นหลัง ก้น เท้า เป็นต้น<br />
ขนาดโดยทั่วไป สิวมักมีขนาดเล็ก สามารถหายเองได้ อาการมักดีขึ้นภายในไม่กี่วัน ส่วนฝีมักมีขนาดใหญ่กว่า และมีอาการปวด บวม แดง มากกว่า บางคนอาจจะมีไข้ร่วมด้วย</p>
<p>สิวที่มีขนาดใหญ่ และอักเสบมาก ก็อาจจะกลายไปเป็นฝีได้ค่ะ</p>
<h4>การรักษา</h4>
<p>สิว เมื่อใช้ยาทาเพื่อรักษาสิวทั่วไปมักมีอาการดีขึ้น แต่ฝีอาจจะต้องใช้วิธีการรักษาที่มากขึ้น เช่น การใช้ยาทา ร่วมกับการรับประทานยาปฏิชีวนะ และยาลดการอักเสบ เป็นต้น และในบางรายแพทย์อาจจะต้องมีการผ่าเจาะเพื่อเอาฝีออก</p>
<p>สรุปๆ นะคะ ไม่ว่า เพื่อนๆจะเป็นสิว หรือเป็นฝี ก็อย่าบีบเองนะคะ เพราะ จะเพิ่มทั้งการอักเสบ การติดเชื้อให้แย่ลงไปอีก และทิ้งรอยแผลเป็นที่แก้ไขยากไว้อีกด้วย Jaslyn แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องจะดีที่สุดค่ะ</p>
<h2>อ้างอิง</h2>
<p><a href="http://www.dst.or.th/html/index.php?op=article-detail&amp;id=1136&amp;csid=16&amp;cid=23#.WKXRTW-LTIV">http://www.dst.or.th/html/index.php…</a><br />
<a href="http://dst.or.th/userfiles/Acne-edit.pdf">http://dst.or.th/userfiles/Acne-edit.pdf</a><br />
<a href="https://www.doctor.or.th/article/detail/6115">https://www.doctor.or.th/article/detail/6115</a><br />
<a href="http://www.merckmanuals.com/professional/dermatologic-disorders/bacterial-skin-infections/cutaneous-abscess">http://www.merckmanuals.com/…/bacterial-s…/cutaneous-abscess</a><a href="http://l.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Fwww.merckmanuals.com%2Fprofessional%2Fdermatologic-disorders%2Fbacterial-skin-infections%2Fcutaneous-abscess&amp;h=HAQHk85YlAQHrfVHzb_aoNdX_59U7UY-g2_KIH0aBkhyCHg&amp;enc=AZOqomXbAhIMOdvTYVXZvuZstrWYbzOxQNQArl928vT8TlQ9amcJiNXObmvXINW4f3IXALbP8pg_qhgujDTqiOTmUExVtNZagynVftwX7cVUui_ObCwXO-Ennlv5Acz9a_YaTJHuHHRoucSDUs7rV4CD_Fr3pDzskwHXOqu6qPnW-nq_NIWTkxWyVcUsG-MnXfMA6WUKSAVtWcw2XVbC_82Z&amp;s=1" target="_blank" rel="nofollow"><br />
</a></p>
<p><img decoding="async" class="alignleft size-full wp-image-286" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/ผู้หญิงร้อนแรง.jpg" alt="ผู้หญิง, สิว, ฝี, สิวภูเขาไฟ" width="960" height="639" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/ผู้หญิงร้อนแรง.jpg 960w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/ผู้หญิงร้อนแรง-600x399.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/ผู้หญิงร้อนแรง-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/ผู้หญิงร้อนแรง-768x511.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/ผู้หญิงร้อนแรง-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
</div>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%9d%e0%b8%b5-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">285</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ช็อคโกแลตกับการเกิดสิว</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 16 Oct 2016 14:22:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ความสวยความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[Acne]]></category>
		<category><![CDATA[food]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=265</guid>

					<description><![CDATA[สวัสดีค่ะ สาวๆ ใครชอบทานช็อคโกแลตบ้างคะ ยกมือขึ้นค่ะ &#038;g [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีค่ะ สาวๆ ใครชอบทานช็อคโกแลตบ้างคะ ยกมือขึ้นค่ะ &gt;&lt; แอดมินก็ชอบทานเหมือนกันค่ะ</p>
<p>เคยได้ยินมาบ้างรึเปล่าคะว่า ถ้าเป็นสิวอยู่ อย่ากินช็อคโกแลต</p>
<h3>หลายๆคนคงสงสัยว่า แล้วการกินช็อคโกแลตกระตุ้นให้สิวแย่ลงจริงไหม? วันนี้ Jaslyn มีคำตอบค่ะ</h3>
<p>สิว เกิดจาก การอุดตันของรูขุมขน และต่อมไขมัน ส่วนมากมักพบบริเวณที่มีต่อมไขมันขนาดใหญ่ และหนาแน่น ได้แก่ บริเวณใบหน้า หนังศรีษะ หน้าอก และแผ่นหลัง มักพบในวัยรุ่น บางคนก็มีอาการเป็นๆหายๆ ไปจนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ก็มีค่ะ</p>
<p>ต่อไปเราจะมาเล่าถึง การศึกษาทดลองเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ ช็อคโกแลต กับ การเกิดสิวค่ะ มีหลายการศึกษาพอสมควร<br />
ในอดีต เคยมีการสรุปไว้ว่า ช็อคโกแลตไม่มีความสัมพันธ์กับการเกิดสิว แต่ในปัจจุบัน ได้มีการทดลองมากขึ้นหลายการทดลอง และในหลายการทดลองก็สรุปว่า การรับประทานช็อคโกแลตมีผลต่อการเกิดสิวอักเสบ และสิวอุดตันค่ะ Jaslyn เลือกมาบางการศึกษามาสรุปให้ฟังนะคะ</p>
<h4>1. Dark chocolate exacerbates acne (2016)</h4>
<p>การทดลองนี้ศึกษาผลของการรับประทาน Dark chocolate ว่าจะมีผลกระตุ้นให้สิวแย่ยิ่งขึ้นหรือไม่ ทำการศึกษาใน อาสาสมัครผู้ชาย 25 คนที่มีสิว โดยให้รับประทาน 99% Dark chocolate ปริมาณ 25 กรัม ต่อ วัน เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่า มีการเพิ่มขึ้นของ acne score, จำนวนสิวอุดตัน (comedone) และ จำสิวอักเสบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในสัปดาห์ที่ 2 จนถึงสัปดาห์ที่ 4 ของการศึกษา<br />
สรุป ง่ายๆ การรับประทาน Dark chocolate ปริมาณ 25 กรัม ต่อวัน สามารถเป็นสาเหตุหนึ่งกระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบและสิวอุดตันได้ ค่ะ</p>
<h4>2. Double-blind, Placebo-controlled Study Assessing the Effect of Chocolate Consumption in Subjects with a History of Acne Vulgaris (2014)</h4>
<p>การทดลองนี้ศึกษาผลของการรับประทานช็อคโกแลตกระตุ้นให้สิวกำเริบมากขึ้นหรือไม่ ทดลองในอาสาสมัครชาย อายุ 18-35 ปี ที่มีประวัติเป็นสิวในระดับเล็กน้อย (Mild) อยู่แล้ว จำนวน 14 คน โดยให้รับประทาน 100% โกโก้ แบบไม่มีการเติมสารให้ความหวาน ผสมกับ ผงไฮโดรไลท์ เจลาติน เตรียมมาให้รับประทานในรูปแบบแคปซูล แบ่งออกเป็น 6 สูตร ที่มีอัตราส่วน ของ 100% โกโก้ : ผงไฮโดรไลท์ เจลาติน ที่แตกต่างกัน คือ 6:0, 5:1, 4:2, 3:3, 2:4,1:5 ตามลำดับ แล้วสุ่มให้อาสาสมัครรับประทาน 2 คน : 1 สูตร ทำการวัดผลหลังเริ่มการทดลองในวันที่ 4 และ 7 พบว่า</p>
<p>&#8211; จำนวนของการเกิดสิว (comedone, papule, pustule, nodule) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากเบสไลน์ ทั้งในวันที่ 4 (P = 0.006) และ วันที่ 7 (P = 0.043) แต่เมื่อเปรียบเทียบระหว่างวันที่ 4 และ 7 การเพิ่มขึ้นของสิวไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ<br />
&#8211; เมื่อวัดการเพิ่มขึ้นเฉพาะของสิวที่ไม่มีการอักเสบ (comedone) พบว่า มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งในวันที่ 4 และ 7<br />
&#8211; เมื่อวัดเฉพาะสิวที่มีการอักเสบ พบว่ามีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เฉพาะวันที่ 4<br />
&#8211; พบว่าปริมาณการรับประทานช็อคโกแลต มีความสัมพันธ์ทางบวกกับการเกิดสิวในแต่ละบุคคล ทั้งในวันที่ 4 ( r=0.250) ในระดับน้อย และวันที่ 7 (r=0.314) ในระดับปานกลาง</p>
<p>• คำจำกัดความของ Mild acne ในการทดลองนี้ คือ ต้องมี comedone หรือ papule ไม่น้อยกว่า 1 จุด แต่มีไม่เกิน 4 จุด ไม่พบ pastule บนใบหน้า และเคยมีประวัติของ Acne vulgaris<br />
• ในการทดลองนี้จะไปเอาอาสาสมัครที่เป็นเบาหวาน, โรคอ้วน, และไขมันในเลือดสูง เพื่อตัดปัจจัยเหล่านี้ที่เคยถกเถียงว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับการเกิดสิวออกไป<br />
• การทดลองนี้ไม่เลือกผู้หญิงในการทดลอง เพื่อตัดเรื่องความสัมพันธ์ของ การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน การเกิดรอบเดือนซึ่งสัมพันธ์กับการเกิดสิวออกไป</p>
<p>สรุปง่ายๆ นะคะ การทดลองนี้ช็อคโกแลตสามารถกระตุ้นให้เกิดสิวได้ค่ะ และปริมาณการรับประทานช็อคโกแลตมีความสัมพันธ์ ไปในทางเดียวกับการเกิดสิว</p>
<h4>3. Chocolate consumption modulates cytokine production in healthy individuals (2013)</h4>
<p>จากการศึกษานี้ พบว่า ในอาสาสมัคร ที่มีการรับประทาน ช็อคโกแลต เมื่อนำเลือดมาตรวจ จะพบว่ามีการหลั่งของ interleukin-1β (IL-1β) และ IL-10 ซึ่ง 2 ตัวนี้จะให้เกิดการเจริญของเชื้อ Propionibacterium acne และ Staphylcoccus aureus ที่ทำให้เกิดสิว แต่พบว่า IL-22 (มีผลเกี่ยวกับการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ) กลับมีปริมาณลดลง</p>
<p>สรุปง่ายๆ คือ จากการทดลองนี้การรับประทานช็อคโกแลตอาจจะส่งผลให้เกิดการอักเสบของสิวมากขึ้น</p>
<p>การรับประทานช็อคโกแลต รวมถึงขนมหวาน เค้ก น้ำตาล หรืออาหารที่มีไกลซีมิกอินเด็กซ์สูง มีรายงานพบว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจจะกระตุ้นให้เกิดสิวได้ค่ะ แต่ไม่ใช้ทั้งหมด เพราะการเกิดสิวยังมีปัจจัยอื่นๆ อีก เช่น ฮอร์โมน, พันธุกรรมที่มีส่วนในการกำหนดสภาพผิว, การรักษาความสะอาด, พฤติกรรม เช่น การเอามือจับหน้าบ่อยๆ แกะสิวบ่อยๆ, การใช้เครื่องสำอางที่อาจก่อให้เกิดการอุดตัน, เชื้อแบคทีเรีย , ความเครียด ปัจจัยเหล่านี้ก็ล้วนกระตุ้นให้เกิดสิวได้ทั้งหมดค่ะ</p>
<h4>สำหรับใครที่อยากอ่าน เปเปอร์ตัวเต็มนะคะ ตามลิงค์ด้านล่างค่ะ</h4>
<ol>
<li><a href="http://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1111/ijd.13188/abstract">Dark chocolate exacerbates acne โดย Saivaree Vongraviopap และ คณะ ตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Dermatology, Volume 55, Issue 5, May 2016.Pages 587–591</a></li>
<li><a href="https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4025515/">Double-blind, Placebo-controlled Study Assessing the Effect of Chocolate Consumption in Subjects with a History of Acne Vulgaris ตีพิมพ์ในวารสาร J Clin Aesthet Dermatol. 2014 May; 7(5): 19–23.</a></li>
<li><a href="https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/23465690">Chocolate consumption modulates cytokine production in healthy individuals.Cytokine. 2013 Apr;62(1):40-3</a></li>
</ol>
<p><img decoding="async" class="alignleft size-full wp-image-266" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/chocolate.jpg" alt="ช็อกโกแลต, สิว, อาหาร" width="2000" height="1381" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/chocolate.jpg 2000w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/chocolate-600x414.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/chocolate-300x207.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/chocolate-768x530.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/chocolate-1024x707.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2000px) 100vw, 2000px" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">265</post-id>	</item>
		<item>
		<title>น้ำเกลือล้างหน้ารักษาสิวได้ จริงหรือ?</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 15 Oct 2016 11:55:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ความสวยความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[Acne]]></category>
		<category><![CDATA[sensitive skin]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=218</guid>

					<description><![CDATA[เรื่องเล่าจากร้านยา ตอนที่ 1 สวัสดีค่ะ วันนี้ Jaslyn จะ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องเล่าจากร้านยา ตอนที่ 1</p>
<p>สวัสดีค่ะ วันนี้ Jaslyn จะมาเล่าเกี่ยวกับการใช้น้ำเกลือล้างหน้าค่ะ</p>
<p>เป็นคำถามที่พบบ่อย มาตั้งแต่ ประมาณปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้นะคะ เกี่ยวกับเรื่องการใช้น้ำเกลือล้างหน้าเพื่อรักษาสิวแล้วดีหรือเปล่า?</p>
<h2>การใช้น้ำเกลือล้างหน้าเพื่อรักษาสิว</h2>
<p>ตามความเห็นของ แอดมินเอง</p>
<div class="text_exposed_show">
<p>ต้องตอบก่อนว่า น้ำเกลือที่ขายกันในร้านยาส่วนใหญ่ เป็นน้ำเกลือ 0.9% หรือ ที่เรียกว่า Normal Saline Solution หรือ NSS โดยทั่วไปจะใช้น้ำปราศจากเชื้อในการผลิต หากนำมาใช้ล้างหน้า หรือเช็ดหน้า ก็คงไม่ก่อให้เกิดอันตรายรุนแรงใดๆ</p>
<p>แต่การใช้น้ำเกลือล้างหน้า หรือเช็ดหน้า ไม่สามารถรักษาสิวได้ค่ะ และไม่มีข้อบ่งใช้ในการรักษาสิวด้วย</p>
<p>ในการใช้เกี่ยวกับ สิว คือ สิวที่เป็นแผลเปิด ใช้เพื่อทำความสะอาดแผลสิว ไม่ใช่ รักษาสิว นะคะ</p>
<p>ข้อนี้หลายๆคนเข้าใจผิดกันเยอะมาก !!!</p>
<p>น้ำเกลือจะช่วยในแง่ของการทำความสะอาดแผล โดยไม่ก่อให้เกิดการแสบผิวค่ะ เพราะมีการปรับให้เป็น isotonic แล้ว</p>
<p>มีบางคน ใช้น้ำเกลือล้างหน้า ก่อน แล้ว ตามด้วยน้ำเปล่า อีกที !!!<br />
อันนี้ ก็สงสัย ว่าแล้วจะล้างน้ำเกลือทำไม !!! น้ำที่ล้างอันสุดท้ายคือชะน้ำเกลือออกหมดค่ะ ถ้าล้างแบบนี้ก็ตัดขั้นตอนล้างน้ำเกลือออกไปเลยค่ะ ล้างหรือไม่ล้าง มีผลเท่ากัน</p>
<p>มีบางคนเอาน้ำเกลือมาใช้ล้างหน้า เช็ดหน้า แบบไม่ล้างออก !!!<br />
ถ้าปล่อยให้น้ำเกลือแห้งบนใบหน้า ก็เท่ากับคุณทิ้งคราบและผลึกเกลือ ไว้บนใบหน้านะคะ !!! และผลึกเกลือก็มีความคมอาจจะบาดผิวได้อีก</p>
<p>นอกจากจะไม่รักษาสิวแล้ว การใช้น้ำเกลือ กับผิวหน้า ยังอาจก่อให้เกิดสิวอุดตัน อีกตะหาก !!!</p>
<p>เพราะ จากการทดลองเกี่ยวกับ Comedogenic test มีการจัดลำดับให้ Sodium chloride มี Comedogenic rate อยู่ ที่ 5 = High คือ สามารถก่อให้เกิดการอุดตันได้สูง ค่ะ</p>
<p>นอกจากนี้การใช้น้ำเกลือเช็ดหน้า ยังไม่เหมาะ กับคนผิวแห้งด้วยค่ะ เพราะอาจจะทำให้ผิวที่แห้งอยู่แล้ว แห้งขึ้นไปอีก</p>
<p>ก็ยังมีคำถามว่า มีบางคนใช้แล้วดีขึ้น ในเรื่องสิว</p>
<p>อันนี้อาจจะมาจากการที่ใช้น้ำเกลือล้างหน้า แล้วหยุดให้ผลิตภัณฑ์บางตัวที่ก่อให้เกิดการอุดตันได้มากกว่าไป สิวเลยอาจดีขึ้น, หรือ มีการใส่ใจในการทำความสะอาดใบหน้า แผลสิวมากขึ้น ก็เลยอาการดีขึ้น ก็อาจจะเป็นไปได้ค่ะ</p>
<p>บางคนบอกว่า ใช้น้ำเกลือเช็ดหน้า แล้วหน้าขาวขึ้น<br />
อันนี้ตอบเลยว่า เป็นไปไม่ได้ค่ะ เพราะไม่มีสารที่จะช่วยทำให้ขาวอยู่ในน้ำเกลือค่ะ</p>
<p>มีบางคน เอาไปแช่คอนแทคเลนส์ แทนน้ำยาอเนกประสงค์สำหรับแช่คอนแทคเลนส์!!!<br />
อันนี้ก็ไม่ควรค่ะ เพราะ ไม่สามารถขจัดคราบโปรตีน หรือฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ แต่สามารถนำน้ำเกลือ 0.9% มาใช้ล้างคอนแทคเลนส์ ก่อนใส่ได้ค่ะ</p>
<h4>ข้อบ่งใช้ในการใช้ น้ำเกลือ 0.9% ที่ถูกต้อง</h4>
<ol>
<li>ใช้ชะล้างทำความสะอาดบาดแผล</li>
<li>ใช้สวนล้างตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น สวนล้างโพรงจมูก เพื่อลดอาการน้ำมูกไหลลงคอ จาม และอาการคัดจมูก ช่วยชะล้างน้ำมูกและสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ทำให้โพรงจมูกชุ่มชื้น บรรเทาอาการในผู้ที่มีอาการเยื่อจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis) และผู้ที่มีอาการเยื่อจมูกอักเสบชนิดไม่แพ้ (Non-allergic Rhinitis)</li>
<li>ใช้ชะล้างคอนแทคเลนส์ (ใช้ล้างได้ แต่เอาไปแช่แทนน้ำยาอเนกประสงค์สำหรับแช่คอนแทคเลนส์ไม่ได้นะคะ)</li>
</ol>
<h4>หากอยากรู้ว่าสารตัวไหนก่อให้เกิดสิวได้มากน้อยขนาดไหน อ่านได้ตามลิ้งด้านล้างนี้</h4>
<ol>
<li><a href="https://www.beneficialbotanicals.com/facts-figures/comedogenic-rating.html" target="_blank" rel="nofollow">https://www.beneficialbotanicals.com/…/comedogenic-rating.h…</a></li>
<li><a href="http://www.caryskincare.com/acnecomedogeniclist.html" target="_blank" rel="nofollow">http://www.caryskincare.com/acnecomedogeniclist.html</a></li>
</ol>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-219 size-full" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/ล้างหน้า.jpg" alt="น้ำเกลือล้างหน้า, สิว" width="400" height="267" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/ล้างหน้า.jpg 400w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/ล้างหน้า-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/ล้างหน้า-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" /></p>
</div>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">218</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
