<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>cosmetic &#8211; Jaslyn</title>
	<atom:link href="https://www.jaslynsense.com/tag/cosmetic/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.jaslynsense.com</link>
	<description>ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง สาระความรู้สุขภาพและความงาม</description>
	<lastBuildDate>Mon, 21 Mar 2022 10:03:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.1</generator>

<image>
	<url>https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/07/cropped-01-150x150.jpg</url>
	<title>cosmetic &#8211; Jaslyn</title>
	<link>https://www.jaslynsense.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">113788713</site>	<item>
		<title>เคล็ดลับการทำความสะอาดผิวเพื่อเผยผิวกระจ่างใสมีออร่า</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/facialcleansing/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/facialcleansing/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Jaslyn_Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 08 Jul 2017 19:22:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ความสวยความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrating]]></category>
		<category><![CDATA[sensitive skin]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jaslynsense.com/?p=1780</guid>

					<description><![CDATA[Hello วันหยุดยาวค่ะสาวๆ วันว่างแบบนี้มาเรียนรู้ เคล็ดลั [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>Hello วันหยุดยาวค่ะสาวๆ วันว่างแบบนี้มาเรียนรู้ เคล็ดลับการทำความสะอาดผิว เพื่อให้ผิวกระจ่างใสมีออร่าจนใครๆทักกันดีกว่า เคล็ดลับนี้สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว และเหมาะมากๆสำหรับสาวผิวแห้ง และผิวแพ้ง่ายค่ะ</p>
<p>สิ่งที่ต้องทราบอันดับแรกเลย  <strong>การทำความสะอาดผิวที่ดีที่สุด ควรมี 2 ขั้นตอนนะคะ</strong> คือ</p>
<p><strong>ขั้นตอนที่ 1 : การทำความสะอาดผิวด้วยคลีนซิ่ง</strong></p>
<p><strong>ขั้นตอนที่ 2 : การทำความสะอาดผิวซ้ำอีกครั้งด้วยผลิตภัณฑ์เพื่อล้างทำความสะอาดผิวหน้า</strong></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1781 aligncenter" src="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/07/facialcleansing-01.jpg" alt="เคล็ดลับการทำความสะอาดผิว" width="626" height="840" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/07/facialcleansing-01.jpg 626w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/07/facialcleansing-01-600x805.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/07/facialcleansing-01-224x300.jpg 224w" sizes="(max-width: 626px) 100vw, 626px" /></p>
<p>มาเริ่มกันเลยค่ะ</p>
<h2>เคล็ดลับสำคัญของการทำความสะอาดผิวหน้าด้วยคลีนซิ่งเพื่อเผยผิวกระจ่างใสมีออร่า</h2>
<p>เคล็ดลับนี้ <strong>เราต้องเบามือ และฟื้นบำรุงผิวไปพร้อมๆกัน</strong>ค่ะ สำหรับสาวผิวแพ้ง่าย ผิวแห้ง เราขอแนะนำให้ใช้คลีนซิ่งแบบที่สามารถเทลงบนฝ่ามือและนวดวนทั่วใบหน้าได้ เช่น กลุ่มคลีนซิ่งมิล์ค</p>
<p>วิธีการเริ่มต้นจากเทคลีนซิ่งปริมาณพอเหมาะลงบนฝ่ามือ จากนั้นค่อยๆใช้ปลายนิ้วนวดวนบนใบหน้า และรอบดวงตาอย่างเบามือที่สุด พยามให้ผิวหนังของเราเคลื่อนที่ไปตามแรงนวดน้อยที่สุด เราต้องระวังเสมอนะคะ อย่าเผลอนวดแรงจนเกินไป เพราะ<strong>การนวดแรงๆ อาจจะกระตุ้นให้โครงสร้างผิวเสียหายได้ และนอกจากนี้ยังอาจกระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสีผิวมากขึ้นได้ด้วย</strong> ซึ่งอาจเป็นที่มาของการเกิดจุดด่างดำได้ค่ะ ในลักษณะเดียวกันหากมีผิวแห้ง หรือผิวแพ้ง่าย การใช้สำลีเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าบ่อยๆ แรงๆก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างผิวได้เช่นกัน ส่งผลให้ผิวหนังชั้นบนอ่อนแอ และสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย เป็นสาเหตุของผิวแห้งกร้าน และไวต่อสิ่งกระตุ้น</p>
<p>ถ้าใครยังไม่มีคลีนซิ่ง <a href="https://invol.co/cl9v442">สามารถคลิกเพื่อดูรายละเอียดและเลือกซื้อได้จากที่นี่ค่ะ</a></p>
<h2>เคล็ดลับสำคัญของการล้างทำความสะอาดผิวหน้าเพื่อเผยผิวกระจ่างใสมีออร่า</h2>
<p>ง่ายๆค่ะ เพียงแค่เราถูผลิตภัณฑ์ที่ต้องการใช้สำหรับล้างหน้าจนเกิดฟองนุ่มก่อน จากนั้นใช้ฟองนุ่มทำความสะอาดผิวหน้า ซึ่งการใช้ฟองนุ่มนี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับการทำความสะอาดผิวโดยไม่จำเป็นต้องนำผลิตภัณฑ์ไปถูกับหน้าตรงๆ ซึ่งวิธีนี้จะอ่อนโยนต่อผิวของเรามากกว่าค่ะ หลังจากนั้นก็ล้างด้วยน้ำสะอาดที่อุณหภูมิห้องเบาๆ หลีกเลี่ยงการใช้ฝักบัวฉีดหน้า และการใช้น้ำอุ่นล้างหน้า เพราะจะเป็นการชะไขมันที่อยู่บริเวณผิวออกมากเกินไป นำมาสู่การเกิดผิวแห้งกร้านได้ค่ะ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/facialcleansing/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1780</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ดูแลผิวอย่างไร ให้แต่งหน้าปัง เคล็ดลับดูแลผิวที่สาวๆไม่ควรพลาด</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%87/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%87/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Jaslyn_Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Jul 2017 18:18:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ความสวยความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[Antiaging]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<category><![CDATA[เวชสำอาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jaslynsense.com/?p=1775</guid>

					<description><![CDATA[Hello สวัสดีค่ะสาวๆวันนี้จัสลินมี Beuty Tips มาฝากกันค่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>Hello สวัสดีค่ะสาวๆวันนี้จัสลินมี Beuty Tips มาฝากกันค่ะ</h2>
<p>ทราบมั๊ยคะว่า <strong>พื้นฐานสำคัญที่สุดของการแต่งหน้าให้ปังอยู่ที่การดูแลผิวค่ะ</strong><br />
ลองสังเกตุดูนะคะ ช่วงไหนที่เราพักผ่อนน้อย หน้าโทรม ไม่ค่อยได้บำรุงดูแลผิวหน้า  หรือไปเผชิญกับสภาวะแวดล้อมที่รุนแรงมาปัญหาที่เรามักจะพบตามมา คือ แต่งหน้าไม่ติด แต่งหน้าแล้วก็ยังรู้สึกไม่สดใส<br />
จริงๆแล้วสาเหตุของปัญหานั้น เกิดจากผิวของเราขาดความชุ่มชื้นค่ะ และอาจจะถูกทำร้ายจากปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ เช่นมลภาวะ แสงแดด ฝุ่นละออง จนนำมาสู่ความหมองคล้ำของผิวด้วย</p>
<p>หลักการพื้นฐานที่สำคัญสุดในการดูแลผิวเพื่อพร้อมรองรับกับการแต่งหน้าให้ปัง มีหลักการง่ายๆค่ะ</p>
<p><strong>“ผิวที่สะอาด และชุ่มชื้น เป็นเงื่อนไขสำคัญพื้นฐานที่จะช่วยให้ผิวดูสดใส”</strong> แต่งหน้าแล้วปัง<br />
และที่สำคัญเราต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว ปัญหาผิวของเราด้วยนะคะ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เราเลือกใช้ต้องซึมซาบลึกเข้าสู่ผิว มีประสิทธิภาพในการบำรุงผิวเป็นอย่างดีค่ะ</p>
<h2><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-1776 size-full" src="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/07/7-01.jpg" alt="ดูแลผิวอย่างไร" width="626" height="840" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/07/7-01.jpg 626w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/07/7-01-600x805.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/07/7-01-224x300.jpg 224w" sizes="(max-width: 626px) 100vw, 626px" /><br />
5 ขั้นตอนพื้นฐานบำรุงผิวให้แต่งหน้าปัง</h2>
<h4>ขั้นที่1 เตรียมผิวด้วยโทนเนอร์</h4>
<p>การใช้โทนเนอร์จะช่วยในการเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการทาผลิตภัณฑ์ในขั้นต่อไป ทำให้ผลิตภัณฑ์ขั้นต่อไปสามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น รวมถึงยังช่วยในการกระชับรูขุมขนได้อีกด้วยค่ะ</p>
<p><a href="https://invol.co/cl9v59o">สามารถคลิกเพื่อดูรายละเอียดและเลือกซื้อโทนเนอร์ได้จากที่นี่ค่ะ</a></p>
<h4>ขั้นที่ 2 ให้ความสำคัญกับผิวรอบดวงตา</h4>
<p>บริเวณรอบดวงตาเป็นอีกบริเวณหนึ่งบนผิวหน้าที่มีความบอบบางเป็นพิเศษ และมักถูกละเลย ควรทาอายครีมลงบริเวณหัวตาแล้วเกลี่ยไปทางหางตาทั้งเปลือกตาบน และใต้ดวงตา ขั้นตอนนี้จะช่วยให้ความชุ่มชื้น ป้องกันการเกิดรอยตีนได้ค่ะ</p>
<p><a href="https://invol.co/cl9v5av">สามารถคลิกเพื่อดูรายละเอียดและเลือกซื้ออายครีมได้จากที่นี่ค่ะ</a></p>
<h4>ขั้นที่ 3 เลือกเซรั่ม หรือเอสเซนส์ให้ตรงกับปัญหาเฉพาะจุด</h4>
<p>สำหรับใครที่มีปัญหาผิวเป็นพิเศษอาจจะต้องเพิ่มเติมขั้นตอนนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผิวให้มากขึ้น เช่น ลดปัญหาฝ้า ลดปัญหาสิวอุดตัน</p>
<p><a href="https://invol.co/cl9v5dc">สามารถคลิกเพื่อดูรายละเอียดและเลือกซื้อเซรั่มได้จากที่นี่ค่ะ</a></p>
<p><a href="https://invol.co/cl9v5eg">สามารถคลิกเพื่อดูรายละเอียดและเลือกซื้อเอสเซนส์ได้จากที่นี่ค่ะ</a></p>
<h4>ขั้นที่ 4 เติมความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยครีมบำรุงสูตรเข้มข้น</h4>
<p>ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นให้กับผิว เพราะเมื่อเราทาครีมทั่วใบหน้า ครีมจะทำหน้าที่เป็นชั้นฟิล์มปกคลุมผิว และรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว นอกจากนี้การเลือกครีมบำรุงที่มีประสิทธิภาพเหมาะกับสภาพปัญหาผิว ยังช่วยฟื้นบำรุงผิวได้อย่างตรงจุดด้วยค่ะ ปริมาณครีมที่ควรใช้ในแต่ละครั้งควรมีปริมาณที่เหมาะสม ปริมาณเท่าเหรียญ 1 บาท แบ่งแต้ม 5 จุด หน้าผาก แก้ม 2 ด้าน จมูก คาง แล้วเกลี่ยทั่วใบหน้า</p>
<p><a href="https://invol.co/cl9v5gy">สามารถคลิกเพื่อดูรายละเอียดและเลือกซื้อครีมบำรุงผิวได้จากที่นี่ค่ะ</a></p>
<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" class="wp-image-1800 aligncenter" src="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/09/Photo._170623_0136.jpg" alt="" width="267" height="400" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/09/Photo._170623_0136.jpg 1365w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/09/Photo._170623_0136-600x900.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/09/Photo._170623_0136-200x300.jpg 200w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/09/Photo._170623_0136-768x1152.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/09/Photo._170623_0136-683x1024.jpg 683w" sizes="(max-width: 267px) 100vw, 267px" /></figure>
</div>
<h4>ขั้นที่ 5 ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด</h4>
<p>การทาครีมกันแดดเป็นขั้นตอนดูแลผิวที่ห้ามขาดโดยเด็ดขาด เพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวีที่คอยทำร้ายผิว โดยเฉพาะบ้านเรา แดดเมืองไทยแรงมว๊าก!!! ปริมาณครีมกันแดดที่เหมาะสม คือ ประมาณ 2 ข้อนิ้วชี้ หรือเท่ากับวงเหรียญ 10 บาท เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพตามที่ผลิตภัณฑ์ระบุค่ะ</p>
<p><a href="https://invol.co/cl9v5i9">สามารถคลิกเพื่อดูรายละเอียดและเลือกซื้อครีมกันแดดได้จากที่นี่ค่ะ</a></p>
<p>เพื่อนๆลองนำ Beauty Tips ไปปรับใช้กับการดูแลผิวหน้ากันดูนะคะ รับรองว่าถ้าดูแลผิวหน้าดี ชุ่มชื้น สุขภาพดี แต่งหน้ายังไงก็ปังค่ะ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1775</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เทรนด์สีปากมาแรง 2017 (Lip Color Trends Spring/Summer 2017)</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87-2017/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87-2017/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Jan 2017 18:50:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ความสวยความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=1131</guid>

					<description><![CDATA[เทรนด์สีปากมาแรง 2017 (Lip Color Trends Spring/Summer 2 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;">เทรนด์สีปากมาแรง 2017</h2>
<h2 style="text-align: center;">(Lip Color Trends Spring/Summer 2017)</h2>
<p>สวัสดีค่ะสาวๆ ถึงปากจะมีปากเดียว แต่ลิปสติกไม่เคยมีอันเดียว จริงไหมคะสาวๆ? เท่าไหร่ก็ไม่พอ พร้อมเปย์ตลอด กับคำว่า &#8220;สีนี้สวยดี&#8221;</p>
<p>มาค่ะวันนี้ Jaslyn จะมาอัพเดทเทรนด์สีปากที่กำลังฮิตสุดๆ ในตอนนี้ Spring/Summer 2017</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1138" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/sample-3-01.jpg" alt="เทรนด์สีปากมาแรง 2017" width="2500" height="1667" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/sample-3-01.jpg 2500w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/sample-3-01-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/sample-3-01-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/sample-3-01-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/sample-3-01-1024x683.jpg 1024w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/sample-3-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2500px) 100vw, 2500px" /></p>
<p>ว่ากันว่า การแต่งหน้าที่ดี จะช่วยส่งเสริมให้เครื่องแต่งกายที่เราสวมใส่นั้นดูดีขึ้นไปอีก ถึงชุดจะดูสวยงามถ้าแต่งหน้ามาไม่เป๊ะก็พังได้ง่ายๆ เช่นกัน การเลือกสีลิปสติกก็จัดว่าเป็นส่วนสำคัญของการแต่งหน้าเลยก็ว่าได้ เพราะสีสันโดดเด่น เป็นจุดดึงดูดสายตาให้มองเป็นจุดแรก รวมถึงสีสันยังเป็นสิ่งที่บ่งบอกลุคโดยรวมของการแต่งหน้าโทนต่างๆได้อีกด้วย เทรนด์ในปี 2017 จะเน้นภาพใหญ่ไปที่คำว่า <strong>Classic Lip</strong> เป็นสีที่นำไปใช้ได้แบบเรียบหรู ดูดี ใช้ได้กับการแต่งกายหลายแบบ</p>
<ol>
<li>
<h4>Classic Pink</h4>
</li>
</ol>
<p>สีชมพูที่มาแรงในปีนี้ จะเป็นสีชมพูที่ดูคลาสสิค สามารถเข้าได้กับการแต่งกายหลายรูปแบบ เป็นสีชมพูที่ดูชมพูหนักๆหน่อย เรียกว่าเป็นโทนชมพูแบบสตรองค่ะ เช่น โทน Berry Pink, Rose Pink</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1139" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/strongpink.jpg" alt="" width="800" height="800" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/strongpink.jpg 800w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/strongpink-300x300.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/strongpink-100x100.jpg 100w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/strongpink-600x600.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/strongpink-150x150.jpg 150w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/strongpink-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<ol start="2">
<li>
<h4>Classic Red</h4>
</li>
</ol>
<p>เทรนด์ที่มาแรงมากในปี 2017 คือ เทรนด์ปากสีแดง แดงแค่ไหน? มีหลายแดงซะเหลือเกิน แดงที่มาปีนี้จะเป็น Classic Red คือ ไม่ใช่แดงแบบสว่าง จะเป็นสีแดงแบบฉ่ำๆหน่อย เช่น Cranberry, Cherry, Deep Cranberry</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1140" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/pexels-photo.jpg" alt="" width="940" height="627" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/pexels-photo.jpg 940w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/pexels-photo-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/pexels-photo-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/pexels-photo-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/pexels-photo-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<ol start="3">
<li>
<h4><strong>Electric Orange</strong></h4>
</li>
</ol>
<p>สีส้มโทนสว่างสุดๆ ให้ความรู้สึกสดใส มั่นใจ เป็นสีส้มที่จะมาแรงในปี 2017 ค่ะ จะเห็นได้ว่าเหล่าดารา และเซเลปต่างๆ ก็ใช้โทนนี้ในการออกงาน เรียกได้ว่า ส้มใส ส้มอ่อน ต้องหลีกทางให้ก่อนสำหรับปีนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1142" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/orange1.jpg" alt="" width="960" height="720" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/orange1.jpg 960w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/orange1-600x450.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/orange1-300x225.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/orange1-768x576.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/orange1-370x277.jpg 370w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<ol start="4">
<li>
<h4>Red Rose</h4>
</li>
</ol>
<p>ต้องบอกว่า ปีนี้เป็นปีของเทรนด์ปากแดงจริงๆ ไม่ใช่แค่ Classic Red แต่ Red Rose สีแดงโทนดอกกุหลาบ ให้กลิ่นอายยุค 80 ก็มาเช่นกัน เป็นสีแดงที่ให้ความรู้สึกสุขุม หนักแน่น และหรูหราอยู่ในที</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1143" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/red-rose-1.jpeg" alt="" width="433" height="650" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/red-rose-1.jpeg 433w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/red-rose-1-200x300.jpeg 200w" sizes="(max-width: 433px) 100vw, 433px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1144" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/redrose-2.jpeg" alt="" width="940" height="627" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/redrose-2.jpeg 940w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/redrose-2-600x400.jpeg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/redrose-2-300x200.jpeg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/redrose-2-768x512.jpeg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/redrose-2-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<ol start="5">
<li>
<h4>Nude</h4>
</li>
</ol>
<p>สำหรับ Nude เป็นซอฟท์ โทนเดียวทีเข้ามาอยู่ในเทรนด์ท่ามกลางสีสดใสอื่นๆก็ว่าได้ สีโทน Nude จัดว่าคลาสสิคตลอดกาล ดูเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความเซ็กซี่มีสไตล์แบบไม่เปิดผยโจ่งแจ้ง การแต่งหน้าโทนสี Nude ให้ดูไม่ป่วย จะต้องคอนทัวร์ใบหน้าช่วยด้วย รวมถึงการสร้างมิติด้วยการใช้ลิปกลอสแตะเบาๆตรงกึ่งกลางปาก ซึ่งจะช่วยให้ปากดูอวบอิ่ม มีลูกเล่นมากขึ้น รวมทั้งการเลือกสี ควรเป็นสี Nude อมชมพู, หรือ Nude อมส้มเล็กๆ เพื่อไม่ให้ดูป่วยจนเกินไปค่ะ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1145" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/nudelip.jpeg" alt="" width="940" height="625" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/nudelip.jpeg 940w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/nudelip-600x399.jpeg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/nudelip-300x199.jpeg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/nudelip-768x511.jpeg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/nudelip-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1146" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/pexels-photo-116234.jpeg" alt="" width="940" height="627" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/pexels-photo-116234.jpeg 940w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/pexels-photo-116234-600x400.jpeg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/pexels-photo-116234-300x200.jpeg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/pexels-photo-116234-768x512.jpeg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/pexels-photo-116234-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87-2017/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1131</post-id>	</item>
		<item>
		<title>5 เทรนด์แต่งเล็บ ที่กำลังจะมาใน หน้าร้อน 2017 inspired from Runway</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%9a-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%9a-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Jan 2017 19:56:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ความสวยความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=1125</guid>

					<description><![CDATA[5 เทรนด์แต่งเล็บ หน้าร้อน 2017  inspired from Runway จา [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>5 เทรนด์แต่งเล็บ หน้าร้อน 2017  inspired from Runway</h2>
<p>จากงาน Fasion Week Spring/Summer 2017 ลุคส่วนใหญ่ของเหล่านางแบบบนรันเวย์จะออกไปในแนว Extreme ซะส่วนใหญ่ แม้กระทั่งการแต่งเล็บ เพนท์เล็บยังออกแนว Extreme สุดๆเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการแต่งเล็บแบบ 3D หรือ การแต่งเล็บแนว Punked ที่มีการบวกลูกเล่นกราฟฟิกต่างๆเสริมเข้าไปอีก ทั้งลายมงกุฎ หรือการประดับเพชรเล็กๆ เรียกได้ว่าแฟชั่นขั้นสุดเอามากๆ จนถึงขั้นที่ว่าหลายคนคิดว่านำไปใช้ได้ยากทีเดียว แต่ไอเดียสร้างสรรค์ทั้งหลายจากงานนี้เราก็สามารถนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการแต่งเล็บของเราเองแบบ DIY ได้ค่ะ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1128" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/เทรนด์แต่งเล็บ-หน้าร้อน-01.jpg" alt="เทรนด์แต่งเล็บ หน้าร้อน" width="2500" height="1667" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/เทรนด์แต่งเล็บ-หน้าร้อน-01.jpg 2500w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/เทรนด์แต่งเล็บ-หน้าร้อน-01-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/เทรนด์แต่งเล็บ-หน้าร้อน-01-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/เทรนด์แต่งเล็บ-หน้าร้อน-01-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/เทรนด์แต่งเล็บ-หน้าร้อน-01-1024x683.jpg 1024w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/เทรนด์แต่งเล็บ-หน้าร้อน-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2500px) 100vw, 2500px" /></p>
<p>กูรูด้านการแต่งเล็บในต่างประเทศเชื่อว่า 5 เทรนด์นี้ กำลังจะกลายมาเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในฤดูร้อนนี้ มีอะไรบ้าง ตามมาดูกันค่ะ เทรนด์แต่งเล็บ หน้าร้อน 2017</p>
<h4>เทรนด์ 1 : Cheeky Tints เล็บก็เขินได้นะ</h4>
<p>Cheeky Tints เทรนด์นี้ได้รับความนิยมมาจากสาวๆฝั่งไต้หวัน และกำลังแพร่กระจายความฮิตไปสู่สาวๆทั่วเอเชีย การแต่งเล็บแนวนี้จะให้ความรู้สึกอ่อนหวาน ดูซอฟท์ใส เหมาะกับสาวหวานมากๆค่ะ ดูๆไปแล้วทำให้นึกถึงลักษณะของแก้มแดงๆ เมื่อกำลังเขิน อาย หรือ การปัดบลัชออนที่พวงแก้ม มองไปมองมาก็ทำให้นึกถึงสีชมพูหวานของดอกกุหลาบด้วยสิ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter" src="https://s-media-cache-ak0.pinimg.com/564x/aa/92/19/aa921954e5a66a65112c0decd1c32b23.jpg" /></p>
<p>Credit :<a href="https://kinarino.jp/cat5/15263"> https://kinarino.jp/cat5/15263</a></p>
<h4>เทรนด์ 2 : Circle ลายกราฟฟิกวงกลมขนาดใหญ่ จุดเดียว</h4>
<p>Circle ลายกราฟฟิกวงกลมขนาดใหญ่ จุดเดียว เป็นลายที่ให้ความรู้สึกมั่นใจ และดูคลาสสิกร่วมสมัย เหมาะกับสาวที่ชอบลุคเก๋ๆ เรียบ มั่นใจ ค่ะ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1126" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/nail2.jpg" alt="เทรนด์การแต่งเล็บ หน้าร้อน 2017" width="399" height="600" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/nail2.jpg 399w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/nail2-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 399px) 100vw, 399px" /></p>
<p>ที่มา : <a href="https://kinarino.jp/cat5-美容・ケア/13337-キュートな指先にウキウキしちゃう♪北欧風のネイルアートがかわいいよ！">https://kinarino.jp/cat5-美容・ケア/13337-キュートな指先にウキウキしちゃう♪北欧風のネイルアートがかわいいよ！</a></p>
<h4>เทรนด์ 3 : Free line เส้นอิสระตามใจฉัน</h4>
<p>Free line เทรนด์นี้เป็นไอเดียการสร้างสรรค์แบบง่ายๆ ด้วยการวาดเส้นอิสระตามใจลงไปบนเล็บที่เป็นสีพื้น ให้ความรู้สึกเรียบง่าย สบายๆ แต่ก็แฝงไปด้วยความหรู เรียกว่า เรียบ หรู ดูแพง เลยหละค่ะสาวๆ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter" src="http://3.bp.blogspot.com/-bk38fBvFEOw/Ut5vPtCvYBI/AAAAAAAAAMQ/J_6mk0HHQj4/s1600/140121_2.jpg" /></p>
<p>ที่มา : <a href="https://www.pinterest.com/source/news.nail-common.com">https://www.pinterest.com/source/news.nail-common.com</a></p>
<h4>เทรนด์ 4 : Contrast Gradient  ไล่สีโทนตัดกัน</h4>
<p>Colorful Gradient   เทรนด์นี้เป็นการจับสีโทนต่างๆ ที่แลดูตัดกันมาไล่สีอย่างลงตัว ให้อารมณ์สดใส เปรี้ยวซ่า เหมาะกับฤดูร้อนที่กำลังจะมามากๆเลยค่ะ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1127" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/20f88bc32f81839f532a7caa4420b986.jpg" alt="เทรนด์แต่งเล็บ" width="564" height="564" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/20f88bc32f81839f532a7caa4420b986.jpg 564w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/20f88bc32f81839f532a7caa4420b986-300x300.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/20f88bc32f81839f532a7caa4420b986-100x100.jpg 100w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/20f88bc32f81839f532a7caa4420b986-150x150.jpg 150w" sizes="(max-width: 564px) 100vw, 564px" /></p>
<p>ที่มา : <a href="http://nail2015.blogspot.com/2015/11/35-easy-rainbow-nail-art-designs-2015.html">http://nail2015.blogspot.com/2015/11/35-easy-rainbow-nail-art-designs-2015.html</a></p>
<h4>เทรนด์ 5 : Colorful Stripes</h4>
<p>Colorful Stripes เทรนด์นี้เรียกว่า มากับทุกแฟชั่นฤดูร้อนเลยก็ว่าได้ สำหรับการจับสีแนวสดใส มามิกซ์กันด้วยเส้นตรงลายขวางอย่างง่ายๆ เป็นชั้น ให้อารมณ์สดใส น่ารัก ไปอีกแบบค่ะ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter" src="https://s-media-cache-ak0.pinimg.com/564x/52/0d/a6/520da6a8972a11b52a9b1b409718840b.jpg" /></p>
<p>ที่มา :<a href="https://www.pinterest.com/pin/395894623464573587/"> https://www.pinterest.com/pin/395894623464573587/</a></p>
<p>จบไปแล้วนะคะสำหรับ 5 เทรนด์แต่งเล็บที่บรรดากูรูคาดว่าจะฮอตฮิตในฤดูร้อนนี้ โดนใจ Jaslyn ไปเต็มๆทั้ง 5 เทรนด์เลยค่ะ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%9a-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1125</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 5 ข้อกำหนดของประเทศไทย</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%875/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%875/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Dec 2016 10:51:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่องเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<category><![CDATA[จุลินทรีย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=915</guid>

					<description><![CDATA[ห่างหายไปนาน กลับมาต่อกันนะครับ คราวที่แล้วเราพูดถึงข้อ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ห่างหายไปนาน กลับมาต่อกันนะครับ คราวที่แล้วเราพูดถึงข้อกำหนดด้านเชื้อจุลินทรีย์ของ EU กับอเมริกากันไปแล้ว คราวนี้เรามาดูข้อกำหนดของไทยกันบ้าง ว่าจะเป็นยังไงนะครับ จะโหดหิน หรือว่าชิวๆ หรือว่าไปลอกของคนอื่นมาทั้งดุ้นเลยกันแน่ มาดูกันครับ</p>
<p>ต้องบอกก่อนนะครับว่ากฏหมายนี้เป็นกฏหมายที่พึ่งผ่านมาสดๆร้อนๆ เพราะเราพึ่งประกาศกฏหมายฉบับนี้เมื่อปี 2559 นี้เองครับ เพราะว่าก่อนหน้านี้ คือสมัยที่เรายังใช้ พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2535 อยู่ มีการกำหนดไว้ว่าเครื่องสำอางที่ดีต้องปราศจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค พร้อมกำหนดบทลงโทษเอาไว้ แต่!!! ในกฏหมายลูก คือ ประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนดคุณลักษณะทางชีววิทยาสำหรับเครื่องสำอาง กำหนดไว้แค่ 4 ประเภท คือ ผ้าอนามัย, ผ้าเย็น, แป้งฝุ่น และแป้งน้ำเท่านั้น ไม่มีพวกครีมทาหน้า โลชัน และอื่นๆ!!! แปลกดีไหม? แต่ถึงอย่างนั้น อย.เราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ปล่อยเลยตามเลยนะครับ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการตรวจจุลินทรีย์ในเครื่องสำอางเนี่ย เค้าก็ไปเอามาตรฐานทางจุลชีววิทยาของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมมาใช้อ้างอิงไปพลางๆก่อน</p>
<p>ต่อมาเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2558 เราก็มี<a href="http://library2.parliament.go.th/giventake/content_nla2557/law86-080958-5.pdf">พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558</a> เราก็ยกเลิกพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ.2535 ทิ้งไป</p>
<h4>เรามาดูกันดีกว่าครับว่า พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 นี้ จะพูดถึงเชื้อจุลินทรีย์ในเครื่องสำอางไว้ว่ายังไงบ้าง</h4>
<p>ในมาตรา 60 กำหนดไว้ว่า ผู้ใดผลิตเพื่อขาย นำเข้าเพื่อขาย หรือรับจ้างผลิตเครื่องสำอางอันเป็นการฝ่าฝืนประกาศที่รัฐมนตรีออกมาตามมาตรา 6 (1)<strong> ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ </strong> (โหดกว่าขายเครื่องสำอางไม่มีเลขจดแจ้งซะอีก)</p>
<p>เอ้าแล้วมาตรา 6 (1) มันเกี่ยวอะไรกับเชื้อจุลินทรีย์</p>
<p>คืองี้ครับ มาตรา 6(1) มันคือชื่อ ประเภท ชนิดหรือคุณลักษณะของเครื่องสำอางที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย ที่รัฐมนตรีประกาศ</p>
<p>ทีนี้ในปี 2559 รัฐมนตรีก็ประกาศกฏหมายลูกออกมาในชื่อ <a href="http://e-cosmetic.fda.moph.go.th/data_center/ifm_mod/nw/%BB%C3%D0%A1%D2%C8%CF_%C5%D1%A1%C9%B3%D0%E0%A4%C3%D7%E8%CD%A7%CA%D3%CD%D2%A7%CB%E9%D2%C1%BC%C5%D4%B5.PDF"><strong>ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดลักษณะของเครื่องสำอางที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย</strong></a> ซึ่งมันมีข้อกำหนดเกี่ยวกับเชื้อจุลินทรีย์อยู่ด้วย โดยมีประเด็นหลักๆอยู่ 3 ประเด็น คือ</p>
<ol>
<li>เครื่องสำอางต้องไม่ตรวจพบเชื้อก่อโรค ได้แก่<br />
&#8211; ซูโดโมแนส แอรูจิโนซา (<em>Pseudomonas aeruginosa</em>)<br />
&#8211; สตาฟิโลค็อกคัส ออเรียส (<em>Staphylococcus aureus</em>)<br />
&#8211; แคนดิดา อัลบิแคนส์ (<em>Candida albicans</em>)<br />
&#8211; คลอสตริเดียม (Clostridium spp.) (เฉพาะเครื่องสําอางผสมสมุนไพร)</li>
<li>เครื่องสำอางที่ใช้รอบดวงตา เครื่องสำอางที่สัมผัสกับเยื่อบุอ่อน และเครื่องสําอาง สําหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ต้องมีจํานวนรวมของแบคทีเรีย ยีสต์ และรา ที่เจริญเติบโตโดยใช้อากาศ (Total aerobic plate count) ไม่เกิน 500 โคโลนีต่อกรัม (cfu/g) หรือลูกบาศก์เซนติเมตร ส่วนเครื่องสำอางอื่นๆนอกเหนือจากนี้ต้องมีจํานวนรวมของแบคทีเรีย ยีสต์ และรา ที่เจริญเติบโตโดยใช้อากาศ (Total aerobic plate count) ไม่เกิน 1,000 โคโลนีต่อกรัม (cfu/g) หรือลูกบาศก์เซนติเมตร</li>
<li>สำหรับวิธีการตรวจเชื้อจุลินทรีย์ที่กล่าวถึงในข้อ 1 กับ 2 ห้ามคิดขึ้นเองนะ วิธีที่ใช้ให้เอามาจาก ISO (International Organization for Standardization) หรือ USP (United States Pharmacopeia) หรือวิธีอื่นที่เป็นมาตรฐานสากลเป็นที่ยอมรับ</li>
</ol>
<p>จะว่าข้อกำหนดเรื่องเชื้อของไทยก็คล้ายๆกับของอเมริกาและ EU ผสมๆกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นชนิดของเชื้อที่ห้ามตรวจพบ และปริมาณเชื้อสูงสุดที่ยอมรับได้ (ตัว Total aerobic plate count จะคล้ายๆกับของอเมริกา แต่เชื้อก่อโรคที่ห้ามตรวจพบจะคล้ายๆกับของ EU)</p>
<p>เป็นยังไงบ้างครับกับข้อกำหนดของไทย จะว่ามาตรฐานของเราก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ามาตรฐานระดับโลกอย่าง อเมริกา หรือ EU เท่าไรนัก จะต่างกันก็ตรงการบังคับใช้ก็เท่านั้น</p>
<h4>การบังคับใช้กฏหมาย</h4>
<p>พูดกันตามตรงนะครับ เรามีมาตรฐานไว้ก็จริง แต่การที่จะรู้ได้ว่าเครื่องสำอางจะมีเชื้อเกินหรือเปล่า ก็ต้องมีการสุ่มตรวจ แต่เครื่องสำอางในท้องตลาดมีเป็นหมื่น เป็นแสนชนิด ความจริงก็คือ อย. เราคงไม่สามารถไปสุ่มตรวจทุก lot ทุกยี่ห้อได้ อันที่จริงเป็นส่วนน้อยมากที่เราสุ่มมาได้ อีกอย่างการควบคุมตรงนี้เป็นการควบคุมที่ปลายเหตุครับ คือ คุณผลิตครีมออกมา คุณไม่ต้องตรวจเชื้อก็ได้ แต่คุณต้องมั่นใจนะว่าเชื้อคุณไม่เกิน เพราะถ้าเราสุ่มตรวจเจอ คุณก็ถูกดำเนินคดี แต่มันก็มีประเด็นอีกว่า จะรู้ได้ยังไงว่าเชื้อที่มันเกิน เกิดจากผู้ผลิตขาดความใส่ใจในสุขลักษณะและความปลอดภัยของผู้บริโภคจริงๆ ไม่ได้เกิดจากตัวผู้บริโภคใช้ผิดวิธี หรือเก็บรักษาไว้ไม่ดีตามคำแนะนำของผู้ผลิต ซึ่งตรงนี้หากผู้ผลิตคนไหนที่มีการตรวจเชื้อเองทุกรุ่นการผลิต ก็จะเป็นการเซฟตัวผู้ผลิตเองด้วยว่า ผมมีหลักฐานนะว่า lot นี้ผมตรวจของผมแล้ว ผลมันผ่านนะ ที่ อย. ตรวจแล้วไม่ผ่านน่ะ น่าจะเกิดจากการเก็บรักษามากกว่า</p>
<p>แต่เอาจริงๆ ผู้ผลิตส่วนใหญ่ของเราเลือกที่จะส่งตรวจกับกรมวิทย์เป็นบาง lot ครับ (เพราะทุก lot มันเปลือง) หรือผู้ผลิตบางรายไม่ตรวจเลยก็มี (อาจเกิดจากมั่นใจในกระบวนการผลิตของตัวเองมาก หรือไม่ก็ไม่ใส่ใจเพราะโอกาสถูกสุ่มเจอมันน้อยมากๆ แถมต้องพิสูจน์กันอีกว่า เชื้อที่ปนเปื้อนมาจากผู้ผลิตจริงๆ)</p>
<p>ถ้าเป็นผู้ผลิตระดับ Premium เลย เค้าจะตรวจทุก lot ครับ แล้วเค้าจะเก็บตัวอย่างทุกรุ่นการผลิตไว้ตามสภาวะที่ระบุไว้ในฉลากกับตัวเองด้วย เพราะถ้ามีปัญหาเรื่องการฟ้องร้องขึ้นมา เค้าจะเอาตัวอย่างที่เค้าเก็บไว้มาพิสูจน์ดูเลยว่า ถ้าหากเก็บไว้ตามสภาวะที่เค้าบอก ผลจะเป็นอย่างไร ไม่ใช้แค่เรื่องเชื้อนะครับ มันอาจเป็นเรื่องสี กลิ่น หรือลักษณะอื่นๆที่อาจนำมาสู่ข้อพิพาทระหว่าง ผู้ผลิต, อย. และผู้บริโภคได้ ซึ่งถ้าทำแบบนี้หลักฐานมันจะชัดเจนและจบครับ ไม่ต้องพิสูจน์อะไรกันยืดยาว</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตที่เก็บตัวอย่างแบบนี้ถือว่าทำเกินมาตรฐานและข้อกำหนดของเครื่องสำอางไปพอควรครับ เพราะจริงๆข้อกำหนดแบบนี้เค้าใช้กับ &#8220;ยา&#8221; (ในมาตรฐานของยาจะเรียกว่า Retained Sample ครับ) อย่างไรก็ตามผู้ผลิตบางรายที่ทำระบบมาตรฐานพวก ISO อะไรต่างๆ ก็อาจโดนบังคับให้ทำได้เช่นกันครับ ผู้ผลิตในไทยที่ทำแบบนี้ บอกเลยว่า &#8220;มี&#8221; นะครับ แต่ไม่เยอะ มีไม่กี่แห่งที่ทำขนาดนี้ ต้องหากันดีๆครับ</p>
<h4>ก่อนหน้า :</h4>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%871/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 1 บทนำเรื่องผิวๆ</a></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%872/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 2 เชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์และการควบคุม</a></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%873/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 3 ข้อกำหนดของพญาอินทรีย์</a></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%87/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%874/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 4 ข้อกำหนดของ EU</a></strong></p>
<h4>อ่านต่อ :</h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-920" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/ข้อกำหนดของไทย.jpg" alt="" width="960" height="720" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/ข้อกำหนดของไทย.jpg 960w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/ข้อกำหนดของไทย-600x450.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/ข้อกำหนดของไทย-300x225.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/ข้อกำหนดของไทย-768x576.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/ข้อกำหนดของไทย-370x277.jpg 370w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%875/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">915</post-id>	</item>
		<item>
		<title>How to &#8230; วิธีเลือกเครื่องสำอางให้ปลอดภัย</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Dec 2016 18:16:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่องเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=910</guid>

					<description><![CDATA[&#8220;หน้าสวยๆของเรา มีแค่หน้าเดียว ต้องดูแลให้ดีนะคะ&#038; [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8220;หน้าสวยๆของเรา มีแค่หน้าเดียว ต้องดูแลให้ดีนะคะ&#8221;</strong> จะเลือกเครื่องสำอางทั้งที ต้อง เลือกเครื่องสำอางให้ปลอดภัย ค่ะ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-911" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/เครื่องสำอางปลอดภัย.jpg" alt="วิธีเลือกเครื่องสำอางให้ปลอดภัย" width="849" height="566" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/เครื่องสำอางปลอดภัย.jpg 849w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/เครื่องสำอางปลอดภัย-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/เครื่องสำอางปลอดภัย-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/เครื่องสำอางปลอดภัย-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/เครื่องสำอางปลอดภัย-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 849px) 100vw, 849px" /></p>
<p>หากเราจะต้อง เลือกเครื่องสำอางสักชิ้นเพื่อใช้กับผิว โดยเฉพาะผิวหน้า นอกจากคุณประโยชน์ที่จะให้กับผิวแล้ว ยังต้องดูในเรื่องความปลอดภัยด้วย ไม่เช่นนั้นผิวสวย อาจจะแปรเปลี่ยนเป็นผิวเสีย ได้ค่ะ</p>
<p>คำแนะนำนี้สามารถนำไปใช้กับการ เลือกเครื่องสำอางได้ทุกประเภทเลยนะคะ ทั้ง สกินแคร์, เมคอัพ, สบู่, ยาสีฟัน, โลชั่นทาตัว และครีมกันแดด ฯลฯ เพื่อจะได้ เลือกเครื่องสำอางให้ปลอดภัย ค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>เบื้องต้นในการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ อันดับแรกที่เราต้องรู้ คือ ซื้อของกับใคร?</h3>
<p>แค่การรู้จักชื่อผู้ขาย มี ID-Line หรือ มีเบอร์มือถือ คงไม่สามารรับรองความปลอดภัยให้เราได้แน่นอนค่ะ</p>
<p>การที่เราต้องทราบว่า เรากำลังซื้อของกับใครนั้น เพื่อการพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือค่ะ ว่าหากมีปัญหาเราต้องตามตัวเค้าได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>เรามีวิธีง่ายๆ มาแนะนำ ในการเลือกซื้อสินค้าให้ปลอดภัยจากสารอันตรายมาฝากค่ะ</h3>
<ol>
<li>
<h4>น่าเชื่อถือ ชัดเจน ตามตัวได้</h4>
<p>เราควรซื้อสินค้าจากร้านที่มีที่ตั้งแน่นอน ชัดเจน หรือเลือกซื้อกับ บริษัท ที่น่าเชื่อถือ มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง เพราะเมื่อเกิดปัญหาขึ้น เราจะสามารถหาผู้รับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ไม่หนีหายแน่นอน</li>
<li>
<h4>ฉลากมีข้อมูลครบถ้วน</h4>
<p>ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ฉลากต้องมีข้อมูลครบถ้วนตามที่ อย. กำหนด เช่น มีฉลากภาษาไทยอธิบายชื่อผลิตภํณฑ์, ประเภทของผลิตภัณฑ์,ส่วนประกอบ และวิธีใช้อย่างชัดเจน หากมีแต่ภาษาอังกฤษ แล้วไม่มีภาษาไทยเลย แบบนี้ไม่โอเคร! จากการที่ได้ศึกษาประกาศต่างๆของ อย. ในหลายปีที่ผ่านมา จะพบว่า เครื่องสำอางที่ตรวจพบสารอันตราย หรือ สารต้องห้าม มักจะต้องมีปัญหาในเรื่องส่วนประกอบในฉลากไม่ครบถ้วนร่วมด้วยเสมอค่ะ เช่น ไม่มีเลขล็อท, ไม่มีวันผลิต, ไม่มีวันหมดอายุ, ไม่มีชื่อ และที่อยู่ของผู้ผลิต, ไม่มีชื่อ และที่อยู่ของผู้จัดจำหน่าย หากขาดข้อใดข้อหนึ่งตามที่บอกมา ให้เพื่อนๆกาดอกจันท์ แบรนด์นั้นๆไว้เลยค่ะ ว่าอาจจะมีสารอันตรายปนเปื้อนอยู่ ไม่ควรซื้อมาใช้ ขนาด กฎหมาย อย. เค้ายังไม่ใส่ใจ แล้วจะใส่ใจผู้บริโภค หรือคะ? และควรตรวจสอบเลขที่จดแจ้งด้วยค่ะ</li>
<li>
<h4>ไม่โฆษณาเว่อร์วัง เกินจริง</h4>
<p>มีการโฆษณาเว่อร์วัง เช่น ขาวขึ้น 100%, ไม่แพ้ 100%, รักษา ฝ้า กระ หายขาด คำพวกนี้ถือว่า เป็นคำโฆษณาที่ อย. ไม่อนุญาตให้ใช้ในเครื่องสำอางค่ะ ถือว่า โฆษณาเกินจริง เพราะ <em>ไม่มีอะไรที่ช่วยได้ 100% อยู่แล้ว</em> เช่น ในแง่ของความขาว ก็ไม่สามารถทำให้คนที่สีผิวเข้มเปลี่ยนเป็นผิวขาวได้แน่นอน ทำได้แค่แลดูชุ่มชื้น แลดูกระจ่างขึ้น หรือลดเลือนจุดด่างดำ แบบนี้พอทำได้ค่ะ, ในเรื่องการแพ้ก็เช่นกัน <em>ไม่มีใครสามารถการันตีได้ว่าจะไม่เกิดการแพ้ 100%</em> และการใช้สารธรรมชาติ หรือแม้กระทั่งการใช้พืชที่ปลูกแบบออร์แกนิค ก็ไม่สามารถช่วยการันตีได้ว่าจะไม่แพ้ และไม่ได้ลดความเสี่ยงในการแพ้ลงเลยแม้แต่นิดเดียวค่ะ มีคนตั้งมากมายที่แพ้พวก เกสรดอกไม้ สารสกัดจากพืช น้ำมันหอมระเหยจากพืช ดังนั้น การแพ้จึงเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลค่ะ ไม่สามารถการันตีได้ 100%, ในเครื่องสำอางห้ามใช้คำว่า <em>รักษา </em>โดยเด็ดขาด หากจะใช้คำว่ารักษาต้องขึ้นทะเบียนเป็นยาเท่านั้นค่ะ จะเป็นยาได้ต้องมีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือมารองรับค่ะ และ<em>ฝ้าไม่สามารถรักษาหายได้ค่ะ</em> ตำราวิชาการกี่เล่มๆ ก็บอกตรงกันหมด ทำได้แค่เพียงจางลงเท่านั้น ใครเป็นต้องทำใจระดับหนึ่งค่ะ พูดง่ายๆคือ เซลล์เกิดความผิดปกติในการสร้างเม็ดสีผิวออกมามากเกิน ต่อให้ใช้อะไรก็ไม่สามารถเปลี่ยนเซลล์ที่ผิดปกติ ให้กลายเป็นปกติได้ ทำได้แค่เพียงทำให้จางลง หากหยุดการใช้ผลิตภัณฑ์ หรือยาที่ใช้รักษา ยังไงๆ ก็เป็นเหมือนเดิมค่ะ</li>
<li>
<h4>ทดสอบการแพ้ก่อนใช้</h4>
<p>อย่าลืมทดสอบการแพ้ก่อนใช้ทุกครั้ง โดยทาทิ้งไว้บริเวณใต้ท้องแขน 24 ชั่วโมง แล้วดูการแพ้ระคายเคือง เช่น เกิดผื่นรึเปล่า คันรึเปล่า หากไม่มีอาการเหล่านี้ก็จะยืนยันได้ระดับหนึ่งว่าน่าจะไม่แพ้ ค่อยเอามาใช้กับหน้า</li>
<li>
<h4>ทดสอบด้วยชุดทดสอบอย่างง่าย</h4>
<p>หากใครยังไม่มั่นใจ เกี่ยวกับสารอันตราย ว่าจะแอบใส่ในเครื่องสำอางรึเปล่า เราสามารถซื้อชุดทดสอบสารอันตรายมาลองตรวจดูได้นะคะ เช่น ชุดทดสอบสเตียรอยด์, ชุดทดสอบปรอท, ชุดทดสอบไฮโดรควิโนน</li>
</ol>
<h3>สารอันตรายที่มักพบบ่อยในเครื่องสำอาง อย. ประกาศห้ามใส่ จะยกตัวอย่างมาบางตัวที่พบบ่อยค่ะ</h3>
<h4>สารปรอท</h4>
<p>มักเจอในผลิตภัณฑ์ที่หวังผลในเรื่องความขาวกระจ่างใส และลดฝ้า กระ จุดด่างดำ สารตัวนี้จะไปยับยั้ง เอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ทำให้มีการผลิตเม็ดสีเมลานินลดลง ผิวจึงดูขาวขึ้น จุดด่างดำหายไป และยังพบในกลุ่มผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับลดการเกิดสิวด้วย เพราะมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย<br />
แต่ <strong>อันตรายมากค่ะ!!!</strong> เพราะทำให้เกิดผื่นแพ้ ผื่นแดง แล้วนำไปสู่ผิวหน้าดำ เกิดฝ้าถาวร เมื่อใช้ไปนานๆ จะทำให้ผิวบางลง และดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดทำให้ตับ และไตอักเสบ เกิดโรคโลหิตจาง ทางเดินปัสสาวะอักเสบ โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ปรอทจะดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย และทำให้เด็กมีสมองพิการได้ค่ะ</p>
<h4>ไฮโดรควิโนน</h4>
<p>จะเจอในผลิตภัณฑ์ที่หวังผลในเรื่องความขาวเช่นกันค่ะ ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ที่ทำหน้าที่ในการสร้างเม็ดสี (melanin) เมื่อปริมาณเม็ดสีลดลง จึงส่งผลให้ผิวขาวขึ้นได้<br />
อันตรายของไฮโดรควิโนน   ทำให้เกิดอาการแสบร้อน ระคายเคือง เกิดตุ่มแดง ผิวคล้ำมากขึ้นในบริเวณที่ทา หรืออาจทำให้เกิดจุดด่างขาวที่ผิวหนัง ถ้าใช้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดเป็นฝ้าถาวร เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนัง ผู้ที่ได้รับยานี้เกินขนาดตัวยาจะดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด และสามารถกระตุ้นให้ร่างกายมีอาการสั่น หรือเกิดภาวะลมชักได้</p>
<h4>สเตียรอยด์</h4>
<p>ตัวนี้เจอทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสิว และกลุ่มที่หวังผลเรื่องความขาว สเตียรอยด์ มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างสารบางตัวที่เกี่ยวกับการแพ้ และอักเสบ เช่น โพรสตาแกรนดิน (prostaglandin) และลิวโคไตรอีน (leukotriene) และสามารถยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินได้ด้วย</p>
<p>อันตรายของสเตียรอยด์ เมื่อใช้เป็นเวลานานจะทำให้ผิวบางลง เห็นเส้นเลือดชัด กดภูมิคุ้มกันทำให้ผิวเกิดผื่นแพ้ได้ง่าย สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ทำให้เกิดพิษต่อไต และทำให้กระดูกพรุน แถมเมื่อหยุดใช้ก็จะทำให้เกิดสิวสเตียรอยด์ ขนาดเม็ดเท่าๆกัน เห่อขึ้นมาพรึ่บ กว่าจะรักษาหายใช้เวลานานค่ะ</p>
<p>อ้างอิง<br />
<a href="http://med.mahidol.ac.th/ramapharmacy/th/knowledge/general/04072016-2055-th">บทความ อันตรายจากสารต้องห้ามในเครื่องสำอาง โดย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">910</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เทรนด์แต่งหน้า มาแรง ปี 2017 (Spring/Summer)</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2017-sp/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2017-sp/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Dec 2016 19:51:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่องเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=863</guid>

					<description><![CDATA[เทรนด์แต่งหน้า มาแรง ปี 2017 (Spring/Summer) มา Update  [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>เทรนด์แต่งหน้า มาแรง ปี 2017 (Spring/Summer)</h2>
<p>มา Update ความพร้อม เตรียมตัวสำหรับเทรนด์แต่งหน้าปี 2017 กันหน่อยค่ะสาวๆ<br />
เหล่ากูรู Makeup Artist เค้าทำนายกันไว้ว่า เทรนด์เหล่านี้มาแน่<br />
เทรนด์การแต่งหน้าในปี 2017 จะเน้นไปในแนวสวยตามธรรมชาติ แต่งหน้าเบาๆ ดูเหมือนไม่ได้แต่งอะไร หากแต่งก็จะออกแฟนตาสี หรือสดใสแหวกไปเลย<br />
เทรนด์ปีนี้น่าจะถูกใจสาวๆที่เร่งรีบ หรือชอบความเบาบาง สบายๆ และสาวๆที่มั่นใจค่ะ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-866" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/makeup.jpg" alt="makeup" width="1976" height="1188" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/makeup.jpg 1976w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/makeup-600x361.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/makeup-300x180.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/makeup-768x462.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/makeup-1024x616.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1976px) 100vw, 1976px" /></p>
<ol>
<li>
<h4>No Makeup Makeup</h4>
</li>
</ol>
<p>เทรนด์การแต่งหน้าเหมือนไม่ได้แต่ง ฮิตมาสักพักแล้ว และทำนายว่ายังจะคงฮิตต่อไปจนถึงปี 2017 แน่นอนค่ะ การแต่งหน้าแนวนี้จะปัดขนตาเพียงเล็กน้อยไม่ให้ดูหนา และงอนจนเกินไป ปัดแก้มเบาๆ สีโทนนูดดูธรรมชาติ และปากสีนูดเช่นกัน</p>
<ol start="2">
<li>
<h4>No Powder … No Problem</h4>
</li>
</ol>
<p>การแต่งหน้าแนวนี้ จะไม่เน้นแป้งหนา เรียกว่าแม้ไม่มีแป้ง ก็ไม่มีปัญหา เน้นโชว์ผิว ให้ดูผิวเปล่งปลั่ง ชุ่มน้ำ แบบ Dewy Skin หากใช้แป้งก็จะใช้เป็น Mattifying Powder ค่ะ  Makeup Artist บางคนบอกว่า การแต่งหน้าแนวนี้ให้นางแบบบนเวที บางครั้งใช้แค่ คอนซีลเลอร์เพื่อลงปกปิดจุดด่างดำเท่านั้น !!! ไม่ได้ใช้แม่กระทั่ง รองพื้น และแป้ง จะไปเน้นที่การคอนทัวร์ และใช้ลิปโทนดูสบาย เช่น สีพีช หรือ ราชเบอร์รี่ แทน</p>
<ol start="3">
<li>
<h4>เน้นการไฮไลท์ โดดเด่น เหนือคอนทัวร์</h4>
</li>
</ol>
<p>เน้นการลงไฮท์ไลท์เพื่อให้เกิดจุดเด่น บางจุด เช่น บริเวณหน้าผาก จมูก คาง เหนือโหนกแก้ม ช่วยให้ใบหน้าดูสดใส สอดคล้องกับแนว Dewy Skin ผิวดูกระจ่าง เป็นธรรมชาติ คอนทัวร์ไม่หนัก</p>
<ol start="4">
<li>
<h4>คอนทัวร์เบาๆ ด้วยสีโทนอบอุ่น</h4>
</li>
</ol>
<p>คอนทัวร์ด้วยสีโทนอบอุ่น โทน สีเหลืองเบส หรือ ใช้ บรอนเซอร์ในโทนสีออกเหลืองในการคอนทัวร์ แทนการใช้โทนสีออกแดง เพื่อให้ได้ลุคธรรมชาติ และดูเข้ากันยิ่งขึ้นเมื่อจับคู่กับบลัชออนสีพีช</p>
<ol start="5">
<li>
<h4>ย้อนกลับไป กลิ่นไอการแต่งหน้า ยุค 80</h4>
</li>
</ol>
<p>การใช้สีเดียวกันทั้ง การแต่งตา และ บลัชออนปัดแก้ม เช่น การทาอายเชโดว์สีโทนแดงบริเวณตาให้ฟุ้งๆ ขึ้นไปจนถึงคิ้ว และปัดบลัชออนด้วยสีเดียวกัน</p>
<ol start="6">
<li>
<h4>Face Art</h4>
</li>
</ol>
<p>จะเป็นเทรนด์การแต่งหน้าที่ดูแปลกตาสักเล็กน้อย ส่วนใหญ่ลุคนี้จะเห็นกันบน รันเวย์ แคทวอล์ค มากกว่า คือ การวาดลวดลายลงบนใบหน้า เช่น ในการเดินแบบของแบรนด์  Issey Miyake มีการวาดภาพวงกลมสีขาว วางแพทเทิน คล้ายงูเลื้อยลงบนหน้านางแบบ และแต่งหน้าโทนสว่าง หรือ แบรนด์  Giamba วาดรูปวงกลมสีเงิน กลางหน้าผากนางแบบ ค่ะ</p>
<ol start="7">
<li>
<h4>ยกธรรมชาติ มาวางบนรันเวย์</h4>
</li>
</ol>
<p>ลุคนี้ก็จะเห็นบนรันเวย์มากกว่าเช่นกัน คือ การแต่งหน้าโดยมีดอกไม้เป็นองค์ประกอบค่ะ เช่น การวาดรูปดอกไม้ตกแต่งลงบนใบหน้า ผสมกับการแปะดอกไม้แห้ง</p>
<ol start="8">
<li>
<h4>แต่งตาหนา ด้วยสีสดใส กราฟฟิกง่ายๆ</h4>
</li>
</ol>
<p>ลุคนี้จะเป็นลุคที่เค้าคาดว่าจะเห็นเยอะบนรันเวย์ปีหน้าเช่นกันค่ะ จะเป็นการแต่งตาด้วยอายเชโดว์สีสดใส แนวสะท้อนแสง เช่น ส้ม เขียว ม่วง แล้วแต่งหนาๆ เป็นรูปกราฟฟิกง่ายๆ เช่น เส้นตรง, ลูกศรที่หางตา เป็นต้น</p>
<ol start="9">
<li>
<h4>Frosted Eyeshadows</h4>
</li>
</ol>
<p>เทรนด์นี้จะเป็นการแต่งตาให้มีความระยิบระยับ คล้ายเกล็ดหิมะ หรือ เครื่องประดับ เน้นการแต่งตาที่ลงชิมเมอร์ การแต่งตาแบบสีแมท น่าจะได้รับความนิยมลดลง</p>
<ol start="10">
<li>
<h4>แต่งตาด้วยสีพาสเทล</h4>
</li>
</ol>
<p>เทรนด์การแต่งตาด้วยสีพาสเทล ลุคหวานใส แบ๊ว จะกลับมาอีกครั้งค่ะ แทนที่ การแต่งตาด้วยสีแมท โทนเบส การแต่งตาเทรนด์นี้จะให้ความรู้สึกสดใส มีพลัง สีที่น่าจะได้รับความนิยม เช่น การแต่งตาไล่สีด้วย สีฟ้า เขียวนกเป็ดน้ำ เหลือง ชมพู การแต่งตาลุคนี้จะไม่กรีดอายไลน์เนอร์ที่เปลือกตาบน เพราะจะดูไม่เข้ากันเท่าไหร่ Makeup Artist แนะนำให้ไปกรีดอายไลน์เนอร์ที่ขอบตาล่างแทนค่ะ ส่วนตัวคิดว่าใช้อายไลน์เนอร์แบบชิมเมอร์ ลงที่ขอบตาล่างก็น่าจะเข้ากันได้ดีค่ะ ช่วยให้ตาดูกลมโตขึ้นด้วย</p>
<ol start="11">
<li>
<h4>สวยด้วย Smoky Eye บางเบา</h4>
</li>
</ol>
<p>การแต่งตาแนว Smoky Eye ถือว่าเป็นเทรนด์คลาสสิก คือ มาตลอด ไม่เคยเอ้าท์ ไม่ว่าจะฤดูกาลไหน แต่การแต่งตาในช่วงต้นปีนี้ จะเป็น Smoky Eye แบบเบาๆ ไม่หนักมากค่ะ เช่น การแต่ง Smoky eye ด้วยสีดำ แต่ไม่ลงหนักมาก ไม่ฟุ้งเป็นปีกกว้าง แค่ดูมีรูปร่างรอบๆหางตาพอ</p>
<ol start="12">
<li>
<h4>Glossy Eye</h4>
</li>
</ol>
<p>คล้ายๆกับการใช้ลิปกลอสที่ปากนั่นแหละค่ะ แต่เป็นการแต่งตาดูวาวๆ เงาๆ เฉพาะกลางเปลือกตา โดยใช้ Glossy อายเชโดว์ ผสมกับ ชิมเมอร์เล็กน้อย</p>
<ol start="13">
<li>
<h4>แต่งตาแซ่บด้วยโทนสีฟ้า</h4>
</li>
</ol>
<p>การแต่งตาด้วยสีฟ้าสดใส ลุคนี้ถือว่าเป็นลุคที่ท้าทายพอสมควรค่ะในการแต่งออกมาให้สวย การแต่งตาสีฟ้าอาจจะแต่งในลักษณะแคทอาย แล้วตัดด้วยการทาลิปสีแดงสดก็ได้ค่ะ จะให้ลุคแซ่บสุดๆเลยค่ะ</p>
<ol start="14">
<li>
<h4>แต่งตาด้วยสีโทนร้อน</h4>
</li>
</ol>
<p>การแต่งตาด้วยสีโทนร้อน เช่น ส้มสดใส แดงสดใส สะท้อนแสง ซึ่งก็ให้ความรู้สึกสนุกสนาน สดใสไปอีกแบบค่ะ</p>
<ol start="15">
<li>
<h4>เขียนไลน์เนอร์เฉพาะขอบตาล่าง</h4>
</li>
</ol>
<p>การแต่งตาแนวนี้จะให้ลุคดาร์ก แลดูลึกลับ น่าค้นหา กูรูเข้านิยามลุคนี้ว่า  “don’t mess with me”</p>
<ol start="16">
<li>
<h4>Cool-Highlighted Inner Corners</h4>
</li>
</ol>
<p>แต่งตาด้วยชิมเมอร์ ไฮไลท์บริเวณหัวตา ด้วยสีโทนเย็น เช่น ทอง เงิน ขาว แต่งตาลุคนี้จะดูดีมากค่ะหากทาปากดูสีแนวนูด หรือเบส แทนสีแดง</p>
<ol start="17">
<li>
<h4>ไม่มี Mascara ก็โอเคร</h4>
</li>
</ol>
<p>อย่างที่บอกว่าเทรนด์นี้จะเน้นความเป็นธรรมชาติ ดังนั้น เค้าเลยบอกว่า มาสคาร่า ไม่ต้องแล้วจ๊ะ</p>
<ol start="18">
<li>
<h4>ปัดคิ้วให้หนา เป็นธรรมชาติก็พอ</h4>
</li>
</ol>
<p>ไม่ต้องแต่งคิ้วมากมาย แค่ปัดคิ้วให้เรียงเส้นสวยก็เพียงพอ แล้วตามด้วยที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหนา แค่นี้ก็ดูสวยธรรมชาติแล้วค่ะ</p>
<ol start="19">
<li>
<h4>แค่ขี้ผึ้งก็พอแล้ว</h4>
</li>
</ol>
<p>เทรนด์ปีนี้สวยธรรมชาติจริงๆค่ะ เค้าบอกว่าสาวๆมีแนวโน้มทีจะทาลิปน้อยลง (บางคนอาจจะเถียงในใจว่าไม่จริ๊ง) ดังนั้นแค่ทาขี้ผึ้ง หรือลิปมันให้ดูมันวาว ชุ่มชื้น ไม่แห้ง ก็พอแล้ว</p>
<ol start="20">
<li>
<h4>ลิปสีแดง มาแรงแน่ๆ</h4>
</li>
</ol>
<p>เทรนด์ในปีนี้เท่าที่ดูจะเป็นการแต่งหน้าเน้นโชว์ผิวสวย ธรรมชาติ แต่หากธรรมชาติไปซะหมดอาจจะดูจืดไปนิด ดังนั้น การใช้ลิปสีแดง ก็ช่วยให้หน้าดูโดดเด่นได้ค่ะ</p>
<ol start="21">
<li>
<h4>ทาปากด้วยกลิตเตอร์ และชิมเมอร์</h4>
</li>
</ol>
<p>แต่งปากแนวแฟนตาซี คล้ายทีเราเห็นในหนัง Sci-fi ด้วยกลิตเตอร์ และชิมเมอร์ระยิบระยับ ลุคนี้น่าจะเหมาะกับการเดินแฟชั่น หรืองานเฉพาะมากกว่าค่ะ ถ้าใช้ในชีวิตประจำวันอาจจะเป็นกลิตเตอร์แบบเบาๆพอ</p>
<p>จบไปแล้วนะคะสำหรับ เทรนด์แต่งหน้า ปี 2017 นอกจากอัพเดทเรื่องการแต่งหน้าแล้ว อย่าลืมดูแลผิวให้สวยกันด้วยนะคะ เพราะเทรนด์โชว์ผิวกำลังมาแรงปีหน้าค่ะ แล้วพบกันใหม่กับบทความดีๆ จาก Jaslyn ค่ะ</p>
<p>อ้างอิง</p>
<p class="entry-title">Spring/ Summer 2017 Makeup Trends จาก เว็บ <a href="http://www.fashionisers.com/trends/spring-summer-2017-makeup-trends/">Fasionisers</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2017-sp/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">863</post-id>	</item>
		<item>
		<title>Comedogenic Rate กับการเกิดสิวอุดตัน และการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิว</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/comedogenic-rate-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/comedogenic-rate-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Nov 2016 21:13:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่องเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[Acne]]></category>
		<category><![CDATA[Comedogenic rate]]></category>
		<category><![CDATA[Comedone]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=779</guid>

					<description><![CDATA[วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่อง Comedogenic Rate ของสารต่างๆ  [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่อง Comedogenic Rate ของสารต่างๆ กับการเกิดการอุดตัน และการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าค่ะ</p>
<p>สิ่งหนึ่งที่สาวๆมักตั้งคำถามเสมอก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า คือ ใช้ตัวนี้แล้วจะอุดตันมั๊ยคะ?</p>
<h1><strong>Comedogenic Rate คืออะไร แล้วทำไปทำไมนะ?</strong></h1>
<p>ก่อนอื่นขอเล่าก่อนว่า แนวคิดเรื่อง Comedogenic ไม่ใช่แนวคิดใหม่ที่เพิ่งมีมาไม่นานนี้ค่ะ แนวคิดนี้มีมาตั้งแต่ปี 1972 โดยตอนนั้น คุณ Kligman และ Mills ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ได้นำเสนอเรื่อง “Acne Cosmetica” ขึ้นมา</p>
<p>“Acne Cosmetica” คือ เครื่องสำอางที่เป็นสาเหตุให้เกิดสิว หรือทำให้สิวที่เป็นอยู่แล้ว เป็นเยอะขึ้นไปอีก</p>
<p>โดยรายงานว่า เครื่องสำอางในท้องตลาดที่ขายๆกันกว่า 50% พบว่าสามารถทำให้เกิดการอุดตันที่หูกระต่าย</p>
<p>(ถ้าใครอ่าน เรื่องที่ Jaslyn เคยเขียนก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับเวชสำอาง อาจจะคุ้นๆชื่อ คุณ Kligman เพราะคนนี้แหละค่ะ เป็นคนที่ทำให้คำว่าเวชสำอาง หรือ Pharmaceutical เป็นที่แพร่หลาย แต่ไม่ใช่คนคิดคนแรกนะคะ)</p>
<p>เหตุผลที่ต้องทดสอบที่หูกระต่าย เค้าให้เหตุผลว่า ที่หูกระต่ายเพราะบริเวณหูกระต่ายจะมีต่อมไขมันขนาดใหญ่อยู่จำนวนมาก และมีความไวต่อการเกิดการอุดตันมากกว่าผิวคน เค้าเลยเชื่อว่าถ้ากระต่ายใช้แล้วไม่อุดตัน คนก็น่าจะปลอดภัยค่ะ</p>
<p>Comedogenic Rate ก็คือ การจัดอันดับของสารต่างๆ ที่นำมาทดสอบโดยการทาในรูหูกระต่ายส่วนนอก (External canel) วันละ 1 ครั้ง , ทาให้ได้ 5 ครั้ง ใน 1 สัปดาห์ ปริมาณที่ทา 5-10 mg/cm<sup>2</sup> ตามดูผลนาน 14 ครั้ง หลังจากทา แล้วดูว่าทำให้เกิด follicular hyperkeratosis การหนาตัวของชั้นหนังกำพร้ารอบๆต่อมขน หรือ การอักเสบต่างๆหรือไม่ แล้วนำมาจัดลำดับคะแนน แบ่งเป็น 0 &#8211; 5</p>
<h2>คะแนน Comedogenic rate</h2>
<p>0 = จะไม่อุดตันรูขุมขน</p>
<p>1 = อุดตันน้อย</p>
<p>2 = อุดตันค่อนข้างน้อย</p>
<p>3 = ปานกลาง</p>
<p>4 = ค่อนข้างสูง</p>
<p>5 = สูง</p>
<p>Comedogenic Rate ของสารต่างๆ ข้อมูลตรงนี้แต่ละแหล่งอ้างอิง อาจจะแตกต่างกันไปบ้างเล็กน้อยนะคะ เพราะมีคนทดสอบในเรื่องนี้หลายงานวิจัยอยู่ค่ะ และค่าที่ได้ก็มีคลาดเคลื่อนกันบ้างในบางตัว</p>
<h4>น้ำมันและเนย (Oils &amp; Butters)</h4>
<p>น้ำมันอัลมอนด์ Almond Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันเมล็ดแอปริคอท Apricot Kernel Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันอาร์แกน Argan Oil &#8211; 0<br />
น้ำมันอะโวคาโด Avocado Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันเบาบับ Baobab Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันโบราจ Borage Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันดอกดาวเรือง Calendula Oil &#8211; 1<br />
การบูร Camphor &#8211; 2<br />
น้ำมันละหุ่ง Castor Oil &#8211; 1<br />
เนยโกโก้ Cocoa Butter &#8211; 4<br />
เนยมะพร้าว Coconut Butter &#8211; 4<br />
น้ำมันมะพร้าว Coconut Oil (from the meat or kernel) &#8211; 4<br />
น้ำมันข้าวโพด Corn Oil &#8211; 3<br />
น้ำมันเมล็ดฝ้าย Cotton Seed Oil &#8211; 3<br />
น้ำมันนกอีมู Emu Oil &#8211; 1<br />
น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส Evening Primrose Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันเมล็ดลินิน Flax Seed Oil &#8211; 4<br />
น้ำมันเมล็ดองุ่น Grape Seed Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันฮาเซลนัท Hazelnut Oil &#8211; 2<br />
น้ำทันเมล็ดกัญชง Hemp Seed Oil &#8211; 0<br />
น้ำมันโจโจ้บา Jojoba Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันโจโจบาซัลเฟต Jojoba Oil Sulfated &#8211; 3<br />
น้ำมันลินสีด Linseed Oil &#8211; 4<br />
เนยมะม่วง Mango Butter &#8211; 0<br />
น้ำมันแร่ Mineral Oil &#8211; 0 **** อ่านหมายเหตุ<br />
น้ำมันตัวมิงค Mink Oil &#8211; 3<br />
น้ำมันสะเดา Neem Oil &#8211; 1<br />
น้ำมันมะกอก Olive Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันปาล์ม Palm Oil &#8211; 4<br />
น้ำมันเมล็ดพีช Peach Kernel Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันถั่วลิสง Peanut Oil &#8211; 2<br />
วาสลีน Petrolatum &#8211; 0 **** อ่านหมายเหตุ<br />
น้ำมันทับทิม Pomegranate Oil &#8211; 1<br />
น้ำมันเมล็ดฟักทอง Pumpkin Seed Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันโรสฮิป Rosehip Oil &#8211; 1<br />
น้ำมันดอกคำฝอย Safflower Oil (<u>not</u> the cooking oil) &#8211; 0<br />
น้ำมันเมล็ดไม้จันทน์ Sandalwood Seed Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันซีบัคธอร์น Sea Buckthorn Oil &#8211; 1<br />
น้ำมันงา Sesame Oil &#8211; 2<br />
เนยเชีย Shea Butter &#8211; 0<br />
น้ำมันถั่วเหลือง Soybean Oil &#8211; 3<br />
น้ำมันดอกทานตะวัน Sunflower Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันต้นกระทิง Tamanu Oil &#8211; 2<br />
น้ำมันจมูกข้าวสาลี Wheat Germ Oil &#8211; 5<br />
น้ำมันตับปลาฉลาม Shark Liver Oil &#8211; 3</p>
<p>หมายเหตุ  ****Mineral Oil กับ Petrolatum มีทั้งการศึกษาที่บอกว่าไม่กระตุ้นสิวและการศึกษาที่แย้งว่ากระตุ้นสิว</p>
<h4><strong>ไข </strong><strong>Waxes</strong></h4>
<p>ขี้ผึ้ง Beeswax &#8211; 2<br />
ไขแคนเดลิลล่า Candelilla Wax &#8211; 1<br />
ไขคาร์นอบา Carnauba  Wax &#8211; 1<br />
ไขเคเรซิน Ceresin Wax &#8211; 0<br />
ไขอิมัลซิไฟเออร์เนชันเนลฟอร์มูล่า Emulsifying Wax NF &#8211; 2<br />
ไขขนแกะ Lanolin Wax &#8211; 1</p>
<h4><strong>พืช </strong><strong>Botanicals</strong></h4>
<p>สารสกัดสาหร่าย Algae Extract &#8211; 5<br />
เจลว่านหางจระเข้ Aloe Vera Gel &#8211; 0<br />
ดาวเรือง Calendula &#8211; 1<br />
คาร์ราจีแนน Carrageenans &#8211; 5<br />
ดอกคาโมไมล์ Chamomile &#8211; 2<br />
สารสกัดจากดอกคาโมไมล์ Chamomile Extract &#8211; 0<br />
ว่านหางจระเข้สกัดเย็น Cold Pressed Aloe &#8211; 0<br />
สาหร่ายสีแดง Red Algae &#8211; 5</p>
<h4><strong>Vitamins &amp; Herbs</strong></h4>
<p>วิตามินซี Ascorbic Acid &#8211; 0<br />
สารสกัดมันฮ่อดำ Black Walnut Extract &#8211; 0<br />
วิตามินอี Tocopherol (Vitamin E) &#8211; 2<br />
วิตามินเอ Vitamin A Palmitate &#8211; 2<br />
โปรวิตามินบี 5 Panthenol &#8211; 0</p>
<h4><strong>Antioxidants</strong></h4>
<p>เบต้าแคโรทีน Beta Carotene &#8211; 1<br />
กรดไฮดรอกซีเบต้า BHA &#8211; 2</p>
<h4><strong>Minerals</strong></h4>
<p>แอลจิน Algin &#8211; 4<br />
กำมะถันคอลลอยด์ Colloidal Sulfur &#8211; 3<br />
ดอกกำมะถัน Flowers of Sulfur &#8211; 0<br />
เกลือโพแทสเซียมคลอไรด์ Potassium Chloride &#8211; 5<br />
ขี้ผึ้งผสมผงกำมะถันเหลือง Precipitated Sulfur &#8211; 0<br />
เกลือแกง Sodium Chloride (Salt) &#8211; 5<br />
แร่หินสบู่ Talc &#8211; 1<br />
ซิงค์สเตียเรต Zinc Stearate &#8211; 0</p>
<h4><strong>Thickeners, Emulsifiers, Detergents</strong></h4>
<p>คาร์โบเมอร์ 940 Carbomer 940 &#8211; 1<br />
ไฮดรอกซีโพรพิลเซลลูโลส Hydroxypropyl Cellulose &#8211; 1<br />
ดินขาว Kaolin &#8211; 0<br />
แมกนีเซียมอลูมิเนียมซิลิเกต Magnesium Aluminum Silicate &#8211; 0<br />
โซเดียม ลอเรท ซัลเฟต Sodium Laureth Sulfate &#8211; 3<br />
โซเดียม ลอริล ซัลเฟต Sodium Lauryl Sulfate &#8211; 5<br />
ซอร์บิแทน โอลีเอท Sorbitan Oleate &#8211; 3</p>
<h4><strong>Alcohol, Esters, Ethers, &amp; Sugars</strong></h4>
<p>โพลิซอเบท 20 Polysorbate 20 &#8211; 0<br />
โพลิซอเบท 80 Polysorbate 80 &#8211; 0<br />
สเตอรอลเอสเทอร์ Sterol Esters &#8211; 0<br />
บีเฮนดิล ไตรกลีเซอร์ไรด์ Behenyl Triglyceride &#8211; 0<br />
บิวทีลีน ไกลคอล Butylene Glycol &#8211; 1<br />
ซิเทียริว แอลกอฮอล์ Cetearyl Alcohol &#8211; 2<br />
ไดเอทิลีนไกลคอลโมโนเมทิลอีเทอร์ Diethylene Glycol Monomethyl Ether &#8211; 0<br />
กลีเซอรีน Glycerin &#8211; 0<br />
กลีเซอริลสเตียร์เรทเอ็นเอสอี Glyceryl Stearate NSE &#8211; 1<br />
กลีเซอริลสเตียร์เรทเอสอี Glyceryl Stearate SE &#8211; 3<br />
กลีเซอริลไตรแคปพิลโลคาเพลท Glyceryl Tricapylo/Caprate &#8211; 1<br />
กลีเซอรอลทรีไดไอโซสเตียร์เรท Glyceryl-3-Diisostearate &#8211; 4<br />
เฮกซะเดซิลแอลกอฮอล์ Hexadecyl Alcohol &#8211; 5<br />
ไอโซเซทิลสเตียร์เรท Isocetyl Stearate &#8211; 5<br />
ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ Isopropyl Alcohol &#8211; 0<br />
ลอร์เรท 23 Laureth 23 &#8211; 3<br />
ลอร์เรท 4 Laureth 4 &#8211; 5<br />
ออคทิล สเตียร์เรท Octyl Stearate &#8211; 5<br />
โอเลท-10 Oleth-10 &#8211; 2<br />
โอเลท-3 Oleth-3 &#8211; 5<br />
โอเลอิลแอลกอฮอล์ Oleyl Alcohol &#8211; 4<br />
โพลีเอทิลีนไกลคอล 400 Polyethylene Glycol 400 (PEG 400) &#8211; 1<br />
โพลีเอทิลีนไกลคอล 300 Polyethylene Glycol 300 &#8211; 1<br />
โพลีกรีเซอริลทรีไดไอโซสเตียร์เรท Polyglyceryl-3-Diisostearate &#8211; 4<br />
โพรพิลีนไกลคอล Propylene Glycol &#8211; 0<br />
โพรพิลีนไกลคอลโมโนสเตียร์เรท Propylene Glycol Monostearate &#8211; 4<br />
แอลกอฮอล์ดีแนท SD Alcohol 40 &#8211; 0<br />
ซอร์บิแทน ลอเรท Sorbitan Laurate &#8211; 1<br />
ซอร์บิทอล Sorbitol &#8211; 0<br />
สเตียเรท 10 Steareth 10 &#8211; 4<br />
สเตียเรท 100 Steareth 100 &#8211; 0<br />
สเตียเรท 2 Steareth 2 &#8211; 2<br />
สเตียเรท 20 Steareth 20 &#8211; 2<br />
จมูกข้าวกรีเซอไรด์ Wheat Germ Glyceride – 3</p>
<p>พอมีการจัดลำดับ Comedogenic rate ขึ้นมา ก็ส่งผลดีในแง่ของการตลาดเครื่องสำอาง เพราะ คนที่กำลังเป็นสิว กังวลเรื่องสิว ก็จะรู้สึกมั่นใจมากขึ้น หากผลิตภัณฑ์มีเขียนไว้ว่า Non-comedogenic</p>
<p>จริงๆ ในประเด็นนี้มีการถกเถียงกันค่อนข้างมากค่ะ เรื่อง Comedogenic</p>
<h2>ประเด็นที่ 1 สารในกลุ่ม Mineral oil และ Petrolatum มีทั้งงานวิจัยที่บอกว่า ทำให้เกิดการอุดตัน และไม่อุดตัน</h2>
<p>โดยสรุปแล้ว ในประเด็นนี้เค้าบอกว่า งานวิจัยแรกที่บอกว่า Mineral oil และ Petrolatum ทำให้เกิดการอุดตัน น่าจะเกิด false positive คือ ผลบวกลวงค่ะ หมายความจริงๆแล้ว ไม่ทำให้อุดตัน และในปัจจุบัน Mineral oil และ Petrolatum ที่ใช้ในเครื่องสำอางมีความบริสุทธิ์มากขึ้นจากสารบางตัวที่ปนมาแล้วทำให้อุดตัน นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Petrolatum แล้วพบว่าไม่ทำให้เกิดการอุดตัน และไม่กระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบ แม้ลักษณะภายนอกของสารตัวนี้จะดูมันๆก็ตาม ตัวอย่าง Petrolatum เช่น Vasaline ที่เนื้อเหลืองๆ ครีมๆ ค่ะ</p>
<p>มีบางเว็บไซต์ที่อ่านเจอบอกว่า Mineral oil และ Petrolatum มี Comedogenic rate = 0 แต่ ใช้แล้วอุดตัน อันนี้ คือ มั่ว นะคะ เข้าใจผิดแล้ว</p>
<p>ค่า Comedogenic rate บอกเกี่ยวกับการอุดตันค่ะ ถ้าเท่ากับ 0 แสดงว่าไม่เกิดการอุดตัน และไม่กระตุ้นการเกิดสิว</p>
<h2>ประเด็นที่ 2 เรื่องวิธีการทดสอบในการจัด Comedogenic rate ของแต่ละการทดลอง</h2>
<p>โดยสรุปในประเด็นนี้ บางการทดลอง(การทดลองแรกๆ สมัยเริ่มแรกเลย) ไม่ได้กำจัดสิ่งอื่นๆที่อยู่ในรูหูกระต่ายออกก่อนทำการทดสอบ เช่น พวกคราบไขมัน ขี้หู ซึ่งพวกนี้ก็อาจจะทำให้อุดตันได้เช่นกัน ผลที่ได้จึงอาจจะเป็น False Positive (ผลบวกลวง), บางการทดลองไม่ได้ทำ biopsy เปรียบเทียบชิ้นส่วนเซลล์ของด้านที่ทำการทดลอง กับด้านที่ไม่ได้ทำ ผลที่ได้ก็จึงอาจจะเป็น False Positive ได้เช่นกัน ใน Model การทดสอบกับหูกระต่ายในปัจจุบันจะไม่ทำที่รูหูแล้ว แต่จะมาทำที่ใบหูแทน เนื่องจากไม่สะดวกในการเอามาทำ biopsy และModel กระต่ายปัจจุบัน จะทำบริเวณใบหูส่วน concave แทน ที่เลือกเพราะมีปริมาณรูขุมขนมากพอให้ศึกษา และมีความคล้ายคลึงกับ follicle กับของคนมากกว่า</p>
<p>แต่ก็ยังมีคนแย้งอีกว่า หูกระต่ายมันจะไวต่อการเกินการอุดตันมากไปนะ งั้นไปทดสอบในคนดีกว่า ในที่สุดจึงมีการไปศึกษาในคน (Human-model) ค่ะ โดยศึกษาการอุดตันบริเวณหลังส่วนบนของวัยรุ่นผิวดำ ซึ่งมีขนาดรูขุมขนใหญ่ การทดลองนี้มีทั้งการนำน้ำมันส่วนเกินต่างๆออกก่อนการทดลองแล้ว ทำ biopsy ด้วย สิ่งที่น่าสนใจ คือ พบว่า <em><strong>สารที่อุดตันน้อยในหูกระต่าย ไม่ทำให้เกิดการอุดตันในคน และน่าจะใช้ได้ในคนที่เป็นสิว แต่สารที่มีการอุดตันระดับปานกลางถึงสูงในหูกระต่ายสามารถกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตันในคนได้ค่ะ</strong></em></p>
<h2>การเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า สกินแคร์ต่างๆ การดูค่า Comedogenic rate เพียงอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่ ?</h2>
<p>จริงๆ แล้วการดูค่า Comedogenic rate เพียงอย่างเดียว ไม่พอค่ะ</p>
<p>การเลือกสารในการตั้งตำรับเครื่องสำอาง หรือจะซื้อมาใช้ ยังต้องคิดเรื่องการระคายเคือง ปริมาณที่ใส่ด้วยค่ะ ต้องอยู่ในช่วงที่กำหนด ถึงสารที่เลือกมีค่า Comedogenic rate ต่ำ แต่หากมีความเข้มข้นมากเกินไป ก็สามารถก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวได้</p>
<p>คุณสมบัติทางเคมีและกายภาพ คุณสมบัติเฉพาะ ฤทธิ์เฉพาะของสารนั้น หากเราเลือกใช้สารเพื่อบำรุงผิวสักตัว ควรพิจารณาเลือกคุณสมบัติต่างๆ ของสารที่เราจะใช้ ให้ตรงกับปัญหาผิวด้วยค่ะ</p>
<h2>คำแนะนำสำหรับคนเป็นสิว ในการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า</h2>
<p>ผลิตภัณฑ์ที่เขียนว่า Non-comedogenic ก็ไม่สามารถรับประกันได้ 100% ค่ะ ว่าจะไม่อุดตัน เช่นกัน เพราะยังขึ้นกับปัจจัยอื่นอีก เช่น ปริมาณ การตั้งตำรับ สภาพขนาดรูขุมขน</p>
<p>หากจะบอกว่าให้หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันไปเลยสำหรับคนเป็นสิว ก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะ</p>
<p>สารที่เป็นน้ำมัน หรือมีลักษณะมันๆ ก็ไม่ได้ หมายความว่า จะทำให้เกิดการอุดตันทุกตัวค่ะ เช่น Mineral oil, Shear butter, Argan oil จะเห็นว่าค่า Comedogenic rate = 0</p>
<p>แนะนำว่า หากมีปัญหาสิวอยู่ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบหลัก คือ สารที่ใช้ในการทำครีมเบส, สารที่มีสัดส่วนสูงในเนื้อผลิตภัณฑ์ มีค่า Comedogenic rate ช่วง 0-2 ค่ะ หากสารมีค่า Comedogenic rate ช่วง 3-5 ต้องระวังว่าอาจจะกระตุ้นให้เกิดสิวได้ แต่สำหรับคนที่ผิวปกติ ไม่มีปัญหาสิว จะใช้แบบไหนก็ได้ค่ะ หากใช้แล้วไม่มีปัญหา อย่างที่เคยเขียนในบทความก่อนหน้านี้ เรื่องการใช้น้ำมันมะพร้าว เช็ดเครื่องสำอาง น้ำมันมะพร้าว comedogenic rate = 5 แต่บางคนใช้แล้วไม่มีปัญหา ก็ใช้ได้ค่ะ</p>
<p>แต่หากสารนั้นใส่ในปริมาณน้อย เช่น ใส่เป็นสารสำคัญ (Active ingredient) ก็ไม่ต้องกังวลมากกับเรื่อง Comedogenic rate ค่ะ เพราะสารสำคัญ ปริมาณที่ใส่โดยปกติ อยู่ที่ 1-5% คิดเป็นสัดส่วนน้อยมาก เมื่อเทียบกับครีมเบส จึงไม่น่าก่อให้เกิดการอุดตันได้</p>
<h4>อ้างอิง</h4>
<ol>
<li><a href="http://jamanetwork.com/journals/jamadermatology/article-abstract/543668">บทความเรื่อง A Human Model for Assessing Comedogenic Substances โดย Otto H. Mills Jr, PhD; Albert M. Kligman, MD, PhD <span class="meta-citation-journal-name">Arch Dermatol. </span><span class="meta-citation">1982;118(11):903-905. doi:10.1001/archderm.1982.01650230031022</span></a></li>
<li><a href="http://journal.scconline.org/pdf/cc1983/cc034n05/p00215-p00225.pdf">งานวิจัยเรื่อง Use of the rabbit ear model in evaluating the comedogenic potential of cosmetic ingredients โดย WILLIAM E. MORRIS และ SHIH CHAO KWAN j. Soc. Cosmet. Chem., 34, 215-225 (August 1983) </a></li>
<li><a href="https://books.google.co.th/books?id=f_ETtcJM_0gC&amp;pg=PA85&amp;lpg=PA85&amp;dq=comedogenic+argument&amp;source=bl&amp;ots=crZuEY-wiV&amp;sig=sf5jwMvo3fTD5BeAi8wD4N9Astk&amp;hl=en&amp;sa=X&amp;ved=0ahUKEwin7Nb5hL3QAhUDMI8KHWCTDTQQ6AEIKTAD#v=onepage&amp;q=comedogenic%20argument&amp;f=falsehttp://journal.scconline.org//pdf/cc1996/cc047n01/p00041-p00048.pdf">หนังสือ Conditioning Agents for Hair and Skin โดย Randy Schueller และ Perry Romanowski</a></li>
</ol>
<a href="https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/comedogenic-rate-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99/#gallery-779-1-slideshow">Click to view slideshow.</a>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/comedogenic-rate-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">779</post-id>	</item>
		<item>
		<title>อย. เปลี่ยนเว็บตรวจเลขที่จดแจ้งเครื่องสำอางแล้ว</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%87/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%87/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Nov 2016 13:25:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=768</guid>

					<description><![CDATA[อย. เปลี่ยนเว็บ ตรวจเลขที่จดแจ้ง เครื่องสำอางแล้ว ปกติเ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>อย. เปลี่ยนเว็บ ตรวจเลขที่จดแจ้ง เครื่องสำอางแล้ว</h2>
<p>ปกติเวลาเราจะตรวจสอบเลขที่จดแจ้งของเครื่องสำอาง เราจะตรวจสอบจากเว็บ <a href="http://fdaolap.fda.moph.go.th/logistics/cosmetic/CSerch.asp?id=cos">http://fdaolap.fda.moph.go.th/logistics/cosmetic/CSerch.asp?id=cos</a> <span style="color: #ff0000;"><strong>แต่ อย. กำลังจะยกเลิกเว็บนี้แล้วนะครับ</strong></span> ตอนนี้ยังสามารถตรวจสอบได้อยู่ แต่จะไม่อัพเดทข้อมูลแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเป็นเครื่องสำอางที่จดแจ้งในครึ่งปีหลังนี้ หรือผลิตภัณฑ์เดิมแต่มีการอัพเดทข้อมูลจะไม่สามารถตรวจสอบได้แล้วนะครับ</p>
<p>ตอนนี้ อย. ให้<span style="color: #008000;"><strong>ตรวจสอบเลขที่จดแจ้งเครื่องสำอางที่เว็บนี้แทนครับ &gt;&gt;&gt;&gt;&gt;</strong></span><a href="http://164.115.28.102/FDA_SEARCH_CENTER/PRODUCT/FRM_SEARCH_CMT.aspx">http://164.115.28.102/FDA_SEARCH_CENTER/PRODUCT/FRM_SEARCH_CMT.aspx</a></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-769 size-full" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เปลี่ยนเว็บ-เลขที่จดแจ้ง.jpg" alt="เปลี่ยนเว็บ เลขที่จดแจ้ง" width="1273" height="1245" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เปลี่ยนเว็บ-เลขที่จดแจ้ง.jpg 1273w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เปลี่ยนเว็บ-เลขที่จดแจ้ง-600x587.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เปลี่ยนเว็บ-เลขที่จดแจ้ง-300x293.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เปลี่ยนเว็บ-เลขที่จดแจ้ง-768x751.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เปลี่ยนเว็บ-เลขที่จดแจ้ง-1024x1001.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1273px) 100vw, 1273px" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">768</post-id>	</item>
		<item>
		<title>วิตามินในสกินแคร์ มีผลต่อผิวจริงไหม ตอนที่ 4 : Vitamin E</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%8c-vitamin-e/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%8c-vitamin-e/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Nov 2016 12:45:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่องเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[antioxidant]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<category><![CDATA[vitamin]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=761</guid>

					<description><![CDATA[ขอบคุณที่ติดตามกันมาจนถึงตอนที่ 4 ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายของ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ขอบคุณที่ติดตามกันมาจนถึงต<wbr />อนที่ 4 ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายของหัวข้<wbr />อนี้ค่ะ วันนี้เล่าจะมาต่อกันที่ Vitamin E</p>
<h2>Vitamin E</h2>
<p>&#8220;Vitamin E&#8221; เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน<wbr /> มีคุณสมบัติเป็น Anti-oxidant ที่ดีเยี่ยม สามารถลดปัญหาผิวจากการถูกท<wbr />ำร้ายจากอนุมูลอิสระได้ เช่น ผิวไหม้แดด, ริ้วรอย, การสร้างเม็ดสีผิวมากผิดปกต<wbr />ิ นอกจากนี้ยังสามารถลดเลือนร<wbr />ิ้วรอย และให้ความชุ่มชื้นผิวไ<span class="text_exposed_show">ด้ดี</span></p>
<h4>รูปแบบที่ใช้</h4>
<p><span class="text_exposed_show">Vitamin E ที่ใช้ในสกินแคร์ มีหลายฟอร์ม เช่น tocopherol และ วิตามินอี ในรูปเอสเทอร์ เช่น tocopheryl acetate, tocopheryl succinate, tocopheryl nicotinate, tocopheryl linoleate, และ tocopheryl phosphate</span></p>
<p><span class="text_exposed_show">Vitamin E ในธรรมชาติจะมีโครงสร้างหลา<wbr />ยไอโซเมอร์ เช่น alpha, beta, gamma และ delta tocopherol ซึ่งแต่ละชนิดจะมีโครงสร้าง<wbr />หลักเหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่ Side chain ตัวที่มีประสิทธิภาพดีสุด และแน่นอนราคาก็แพงตามไปด้ว<wbr />ย นั่นคือ alpha tocopherol (ในสกินแคร์ที่เราใช้กันจะไ<wbr />ด้จากการสังเคราะห์)</span></p>
<h4>กลไกหลักของ Vitamin E</h4>
<p><span class="text_exposed_show">อย่างที่เรามักได้ยินกันบ่อ<wbr />ยๆ ว่าอนุมูลอิสระจะทำร้ายผิว เนื่องจากเป็นโมเลกุลที่ไม่<wbr />มีคู่ เป็นโมเลกุลที่มีอิเล็กตรอน<wbr />อยู่เดี่ยวๆ ดังนั้นเมื่อเกิดลักษณะนี้ข<wbr />ึ้น ก็จะต้องไปแย่งประจุบวกจากโ<wbr />มเลกุลอื่นเพื่อให้ครบคู่ และเกิดความเสถียรค่ะ ตัวที่เป็นอนุมูลอิสระที่สต<wbr />รอง และได้ยินบ่อย เช่น อนุมูลอิสระของออกซิเจน (Oxygen radical) เพราะมีความว่องไวต่อการเกิ<wbr />ดปฎิกิริยาสูง<br />
กลไกการต้านอนุมูลอิสระของ Vitamin E นั้นจะทำงานกันเป็นทีมค่ะ โดยทำงานร่วมกันกับ Vitamin C และ กลูตาไธโอน ในการช่วยกันต้านอนุมูลอิสร<wbr />ะ</span></p>
<p><span class="text_exposed_show">Vitamin E จะปกป้องเซลล์เมมเบรน จากปฎิกิริยา Lipid peroxidation ที่เกิดจากการทำร้ายของอนุม<wbr />ูลอิสระ เมื่อ Vitamin E ถูกออกซิไดช์ (กลายเป็นโมเลกุลที่มี อิเล็คตรอนคู่โดดเดี่ยว เหมือนอนุมูลอิสระ) Vitamin C ก็จะมาช่วยเปลี่ยนให้ Vitamin E กลับไปอยู่ในรูปรีดิวซ์ฟอร์<wbr />มค่ะ<br />
Vitamin E ในสกินแคร์โดยทั่วไป จะมีความเข้มข้นอยู่ที่ 1-5%<br />
จากการศึกษาแบบ in vitro (ศึกษาในสิ่งมีชีวิต) พบว่าการทา Vitamin E ก่อนโดนแดด สามารถลด อาการผื่นแดงของผิว อาการบวม และจำนวนเซลล์ผิวที่ได้รับค<wbr />วามเสียหาย จากการถูกไหม้แดด และทำร้ายจาก UVB ได้ค่ะ แต่หลังจากโดนแดดมาแล้วค่อย<wbr />ทาจะไม่ค่อยได้ผล </span></p>
<p><span class="text_exposed_show">Vitamin E สามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้<wbr />ผิวได้ เนื่องจากจะส่งผลให้ผิวในชั<wbr />้น Stratum corneum มีความชุ่มน้ำมากขึ้น และเพิ่มความสามารถในการจับ<wbr />กับโมเลกุลของน้ำได้มากขึ้น<wbr />ค่ะ และจะมีประสิทธิภาพในการปกป<wbr />้องผิวไม่ให้เกิดริ้วรอยจาก<wbr />การถูกกระตุ้นด้วยแสงแดด ที่เรียกว่า photoaging มากขึ้น หากทาร่วมกันกับวิตามิน C ค่ะ</span></p>
<h4>ตัวอย่าง/กรณีศึกษา</h4>
<p><span class="text_exposed_show">ตอนก่อนเรียนจบเภสัช เคยทำงานวิจัยก่อนจบ เกี่ยวกับเรื่องมาสก์หน้าไค<wbr />โตซาน ที่มีส่วนผสมของวิตามิน E ในรูป alpha tocopherol อยู่ 0.5% ก็พบว่ามีประสิทธิภาพในการล<wbr />ดริ้วรอย และเพิ่มความชุ่มชื้นผิวในอ<wbr />าสาสมัครอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอาสาสมัครผู้ชาย ซึ่งโดยปกติจะไม่ทาครีมบำรุ<wbr />งใดๆทั้งสิ้น ยิ่งเห็นได้ชัด จะเห็นว่าใส่ % น้อยมาก มาสก์หน้าแค่ 15-20 นาที ก็เห็นผลค่ะ แต่อันนี้น่าจะเป็นผลของไคโ<wbr />ตซานร่วมด้วย จริงๆอยากใส่มากกว่านี้นะคะ<wbr /> แต่ใส่เยอะแล้วมาสก์ที่ได้จ<wbr />ะมันมากๆค่ะ ได้ตำรับที่ไม่น่าใช้</span></p>
<p><span class="text_exposed_show">สำหรับในเรื่องลดรอยแผลเป็น<wbr /> อันนี้มีบางงานวิจัยบอกว่า การทาวิตามินอีบนรอยแผลเป็น<wbr />หลังจากแผลปิดได้ประมาณ 2 สัปดาห์ ในผู้ป่วยหลังผ่าตัด ไม่ช่วยลดเรื่องรอยแผลเป็นค<wbr />่ะ และเพิ่มโอกาสในการเกิดผื่น<wbr /> (Contact dermatitis)</span></p>
<p><span class="text_exposed_show">ปัญหาหลักๆ ของการตั้งสูตรตำรับสกินแคร<wbr />์ที่มี Vitamin E เป็นส่วนประกอบก็คือ ความมัน นั่นเองค่ะ เพราะเป็นวิตามินที่ละลายใน<wbr />ไขมัน หากใส่เดี่ยวๆ เพื่อให้เกิดผลกับผิวในเรื่<wbr />องริ้วรอย ส่วนใหญ่จะเคลมว่า ควรอยู่ที่ 5% แต่จะมันมากๆ ถ้าจะแก้ตรงนี้ก็จะเลี่ยงโด<wbr />ยการลดปริมาณ Vitamin E ลง และเพิ่มสาร Anti-oxidant ตัวอื่นเพื่อช่วยเสริมฤทธิ์<wbr />กันค่ะ อีกเรื่องคือ การเกิดปฎิกิริยา Hydrolysis ข้อนี้บางตำรับเลี่ยงไปใช้ Tocopheryl acetate แทน alpha tocopherol เนื่องจากมีความคงตัวมากกว่<wbr />า แต่ประสิทธิภาพของ Tocopheryl acetate จะน้อยกว่าค่ะ</span></p>
<h4><span class="text_exposed_show">อ้างอิง :</span></h4>
<p><span class="text_exposed_show"><a href="https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/10417589" target="_blank" rel="nofollow nofollow">https://<wbr />www.ncbi.nlm.nih.gov/<wbr />pubmed/10417589</a><br />
<a href="http://www.academia.edu/17666651/Cosmeceuticals_vitamins" target="_blank" rel="nofollow nofollow">http://www.academia.edu/<wbr />17666651/<wbr />Cosmeceuticals_vitamins</a></span></p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-762 alignnone" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/almond-Vitamin-E-.jpg" alt="almond-vitamin-e" width="960" height="639" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/almond-Vitamin-E-.jpg 960w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/almond-Vitamin-E--600x399.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/almond-Vitamin-E--300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/almond-Vitamin-E--768x511.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/almond-Vitamin-E--272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%8c-vitamin-e/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">761</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
