<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>Eye care &#8211; Jaslyn</title>
	<atom:link href="https://www.jaslynsense.com/tag/eye-care/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.jaslynsense.com</link>
	<description>ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง สาระความรู้สุขภาพและความงาม</description>
	<lastBuildDate>Sun, 22 Jan 2017 07:10:34 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.2</generator>

<image>
	<url>https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/07/cropped-01-150x150.jpg</url>
	<title>Eye care &#8211; Jaslyn</title>
	<link>https://www.jaslynsense.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">113788713</site>	<item>
		<title>โรคยุคใหม่ของชาวไอที &#8230; เล่นมือถือในที่มืดทำให้ตาบอด จริงหรือ? … Computer Vision Syndrome คือ อะไร?</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/computer-vision-syndrome-%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/computer-vision-syndrome-%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 21 Jan 2017 19:25:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Eye care]]></category>
		<category><![CDATA[Healthy]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=1092</guid>

					<description><![CDATA[โรคยุคใหม่ของชาวไอที &#8230; เล่นมือถือในที่มืดทำให้ตาบ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>โรคยุคใหม่ของชาวไอที &#8230; เล่นมือถือในที่มืดทำให้ตาบอด จริงหรือ? … Computer Vision Syndrome คือ อะไร?</h2>
<p>ช่วงที่ผ่านมามีการแชร์ต่อๆกันในโลกโซเชียล ว่า เล่นสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต อุปกรณ์ มือถือต่างๆ ในที่มืด อาจจะทำให้ตาบอดได้!!!</p>
<p>จริงๆ แล้วในประเด็นนี้ ยังไม่มีหลักฐาน และงานวิจัยทางการแพทย์ที่พบว่าการเล่นอุปกรณ์ไอทีเหล่านี้ในที่มืด จะส่งผลให้ตาบอดได้ค่ะ</p>
<p>ดังนั้น <strong>ความเชื่อที่ว่าเล่นแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน ในที่มืดแล้วทำให้ตาบอด จึงเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง</strong></p>
<p>แต่การเล่นอุปกรณ์เหล่านี้ในที่มืด อาจทำให้เรารู้สึกปวดตาได้ค่ะ เนื่องจากต้องใช้การเพ่งและการจ้องมากขึ้น รวมถึงแสงที่สะท้อน แสงสว่างจ้า จากจอของอุปกรณ์เหล่านี้ก็ทำให้เรารู้สึกไม่สบายตา แสบตา ปวดตา ได้มากขึ้นไปอีก</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1093" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/computer-tab-01.jpg" alt="Computer Vision Syndrome เล่นมือถือในที่มืดทำให้ตาบอด" width="2500" height="1667" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/computer-tab-01.jpg 2500w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/computer-tab-01-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/computer-tab-01-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/computer-tab-01-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/computer-tab-01-1024x683.jpg 1024w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/computer-tab-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2500px) 100vw, 2500px" /></p>
<h4>แสงสีฟ้า อันตราย จริงมั๊ย?</h4>
<p>ในแสงที่เรามองเห็น หรือแสงขาว เมื่อนำมาแยกสเปกตรัม เหมือนที่เราเคยทดลองการแยกสเปกตรัมแสงขาวด้วยปริซึมตอนเด็กๆ จะแบ่ง ออกเป็น 7 สีต่อเนื่องกัน คือ สีม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง ซึ่งจะมีความยาวคลื่นต่างๆกัน</p>
<p>เมื่อกล่าวถึงเรื่องอันตรายต่อดวงตา แสงที่ถูกพูดถึงกันมากที่สุด คือ แสงสีฟ้า</p>
<p>แสงสีฟ้า นี้ ไม่ใช่สีฟ้าของกระดาษ สีฟ้าของสิ่งของ หรือสีฟ้าทั่วไปที่เรามองเห็นนะคะ แต่คือ สีฟ้าในสเปกตรัมของแสงขาว โดยสีฟ้า จะมีความยาวคลื่นอยู่ในช่วง 400 – 500 nm ซึ่งเป็นช่วงคลื่นที่อยู่ใกล้กับช่วงคลื่นของรังสีอุลตร้าไวโอเลต (UV) 100 – 400 nm</p>
<p>แสงสีฟ้ายังไม่ได้รับการพิสูจน์อย่างแน่ชัดว่าสามารถทำให้เกิดอันตรายต่อดวงตา แต่แสงอุลตร้าไวโอเลตนั้นพบว่าเป็นอันตรายต่อดวงตาทำให้เกิดโรคต้อลม ต้อกระจก จอตาเสื่อมได้ แต่แสงอุลตร้าไวโอเลตที่อาจจะแฝงมากับแสงสีฟ้านั้น สามารถทำให้เกิดอันตรายต่อดวงตาได้</p>
<h4>Computer Vision Syndrome คือ อะไร?</h4>
<p>การที่ใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์, เล่นแท็บเล็ท และสมาร์ทโฟน เป็นเวลานาน จะส่งผลให้การกระพริบตาตามธรรมชาติลดลง เนื่องจากการที่เราต้องจ้องที่หน้าจออยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เกิดอาการตาแห้งได้ และอาจส่งผลให้เกิด <strong>Computer Vision Syndrome</strong> ซึ่งส่งผลทั้งต่อดวงตาและร่างกายได้ด้วยค่ะ อาการที่พบบ่อยของโรคนี้ คือ</p>
<ol>
<li>ปวดตา</li>
<li>ระคายเคืองตา ไม่สบายตา ตาแห้ง</li>
<li>ตาพร่ามัว</li>
<li>ปวดศรีษะ</li>
<li>ปวดคอ และไหล่</li>
</ol>
<p>สาเหตุที่ทำให้การอ่านหรือการใช้งานคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ไอทีต่างๆ นำไปสู่การปวดตา ตาแห้ง ปวดคอและไหล่ ได้มากกว่าการอ่านหนังสือนั้น เชื่อว่าสาเหตุน่าจะเกี่ยวข้องกับ ความคมชัดของตัวอักษรในคอมพิวเตอร์, พื้นหลังของตัวอักษร, และแสงที่สะท้อนออกมาจากอุปกรณ์ไอทีมีผลให้การอ่านทำได้ยากกว่า การอ่านตัวอักษรจากบนกระดาษ นอกจากนี้ระยะห่างของดวงตากับอุปกรณ์ไอทีที่ไม่เหมาะสม หรือการวางอุปกรณ์ไอทีบางอย่าง เช่น แท็บเล็ต สมาร์ทโฟนไว้ระดับต่ำ ทำให้เราต้องใช้งาน อ่านแบบก้มๆ  ก็ส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดการหดเกร็ง กระดูกคอเสื่อม ปวดคอ ปวดหลัง ปวดไหล่ ได้เช่นกันค่ะ</p>
<h4>มาป้องกัน Computer Vision Syndrome กันเถอะ ด้วย กฎ 20-20-20</h4>
<p>ทุก 20 นาที – พักสายตานาน 20 วินาที – มองออกไประยะไกล ประมาณ 20 เมตร</p>
<h4>วิธีดูแล ถนอมดวงตา ให้สุขภาพดีไปนานๆ</h4>
<ol>
<li>ควรพักสายตาอย่างน้อย 15 นาที หลังจากใช้คอมพิวเตอร์ยาวนานต่อเนื่อง 2 ชั่วโมง และใช้กฎ 20-20-20 ร่วมด้วย</li>
<li>ดื่มน้ำเปล่า เพื่อช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ดวงตา</li>
<li>มองไปในที่อื่นไกลๆ มองไปที่เขียวๆ เพื่อพักสายตา</li>
<li>ปรับแสงสว่างให้เหมาะสมให้เหมาะสมกับการทำงาน ไม่มืดเกินไป หรือจ้าเกินไป ให้ทำงานแล้วรู้สึกสบายตา</li>
<li>สวมแว่นตากันแดด เมื่อต้องออกแดดจัด หรือมีกิจกรรมกลางแจ้งเพื่อป้องกันแสง UV</li>
<li>จัดวางตำแหน่งท่าทางให้เหมาะสมกับการใช้งานอุปกรณ์ไอที</li>
</ol>
<h4>อ้างอิง</h4>
<p><a href="http://www.aoa.org/patients-and-public/caring-for-your-vision/protecting-your-vision/computer-vision-syndrome?sso=y">บทความ เรื่อง Computer Vision Syndrome</a></p>
<div class="fb-video" data-allowfullscreen="true" data-href="https://www.facebook.com/mahidolchannel/videos/1279893955400857/"></div>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/computer-vision-syndrome-%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1092</post-id>	</item>
		<item>
		<title>สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณกำลังเป็น โรคตาแห้ง</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%87/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%87/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Jan 2017 18:27:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Eye care]]></category>
		<category><![CDATA[Healthy]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=1058</guid>

					<description><![CDATA[สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณกำลังเป็น โรคตาแห้ง โรคตาแห้ง ให [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณกำลังเป็น โรคตาแห้ง</h2>
<p>โรคตาแห้ง ให้ความรู้สึกเป็นโรคที่ไม่รุนแรงสักเท่าไหร่ แต่จริงๆแล้วหากเราไม่ใส่ใจ ก็สามารถพัฒนาไปเป็นโรคที่รุนแรงมากขึ้นได้ค่ะ เช่น กระจกตาถลอก กระจกตาเป็นแผล เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้ตาบอดได้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1059" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ตาแห้ง-01.jpg" alt="โรคตาแห้ง Dryeye" width="932" height="669" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ตาแห้ง-01.jpg 932w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ตาแห้ง-01-600x431.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ตาแห้ง-01-300x215.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ตาแห้ง-01-768x551.jpg 768w" sizes="(max-width: 932px) 100vw, 932px" /></p>
<h4>โรคตาแห้งเกิดจากอะไร?</h4>
<p>โรคตาแห้ง เกิดจากการที่น้ำตาที่หล่อลื่นผิวตามีปริมาณไม่เพียงพอ ซึ่งอาจเกิดจากการสร้างน้ำตาน้อยลง หรือน้ำตาระเหยมากเกินไป ซึ่งอาจจะมีปัจจัยของสภาพแวดล้อมมาเกี่ยวข้อง เช่น อยู่ในห้องแอร์ ความชื้นต่ำ, ทำงานในสถานที่มีลมแรง เป็นต้น ปัจจัยเหล่านี้สามารถทำให้น้ำตาระเหยเร็วกว่าปกติได้</p>
<p>อายุที่มากขึ้น หรือฮอร์โมนที่ลดลง หรือฮอร์โมนไม่สมดุล ก็ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้เกิดโรคตาแห้ง เพราะส่งผลต่อปริมาณและคุณภาพของน้ำตาที่ผลิตออกมา โดยเฉพาะในหญิงวัยหมดประจำเดือนค่ะมักพบอาการตาแห้งได้บ่อย</p>
<p>นอกจากนี้พฤติกรรมใช้ชีวิตประจำวันของเราก็ยังส่งผลให้เกิดโรคตาแห้งด้วย เช่น การจ้องมือถือนานๆ, การจ้องจอคอมพิวเตอร์, การเล่นเกมส์ต่อเนื่อง, การอ่านหนังสือ, การดูทีวี เพราะพฤติกรรมเหล่านี้จะทำให้เรากระพริบตาลดลง ซึ่งจะส่งผลให้มีการกระตุ้นการผลิตน้ำตาออกมาน้อยลงไปด้วย หรือ การสวมใส่คอนแทคเลนส์ ก็เป็นสาเหตุที่พบบ่อยว่าทำให้เกิดโรคตาแห้งได้</p>
<p>ยาบางชนิด เช่น ยาแก้แพ้, ยาลดน้ำมูก, ยาขับปัสสาวะ, ยารักษาสิวแบบกิน เช่น Isotretinoin ฯลฯ หรือโรคบางอย่าง เช่นโรคภูมิแพ้ตนเอง โรคภูมิต้านทานบกพร่อง อาการภูมิแพ้ที่ตา ก็สามารถทำให้เกิดภาวะตาแห้งได้เช่นกันค่ะ</p>
<h4>สัณญาณเตือนโรคตาแห้ง : อาการของโรคตาแห้ง</h4>
<ol>
<li>คันตา แสบตา ระคายเคืองตา รู้สึกไม่สบายตา</li>
<li>มีความรู้สึกเหมือนมีเม็ดทรายอยู่ในตา</li>
<li>ตาแดงบ่อยๆ ปวดตา ตาล้า สู้แสง สู้ลมไม่ได้</li>
<li>ตาพร่า ตามัว เป็นบางครั้ง</li>
<li>ใส่คอนแทคเลนส์ แล้วตาอักเสบบ่อยๆ</li>
</ol>
<p>หายเพื่อนๆมีอาการตามนี้ Jaslyn แนะนำว่า ควรไปตรวจรับคำปรึกษากับจักษุแพทย์ค่ะ เพื่อจะได้มั่นใจว่าเราเป็นโรคตาแห้งจริงๆ อย่าได้นิ่งนอนใจ ปล่อยทิ้งไว้นะคะ</p>
<h4>การป้องกันและรักษาโรคตาแห้ง</h4>
<ol>
<li>ใช้น้ำตาเทียมหยอดตา เพื่อชดเชยน้ำตาที่ไม่เพียงพอ โดยน้ำตาเทียมจะแบ่ง เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ 1. กลุ่มที่มีสารกันเสีย (อันนี้จะมีลักษณะเป็นขวดๆ แบบที่เราคุ้นเคย) หลังจากเปิดแล้ว สามารถใช้ได้นาน 1 เดือน   กลุ่มที่ไม่มีสารกันเสีย (แบบนี้จะบรรจุในหลอดขนาดเล็กๆ เป็นชิ้นๆ โดยปกติขายเป็นกล่อง 1 กล่องมี 28-32 หลอด) กลุ่มนี้หลังจากเปิดแล้วต้องใช้ให้หมดภายใน 24 ชั่วโมงค่ะ</li>
</ol>
<p>น้ำตาเทียมก็มีหลายแบบ หลายยี่ห้อ การเลือกขึ้นอยู่กับอาการของเรา เพราะ จะมีทั้งแบบสำหรับตาแห้งเล็กน้อย, ตาแห้งปานกลาง, และตาแห้งมาก</p>
<ol start="2">
<li>ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ลดการกระพริบตา เช่น พักสายตาบ้างเมื่อ เล่นมือถือนานๆ, จ้องคอมพิวเตอร์นานๆ, อ่านหนังสือนานๆ</li>
<li>สวมแว่นกันแดด เพื่อป้องกันลมและแสงแดดเมื่อต้องออกไปข้างนอก</li>
<li>งดการสวมใส่คอนแทคเลนส์ เพื่อลดการอักเสบของตา</li>
<li>ประคบด้วยน้ำอุ่น เช้า-เย็น บริเวณเปลือกตา</li>
</ol>
<h4>อ้างอิง</h4>
<ol>
<li><a href="http://www.med.cmu.ac.th/dept/eye/2012/index.php?option=com_content&amp;view=article&amp;id=331:2015-10-21-07-27-51&amp;catid=17:knowleadge&amp;Itemid=394">โรคตาแห้งอันตรายอย่างไร โดย <em>ศ.พญ.สมสงวน อัษญคุณ</em></a></li>
<li><a href="https://www.bumrungrad.com/th/vision-eye-examination-surgery-center-bangkok-thailand/conditions/dry-eyes">ภาวะตาแห้ง</a></li>
</ol>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1058</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เทคนิคการทำความสะอาด และบำรุงผิวรอบดวงตา สำหรับสาวหน้าแน่น</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%94/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%94/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 07 Jan 2017 15:05:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่องเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[Eye care]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=1041</guid>

					<description><![CDATA[เทคนิคการทำความสะอาด และ บำรุงผิวรอบดวงตา สำหรับสาวหน้า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>เทคนิคการทำความสะอาด และ บำรุงผิวรอบดวงตา สำหรับสาวหน้าแน่น</h2>
<p>ช่วงนี้สาวๆหลายคน คงมีคิวออกงานที่แน่นเอี๊ยดกันเลยใช่มั๊ยคะ ทั้งงานปาร์ตี้ งานดินเนอร์ งานแต่ง ช่วงนี้หน้าหนาวฤกษ์งามยามดีเยอะ งานเพื่อนเจ้าสาวก็มา ซึ่งรับรองว่างานนี้ไม่มีแต่งหน้ากันแบบซอฟท์ๆแน่นอน จัดเต็มกันทั้ง เสื้อผ้า หน้า ผม โดยเฉพาะการแต่งตา ทั้งไพร์มเมอร์ อายเชโดว์ กลิตเตอร์ อายไลน์เนอร์ ขนตาปลอม มาสคาร่ากันน้ำ เรียกว่า หน้าแน่นกันสุดๆ</p>
<p>แต่เมื่อสิ้นสุดงานเลี้ยง แม้ลากยาวตลอดคืนกันขนาดไหนก็ตาม สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ การดูแลทำความสะอาด และ บำรุงผิวรอบดวงตา ค่ะ ถ้าหากอยากมีผิวรอบดวงตาที่ดูดี ไม่มีรอยตีนกา ดูไม่หมองคล้ำ ไม่เหี่ยวย่น</p>
<p>ซึ่งวันนี้ Jaslyn มีเทคนิคการทำความสะอาด และ บำรุงผิวรอบดวงตา มาฝากกัน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1042" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/eyeremover-01.jpg" alt="บำรุงผิวรอบดวงตา ทำความสะอาดผิวรอบดวงตา" width="932" height="669" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/eyeremover-01.jpg 932w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/eyeremover-01-600x431.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/eyeremover-01-300x215.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/eyeremover-01-768x551.jpg 768w" sizes="(max-width: 932px) 100vw, 932px" /></p>
<ol>
<li>
<h4>แม้ว่าจะดึกดื่นแค่ไหน อย่าลืมทำความสะอาดผิวรอบดวงตา ด้วย Eye-Remover</h4>
</li>
</ol>
<p>ผิวรอบดวงตา เป็นบริเวณที่บอบบางเป็นพิเศษ หากเพื่อนๆแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางกันน้ำ เครื่องสำอางที่ล้างออกยากอยู่ ก็ควรใส่ใจส่วนนี้เป็นพิเศษเช่นกันค่ะ ด้วยการใช้ Eye-Remover ซึ่งจะมีลักษณะเป็น Oil เพราะจะสามารถละลายพวกเครื่องสำอางกันน้ำออกมาได้ดี ทำให้เช็ดทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น</p>
<ol start="2">
<li>
<h4>อย่าถูๆที่ผิวรอบดวงตา ตีนกาจะมาไม่รู้ตัว</h4>
</li>
</ol>
<p>หากสาวๆคนไหนกำลังทำความสะอาดผิวรอบดวงตาด้วยการถูๆอยู่หละก็ เปลี่ยนพฤติกรรมนะคะ เพราะการถูไป ถูมา จะทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะรอบดวงตา วิธีที่ดีกว่า คือ การหยดคลีนซิ่งลงบนสำลีให้ชุ่ม หลับตา แล้วแปะไว้ที่ผิวบนเปลือกตา ประมาณ 20-30 วินาที แล้วเช็ดออก โดยเช็ดจากด้านบนเปลือกตารูดลงมาด้านล่าง ผ่านขนตาลงมาเลยเพื่อเช็ดมาสคาร่าออกด้วย แล้วลากจากหัวตาลากออกไปทางหางตาค่ะ ในจุดที่เช็ดยากชิดขอบตาให้พับสำลีเป็นมุมสามเหลี่ยมแล้วค่อยๆ เช็ดออก ทั้งหมดนี้ให้เช็ดอย่างเบามือค่ะ</p>
<ol start="3">
<li>
<h4>อยากมีผิวรอบดวงตาสวยๆ ต้องให้เวลา</h4>
</li>
</ol>
<p>การทำความสะอาดต้องใจเย็นๆค่ะ เป็นส่วนสำคัญที่ควรให้เวลาไม่น้อยกว่าการแต่งหน้าเลย เพราะสำคัญมากหากอยากมีสุขภาพผิวดี เปล่งปลั่ง การใช้สำลีเช็ดทำความสะอาดให้เช็ดตามวิธีในข้อ 2 และเช็ดจนกว่าสำลีที่ใช้จะขาวสะอาดค่ะ</p>
<ol start="4">
<li>
<h4>ทำความสะอาดผิวหน้าซ้ำอีกครั้งด้วยโฟมล้างหน้า/เจลล้างหน้า เพื่อผิวสะอาด สดชื่น</h4>
</li>
</ol>
<p>แม้จะมีคลีนซิ่งรีมูฟเวอร์หลายยี่ห้อ ที่บอกว่าสามารถทำความสะอาดผิวได้หมดจด โดยไม่ต้องล้างซ้ำ แต่โดยส่วนตัวคิดว่าการล้างหน้าซ้ำอีกครั้งด้วยโฟมล้างหน้า หรือเจลล้างหน้า ให้ความสะอาดกับผิวได้ดีกว่า และลดการอุดตันจากสิ่งสกปรกได้ดีกว่าค่ะ จึงควร<strong>ล้างซ้ำอีกรอบ</strong> เพราะจากการสังเกต จะพบว่าเมื่อเราเช็ดหน้าด้วยคลีนซิ่งเสร็จแล้ว ก็ยังคงเหลือ สิ่งสกปรกเล็กๆ เศษมาสคาร่าเล็กๆ กลิทเตอร์เล็กบนใบหน้าบ้างอยู่ดี และหลังล้างหน้าก็ให้ความรู้สึกสะอาด สดชื่นผิวได้ดีกว่าอีกด้วย</p>
<ol start="5">
<li>
<h4>ทาอายครีมก่อนนอนทุกคืน</h4>
</li>
</ol>
<p>ขาดไม่ได้เลยจริงๆ สำหรับการดูแลผิวรอบดวงตา คือ การทาอายครีมก่อนนอนทุกคืนหลังล้างหน้า เพื่อช่วยฟื้นบำรุงผิวรอบด้วยตา ให้ความชุ่มชื้น หลังจากที่ต้องรับศึกหนักทั้งจากมลภาวะ และเมคอัพมาทั้งวัน อายครีมที่เลือกใช้ ควรมีความอ่อนโยน ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีการแต่งสี ไม่มีการแต่งกลิ่น และถ้าจะให้ดีควรไม่มีสารกันเสียในกลุ่มพาราเบน เนื่อของอายครีมต้องหนืดนิดนึง ไม่เหลวจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ไหลเข้าตาได้ค่ะ และควรมีสารสำคัญที่เน้นไปในเรื่องของการลดริ้วรอย และความหมองคล้ำรอบดวงตา บรรจุภัณฑ์ควรมีการป้องกันการปนเปื้อนของแบคทีเรียจากมือสู่เนื้อครีมได้ในระดับหนึ่ง เช่น เป็นหลอดบีบ, ปั๊มสุญญากาศ, ปั๊มกด เป็นต้น ซึ่งจะดีกว่าแบบกระปุกแล้วใช้มือควักมาทาค่ะ</p>
<h4>อ้างอิง</h4>
<p><a href="http://www.cosmopolitan.com/style-beauty/beauty/news/a61146/how-to-remove-eye-makeup/">8 Ways You&#8217;re Removing Your Eye Makeup Wrong</a></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1041</post-id>	</item>
		<item>
		<title>&#8220;ดวงตา&#8221; คือ หน้าต่างของ &#8220;ดวงใจ&#8221; อยากสวยใส ต้องหมั่นดูแล</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 13 Nov 2016 08:41:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ความสวยความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[Eye care]]></category>
		<category><![CDATA[Healthy]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=590</guid>

					<description><![CDATA[สวัสดีค่ะสาวๆ ดวงตา เป็นหนึ่งในอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีค่ะสาวๆ ดวงตา เป็นหนึ่งในอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย นอกจากเป็นหน้าต่างของดวงใจ ช่วยในการแสดงออกของความรู้สึกทางแววตาแล้ว หน้าที่หลักก็คือ ช่วยในการมองเห็น ทำให้เราสามารถทำงานต่างๆได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่เกิดอุบัติเหตุ หากต้องการให้ดวงตาอยู่กับเราไปนานๆ เรากก็ต้องดูแลค่ะ เพราะดวงตา เป็นอวัยวะที่ละเอียดอ่อน และต้องโดนลมโดนแดด สู้กับมลภาวะอยู่ทุกวัน แถมในยุคปัจจุบันเรายังใช้สายตาในการทำงานคอมพิวเตอร์ และจ้องหน้าจอนานๆอีกด้วย</p>
<h2>วันนี้ Jaslyn เลย นำวิธีการที่จะช่วยดูแลดวงตามาฝากเพื่อนๆกันค่ะ</h2>
<p>1. เลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ และช่วยบำรุงดวงตา</p>
<p>-เบต้าแคโรทีน<br />
เมื่อเรารับประทานเบต้าแคโรทีนแล้ว ร่างกายสามารถเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนให้กลายเป็นวิตามินเอได้ ซึ่งหากเราขาดสารอาหารในกลุ่มวิตามินเอ จะทำให้เกิดโรคตาบอดกลางคืน มีปัญหาในการมองเห็นในที่มืด นอกจากนี้เบต้าแคโรทีนยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีอีกด้วยนะคะ จึงสามารถช่วยชะลอความเสื่อมของดวงตาได้ และลดความเสี่ยงในการเป็นต้อกระจกได้ด้วย<br />
อาหารที่มีเบต้าแคโรทีนอยู่เยอะ ได้แก่ ผักและผลไม้ที่มี สีส้ม สีเหลือง สีแดง เช่น แครอท, ฟักทอง, ข้าวโพดอ่อน, แคนตาลูป, มะละกอสุก และยังพบมากในผักใบเขียวด้วย เช่น มะระ บรอคโคลี คะน้า ผักบุ้ง</p>
<p>-วิตามินเอ<br />
นอกจากจะมีประโยชน์ในการบำรุงสายตา อย่างที่บอกไปในข้อแรกแล้ว ยังช่วยในเรื่องของผิวพรรณด้วยค่ะ จะช่วยให้ผิวไม่แห้ง ไม่หยาบกร้าน เสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย ส่งเสริมการสร้างกระดูกและฟัน พบมากใน เนื้อวัว, ตับ, ไข่ไก่, ไข่แดง, หอยนางรม, ปลาซาบะ, น้ำมันตับปลา และนมสด</p>
<p>-ไบโอฟลาโวนอยด์<br />
เป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระเช่นกันค่ะ ก็จะช่วยชะลอความเสื่อมของดวงตา และช่วยปกป้องให้เส้นเลือดฝอยที่มาเลียงดวงตาแข็งแรง พืชที่พบสารกลุ่มนี้เยอะ ได้แก่ ส้ม องุ่นแดง และพืชตระกูลเบอร์รี่ เช่น บิลเบอรืรี่ แครนเบอร์รี่</p>
<p>-ลูทีน และซีแซนทิน<br />
เป็นสารแคโรทีนอยด์ชนิดหนึ่ง มีสีเหลือง จากการวิจัยพบว่าการได้รับลูทีนวันละ 6 mg จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคจอประสาทตาเสื่อมได้ ลูทีนที่เราได้รับจากการรับประทานอาหารร่างกายจะสามารถเปลี่ยนเป็นซีแซนทินได้ สารตัวนี้โดยธรรมชาติจะพบอยู่บริเวณจุดรับภาพ และจอประสาทตา ทำหน้าที่ช่วยกรองแสงสีน้ำเงิน และช่วยปกป้องเซลล์ของจอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ</p>
<p>นอกจากการรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงดวงตาแล้ว ยังไม่พอค่ะ เราต้องช่วยด้วยอย่างอื่นด้วย อันนี้สำคัญมากเช่นกัน</p>
<p>2. พักสายตา เปลี่ยนอริยาบททุกๆ 1 ชั่วโมง เมื่อเราจ้องคอมพิวเตอร์ หรือ เล่นมือถือนานๆ ต้องพักสายตาบ้างค่ะ เพื่อลดความเมื่อยล้าของดวงตา หากมีอาการตาแห้ง สามารถใช้น้ำตาเทียมหยอด 1-2 หยด เพื่อบรรเทาอาการและลดการระคายเคือง (หลังเปิดแล้วใช้ได้แค่ 1 เดือน เหลือต้องทิ้งไป)</p>
<p>3. หากต้องโดนแดดจ้าๆ ควรสวมแว่นกันแดด เพื่อถนอมดวงตาของเราจากรังสี UV</p>
<p>4. ปรับสภาพแสงไฟในการทำงานให้เหมาะสม มีแสงสว่างเพียงพอ</p>
<p>5. ไม่ติดนั่งติดจอ ควรนั่งห่างจากโทรทัศน์ ประมาณ 5 เท่าของขนาดจอ</p>
<p>6. เมื่อมีฝุ่น สิ่งสกปรกเข้าตาห้ามขยี้ ให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำยาล้างตา</p>
<p>7. บริหารสายตาบ้าง โดย กรอกตาตามเข็มนาฬิกา และทวนเข็มนาฬิกา ประมาณ 10 ครั้ง</p>
<p>8. พักผ่่อนให้เพียงพอ</p>
<p>9. ตรวจสุขภาพดวงตาทุก 1 ปี กับจักษุแพทย์ แม้อายุไม่มากก็อาจพบการเสื่อมของจอประสาทตาได้ค่ะ หรือบางคนอาจจะมีโรคอื่นๆเกี่ยวกับดวงตา เช่น ต้อหิน ต้อลม ต้อกระจก เราก็จะได้รักษาตั้งแต่เนิ่น</p>
<p>อ่านจบแล้วอย่าลืมดูแลรักษาดวงตากันดีๆนะคะ เพราะดวงตาคู่สวยของเรามีแค่คู่เดียว ต้องดูแลดีๆค่ะ</p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-592 aligncenter" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ดวงตา-แววตา.jpg" alt="ดวงตา-แววตา" width="960" height="640" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ดวงตา-แววตา.jpg 960w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ดวงตา-แววตา-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ดวงตา-แววตา-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ดวงตา-แววตา-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ดวงตา-แววตา-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">590</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เทคนิคจัดการดวงตา หลังร้องไห้อย่างหนัก</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Oct 2016 18:13:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ความสวยความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[Eye care]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=372</guid>

					<description><![CDATA[ในช่วงเวลาแห่งความเศร้านี้ หากรู้สึกอยากร้องไห้ หรือมีน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในช่วงเวลาแห่งความเศร้านี้ หากรู้สึกอยากร้องไห้ หรือมีน้ำตาไหลอยู่เรื่อยๆ เป็นระยะ<br />
ก็ร้องไห้เถิดค่ะ แอดมินก็เป็นเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามขอให้มีสติกำกับอยู่เสมอนะคะ</p>
<p>แต่หากมีความจำเป็นต้องการจัดการกับอาการหลังร้องไห้อย่างหนักเรามีเทคนิคมาฝากค่ะ</p>
<div class="text_exposed_show">
<h2>เทคนิคจัดการดวงตา หลังร้องไห้อย่างหนัก</h2>
<p>สามารถนำไปใช้ได้นะคะ</p>
<ol>
<li>ประคบรอบเปลือกตาด้วยแตงกวาแช่เย็นฝานแตงกวาเป็นแว่นๆ แล้วนำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นนำมาประคบบนเปลือกตา ทิ้งไว้จนหายเย็น แล้วทำแบบนี้ซ้ำอีก 3-4 ครั้ง จะช่วยลดอาการตาบวมได้ เพราะ ความเย็น และสารสำคัญในแตงกวา จะช่วยลดการบวม กระชับรูขุมขน และปลอบประโลมผิวได้ค่ะ</li>
<li>ประคบรอบเปลือกตาด้วยถุงชาเขียวนำถุงบรรจุใบชาที่ใช้แล้วไปแช่ตู้เย็น ประมาณ 30 นาที หลังจากนั้นนำถุงชาที่แช่เย็นแล้วมาวางบนเปลือกตาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ทำแบบนี้วันละ 2 ครั้ง จะช่วยลดอาการบวมรอบดวงตาได้ค่ะ เพราะนอกจากความเย็นแล้ว ในใบชาก็มีสารสำคัญ ที่มีฤทธิ์ในการลดอาการบวมได้ดีค่ะ</li>
<li>ประคบรอบเปลือกตาด้วยน้ำแข็งนำผ้าบางๆ มาห่อนำแข็ง แล้วนำมาคลึงรอบดวงตาบริเวณที่บวม จะช่วยลดอาการบวมได้ค่ะ</li>
<li>ประคบรอบเปลือกตาด้วยช้อนแช่เย็นเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ง่าย และอุปกรณ์หาได้ง่ายด้วย นำช้อนสแตนเลสแช่ช่องแช่แข็ง 5-6 คัน แล้วนำช้อนมาประคบรอบดวงตา วิธีนี้ก็ช่วยให้อาการตาบวมยุบได้เร็วเช่นกันค่ะ</li>
<li>แต่งหน้ากลบตาบวมวิธีแต่งหน้าก็เป็นอีกวิธีหนึ่งค่ะ ที่จะช่วยอำพรางตาบวมได้ โดยให้ใช้คอนซีลเลอร์ทากลบบริเวณที่มีการบวม แล้วแต่งตาด้วยอายเชโดว์โทนสีเข้ม เช่น สีน้ำตาล ดำ หลีกเลี่ยง สีโทน ชมพู ส้ม เพราะจะทำให้ตาดูบวมแดงมากขึ้น และหลีกเลี่ยงการใช้ไฮไลท์บริเวณที่มีการบวม เพราะจะทำให้รอยบวมดูเปล่ง ดูชัดขึ้นกว่าเดิมค่ะ</li>
<li>ดื่มน้ำให้เพียงพอหากเราร้องไห้มากๆ นอกจากตาบวมแล้ว เรายังมักรู้สึกแห้งบริเวณดวงตา เนื่องจากเรามีการสูญเสียน้ำจากการร้องไห้ การดื่มน้ำจึงช่วยชดเชยน้ำที่สูญเสียไป และทำให้เรารู้สึกสดชื่นมากขึ้นค่ะ</li>
<li>หยอดน้ำตาเทียมหากมีอาการตาแห้งมาก รู้สึกไม่สบายตา ระคายเคืองตา รู้สึกฝืดๆบริเวณดวงตาเหมือนไม่มีน้ำหล่อเลี้ยง ให้หยอดน้ำตาเทียม 1-2 หยด จะช่วยลดอาการตาแห้งได้ค่ะ</li>
<li>ยาหยอดตาแก้แพ้หากมีอาการตาแดงมาก ระคายเคืองเยื่อบุตา อาจเนื่องมาจากการขยี้ตา ฝุ่นละออง แพ้ เป็นต้น แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพราะอาจจะต้องใช้ยาหยอดตาแก้แพ้ ในบางกรณีค่ะ</li>
</ol>
<p>เป็นห่วงทุกๆคนนะคะ<br />
เราทุกคนจะเป็นส่วนหนึ่งในการนำพาประเทศเราเดินต่อไปข้างหน้าด้วยกันค่ะ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-373 size-full" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/ปลอบโยน.jpg" alt="ปลอบโยน" width="480" height="320" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/ปลอบโยน.jpg 480w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/ปลอบโยน-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/ปลอบโยน-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 480px) 100vw, 480px" /></p>
</div>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">372</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ทำไมเป็นภูมิแพ้แล้วใต้ตาดำ</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b3/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 15 Oct 2016 12:09:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ความสวยความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[Eye care]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิแพ้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=223</guid>

					<description><![CDATA[สวัสดีค่ะ ทุกคน คงจะเคยได้ยินกันมาบ้างนะคะ ว่า เป็นภูมิ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีค่ะ ทุกคน</p>
<p>คงจะเคยได้ยินกันมาบ้างนะคะ ว่า เป็นภูมิแพ้แล้วใต้ตาดำ</p>
<p>แต่ เอ๊ะ! แล้วทำไมเป็นภูมิแพ้แล้วใต้ตาถึงต้องดำคล้ำ เป็น หมีแพนด้าด้วย หละ</p>
<div class="text_exposed_show">
<p>วันนี้ Jaslyn มีคำตอบค่ะ</p>
<h2>ทำไมเป็นภูมิแพ้แล้วใต้ตาดำ</h2>
<p>คนที่มีอาการของภูมิแพ้เรื้อรัง หรือ เป็นไซนัส หรือ โพรงจมูกอักเสบ <span style="text-decoration: underline;">จะส่งผลให้เยื่อบุในโพรงจมูกมีการบวมเกิดขึ้นค่ะ ซึ่งการบวมนี้จะไปขัดขวางการไหลเวียนของเลือด ของหลอดเลือดดำ และหลอดเลือดฝอยบริเวณใต้ตา และใต้จมูก ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณนี้มีความดำคล้ำ และบวมขึ้นด้วย นอกจากนี้การสั่งน้ำมูกบ่อยๆ การขยี้ตาบ่อยๆ เมื่อเราเป็นภูมิแพ้ยังส่งผลให้บริเวณรอบดวงตาและใบหน้าเกิดริ้วรอยได้อีกด้วย</span>ค่ะ</p>
<p>ซึ่งหากเรามีใต้ตาคล้ำจากภูมิแพ้ วิธีแก้ไขที่ดีดีสุด คือ หลีกเลี่ยงสิ่งที่ก่อให้เกิดการแพ้ค่ะ โดยสังเกตตัวเองว่า อะไรเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดการแพ้ เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ น้ำหอม เป็นต้น แล้วเราก็พยามหลีกเลี่ยง แต่หากอาการไม่ดีขึ้น เป็นเยอะ ก็จำเป็นต้องใช้ยาแก้แพ้ เพื่อลดอาการภูมิแพ้ที่เกิดขึ้น ภายใต้คำแนะนำของแพทย์และเภสัชกรค่ะ</p>
<p>คำแนะนำอื่นๆ ด้านล่างนี้สามารถนำไปใช้ได้กับทุกๆคนที่มีใต้ตาคล้ำนะคะ<br />
เพราะ ปัญหาใต้ตาคล้ำ ไม่ได้มีสาเหตุมาจาก ภูมิแพ้อย่างเดียวค่ะ สาเหตุอื่นๆ เช่น</p>
<ol>
<li>พักผ่อนนอน นอนไม่เพียงพอ</li>
<li>ปัจจัยทางพันธุกรรม</li>
<li>การขาดธาตุเหล็ก</li>
</ol>
<h4>ต่อไป เป็นคำแนะนำสำหรับทุกคนที่ใต้ตาคล้ำค่ะ</h4>
<ol>
<li>พักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมง/วัน</li>
<li>ใช้ครีมหรือเซรัมสำหรับบำรุงใต้ตา รอบดวงตาโดยเฉพาะ เนื่องจากผิวบริเวณรอบดวงตามีความบางกว่าบริเวณอื่น และระคายเคืองได้ง่ายค่ะ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ควรให้ความชุ่มชื่นได้ดี และมีส่วนประกอบของสาร Anti-oxidant เช่น วิตามิน E, Retinoid, Vitamin C หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่อาจจะก่อให้เกิดการแพ้ เช่น มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ สารที่มีความเป็นกรด ผลัดเซลล์ผิว<br />
ปล. เนื้อครีมต้องไม่เหลวเกินไป และต้องซึมเร็วด้วยนะคะ อันนี้ประสบการณ์ส่วนตัว เคยใช้เซรัมรอบดวงตาที่เนื้อเหลวเกินไป และซึมช้า แต่ไม่ได้ช้ามากนะคะ พอทาปุ๊บ สักพักกระพริบตา ขนตาบนก็ไปปาดครีมที่ทาใต้ตา เข้าตาอีก ก็เคืองตาแสบตากันไป ซึ่งอันนี้ก็ ไม่ค่อยโอเค</li>
<li>ใช้ครีมกันแดด เพื่อปกป้องผิว จากแสง UV</li>
<li>ดื่มน้ำให้เพียงพอ แนะนำดื่มน้ำ 1 แก้ว ทุกประมาณ 1 ชั่วโมง และรวมให้ได้ 8 แก้ว ใน 1 วัน ก็จะช่วยให้ความชุ่มชื้นและเพิ่มการไหลเวียนของ ของเหลวในร่างกาย รวมถึงรอบดวงตา</li>
<li>รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ถั่ว ผักใบเขียว</li>
<li>งดการสูบบุหรี่</li>
<li>Cool down ประคบรอบดวงตาด้วยความเย็น เช่น มาส์กบริเวณรอบดวงตา, ฝานแตงกวาแช่เย็นแผ่นบางๆ วางประคบบริเวณรอบดวงตา ครั้งละ 10-20 นาที จะช่วยลดการบวมใต้ตาได้ค่ะ</li>
<li>ล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้งก่อนนอน หลีกเลี่ยง การนอนหลับทั้งๆที่ยังแต่งหน้าอยู่</li>
</ol>
<p>วันนี้ Jaslyn ลาไปแค่นี้ก่อนนะคะ บายๆค่ะ ทุกคน<br />
แล้วจะนำเคล็ดไม่ลับดีๆ มาฝากกันเรื่อยๆนะคะ</p>
<h4>หากใครสนใจเรื่องนี้สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ลิ้งด้านล่างค่ะ</h4>
<p><a href="http://www.sinussurgeryprocedure.com/rejuvenate-your-eyes-dr-bennetts-13-tips-to-cure-dark-circles-and-puffy-eyes/" target="_blank" rel="nofollow">http://www.sinussurgeryprocedure.com/rejuvenate-your-eyes-…/</a><br />
<a href="http://www.webmd.com/beauty/eyes/ss/slideshow-banish-the-bags-under-your-eyes" target="_blank" rel="nofollow">http://www.webmd.com/…/slideshow-banish-the-bags-under-your…</a></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-224 size-full" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/ใต้ตาคล้ำ.jpg" alt="ภูมิแพ้, ใต้ตาดำ, ใต้ตาคล้ำ" width="480" height="326" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/ใต้ตาคล้ำ.jpg 480w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/ใต้ตาคล้ำ-300x204.jpg 300w" sizes="(max-width: 480px) 100vw, 480px" /></p>
</div>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">223</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
