<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>Hydrating &#8211; Jaslyn</title>
	<atom:link href="https://www.jaslynsense.com/tag/hydrating/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.jaslynsense.com</link>
	<description>ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง สาระความรู้สุขภาพและความงาม</description>
	<lastBuildDate>Mon, 21 Mar 2022 08:52:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.1</generator>

<image>
	<url>https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/07/cropped-01-150x150.jpg</url>
	<title>Hydrating &#8211; Jaslyn</title>
	<link>https://www.jaslynsense.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">113788713</site>	<item>
		<title>เคล็ดลับการทำความสะอาดผิวเพื่อเผยผิวกระจ่างใสมีออร่า</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/facialcleansing/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/facialcleansing/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Jaslyn_Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 08 Jul 2017 19:22:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ความสวยความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrating]]></category>
		<category><![CDATA[sensitive skin]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jaslynsense.com/?p=1780</guid>

					<description><![CDATA[Hello วันหยุดยาวค่ะสาวๆ วันว่างแบบนี้มาเรียนรู้ เคล็ดลั [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>Hello วันหยุดยาวค่ะสาวๆ วันว่างแบบนี้มาเรียนรู้ เคล็ดลับการทำความสะอาดผิว เพื่อให้ผิวกระจ่างใสมีออร่าจนใครๆทักกันดีกว่า เคล็ดลับนี้สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว และเหมาะมากๆสำหรับสาวผิวแห้ง และผิวแพ้ง่ายค่ะ</p>
<p>สิ่งที่ต้องทราบอันดับแรกเลย  <strong>การทำความสะอาดผิวที่ดีที่สุด ควรมี 2 ขั้นตอนนะคะ</strong> คือ</p>
<p><strong>ขั้นตอนที่ 1 : การทำความสะอาดผิวด้วยคลีนซิ่ง</strong></p>
<p><strong>ขั้นตอนที่ 2 : การทำความสะอาดผิวซ้ำอีกครั้งด้วยผลิตภัณฑ์เพื่อล้างทำความสะอาดผิวหน้า</strong></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1781 aligncenter" src="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/07/facialcleansing-01.jpg" alt="เคล็ดลับการทำความสะอาดผิว" width="626" height="840" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/07/facialcleansing-01.jpg 626w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/07/facialcleansing-01-600x805.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/07/facialcleansing-01-224x300.jpg 224w" sizes="(max-width: 626px) 100vw, 626px" /></p>
<p>มาเริ่มกันเลยค่ะ</p>
<h2>เคล็ดลับสำคัญของการทำความสะอาดผิวหน้าด้วยคลีนซิ่งเพื่อเผยผิวกระจ่างใสมีออร่า</h2>
<p>เคล็ดลับนี้ <strong>เราต้องเบามือ และฟื้นบำรุงผิวไปพร้อมๆกัน</strong>ค่ะ สำหรับสาวผิวแพ้ง่าย ผิวแห้ง เราขอแนะนำให้ใช้คลีนซิ่งแบบที่สามารถเทลงบนฝ่ามือและนวดวนทั่วใบหน้าได้ เช่น กลุ่มคลีนซิ่งมิล์ค</p>
<p>วิธีการเริ่มต้นจากเทคลีนซิ่งปริมาณพอเหมาะลงบนฝ่ามือ จากนั้นค่อยๆใช้ปลายนิ้วนวดวนบนใบหน้า และรอบดวงตาอย่างเบามือที่สุด พยามให้ผิวหนังของเราเคลื่อนที่ไปตามแรงนวดน้อยที่สุด เราต้องระวังเสมอนะคะ อย่าเผลอนวดแรงจนเกินไป เพราะ<strong>การนวดแรงๆ อาจจะกระตุ้นให้โครงสร้างผิวเสียหายได้ และนอกจากนี้ยังอาจกระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสีผิวมากขึ้นได้ด้วย</strong> ซึ่งอาจเป็นที่มาของการเกิดจุดด่างดำได้ค่ะ ในลักษณะเดียวกันหากมีผิวแห้ง หรือผิวแพ้ง่าย การใช้สำลีเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าบ่อยๆ แรงๆก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างผิวได้เช่นกัน ส่งผลให้ผิวหนังชั้นบนอ่อนแอ และสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย เป็นสาเหตุของผิวแห้งกร้าน และไวต่อสิ่งกระตุ้น</p>
<p>ถ้าใครยังไม่มีคลีนซิ่ง <a href="https://invol.co/cl9v442">สามารถคลิกเพื่อดูรายละเอียดและเลือกซื้อได้จากที่นี่ค่ะ</a></p>
<h2>เคล็ดลับสำคัญของการล้างทำความสะอาดผิวหน้าเพื่อเผยผิวกระจ่างใสมีออร่า</h2>
<p>ง่ายๆค่ะ เพียงแค่เราถูผลิตภัณฑ์ที่ต้องการใช้สำหรับล้างหน้าจนเกิดฟองนุ่มก่อน จากนั้นใช้ฟองนุ่มทำความสะอาดผิวหน้า ซึ่งการใช้ฟองนุ่มนี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับการทำความสะอาดผิวโดยไม่จำเป็นต้องนำผลิตภัณฑ์ไปถูกับหน้าตรงๆ ซึ่งวิธีนี้จะอ่อนโยนต่อผิวของเรามากกว่าค่ะ หลังจากนั้นก็ล้างด้วยน้ำสะอาดที่อุณหภูมิห้องเบาๆ หลีกเลี่ยงการใช้ฝักบัวฉีดหน้า และการใช้น้ำอุ่นล้างหน้า เพราะจะเป็นการชะไขมันที่อยู่บริเวณผิวออกมากเกินไป นำมาสู่การเกิดผิวแห้งกร้านได้ค่ะ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/facialcleansing/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1780</post-id>	</item>
		<item>
		<title>Vitamin E เกราะปกป้องผิวจากความแก่ที่มากับแสงแดด สารสำคัญในสกินแคร์ที่สาวๆต้องรู้</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86/vitamin-e-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86/vitamin-e-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Jaslyn_Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 26 Mar 2017 16:42:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข้อมูลสารสำคัญต่างๆ]]></category>
		<category><![CDATA[Antiaging]]></category>
		<category><![CDATA[antioxidant]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrating]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jaslynsense.com/?p=1733</guid>

					<description><![CDATA[Vitamin E เกราะปกป้องผิวจากความแก่ที่มากับแสงแดด Vitami [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>Vitamin E เกราะปกป้องผิวจากความแก่ที่มากับแสงแดด</h2>
<p><strong>Vitamin E</strong> เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบอยู่ที่ผิวหนังเราตามธรรมชาติ โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของ α-tocopheral และ ในรูป ᵧ-tocopherol เล็กน้อย พบว่าเมื่อผิวถูกกระตุ้นด้วยรังสียูวี ในระดับที่น้อยกว่าจะกระตุ้นให้เกิดการแดงระคายเคืองผิว จะสามารถลดระดับของ α-tocopheral ในผิวหนังลงราว 50% ผิวของเราเป็นส่วนที่อยู่นอกสุดของร่างกาย เป็นส่วนที่ต้องสัมผัสกับมลภาวะ และแสงแดดอยู่เป็นประจำ เมื่อผิวถูกทำร้ายจากสภาวะแวดล้อมจะกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระขึ้นและไปส่งผลรบกวนการเมลาบอลิซึมในเซลล์ รวมถึงส่งผลเสียหายต่อโครงสร้างชั้นผิวหนังได้ ตามธรรมชาติร่างกายของเราจะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่ที่ผิวหนังเพื่อคอยเป็นเกราะปกป้องผิวลดอันตรายที่จะเกิดขึ้น เช่น วิตามินอี เรียกว่าเป็น &#8220;physiological barrier antioxidant&#8221; แต่หากเรามีการสัมผัสกับสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระมาก เช่น ได้รับรังสียูวีจากแสงแดดจัด หรือ เกิดการสร้างอนุมูลอิสระขึ้นภายในร่างกายจากกระบวนการอักเสบ รวมถึง การผลิตสารต้านอนุมูลอิสระภายในร่างกายลดลง จากอายุที่มากขึ้น, การขาดสารอาหาร,พันธุกรรม ฯลฯ ก็จะส่งผลให้ความสมดุลระหว่างอนุมูลอิสระ และสารต้านอนุมูลอิสระสูญเสียไป จนนำไปสู่การเสื่อสลายของโครงสร้างโปรตีน, ไขมัน, DNA ที่ผิวหนังได้ค่ะ</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone wp-image-1734 size-full" src="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/วิตามินอี-01.jpg" alt="วิตามินอี" width="1200" height="800" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/วิตามินอี-01.jpg 1200w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/วิตามินอี-01-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/วิตามินอี-01-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/วิตามินอี-01-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/วิตามินอี-01-1024x683.jpg 1024w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/วิตามินอี-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>ในผลิตภัณฑ์เวชสำอาง  Vitamin E ถูกนำมาใช้เพื่อปกป้องผิวเนื่องจากมีการวิจัย และการทดลองมากมายที่สนับสนุนว่า Vitamin E มีผลในการเป็น Photoprotective Effect หรือปกป้องผิวจากแสงแดด โดยพบว่าการทาวิตามินอีที่ผิวก่อนสัมผัสแสงแดด สามารถช่วยลดการแดง, บวม, ผิวไหม้, การเสื่อมของ DNA, การเกิด Lipid peroxidation ที่ผิวได้ มีการศึกษาให้ทดลองทา 5% Vitamin E ที่ผิวนาน 24 ชั่วโมง พบว่าสามารถลดการเพิ่มขึ้นของ Macrophage metalloelastase ที่ผิวหลังการถูกกระตุ้นด้วยรังสียูวีได้ค่ะ</p>
<p>เราทราบกันดีว่า แสงแดดเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดความแก่ ที่เรียกว่า Photoaging วิตามินอีสามารถช่วยป้องกัน และลดเลือนริ้วรอยที่จะเกิดขึ้นจากการกระตุ้นด้วยแสงแดดได้ นอกจากนี้ยังพบว่า วิตามินอีในรูปแบบทายังสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นในผิวหนังชั้น Stratum corneum และเพิ่มความสามารถในการจับโมเลกุลน้ำได้</p>
<p>เราสามารถเพิ่มระดับวิตามินอีที่ผิวหนังได้โดยวิธีการรับประทาน หรือการทาบนผิวหนังโดยตรง กลไกการนำวิตามินอีเข้าสู่ผิวโดยการทานั้นยังไม่ชัดเจน แต่เชื่อว่าวิตามินอีเข้าสู่ผิวหนังโดยการจับกับเอนไซม์เฉพาะบางชนิด (α-tocopheral transfer protein) ปัจจุบันการใช้วิตามินอีในสกินแคร์นอกจากรูปแบของ α-tocopheral แล้ว ยังมีการใช้วิตามินอีในรูปแบเอสเทอร์ด้วย เช่น Tocopheryl acetate เนื่องจากมีความคงตัวมากกว่า แต่มีบางการศึกษาพบว่าวิตามินอีในรูปเอสเทอร์ไม่มีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากแสงแดดเหมือนกับ α-tocopheral ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากวิตามินอีในรูปเอสเทอร์ต้องเกิดปฎิกิริยา Hydrolysis ก่อนจึงจะออกฤทธิ์ ส่วนนี้จะทำให้ผลในการป้องกันเกิดขึ้นได้ช้า และส่วนของ Aromatic hydroxyl group เป็นส่วนที่มีความสำคัญในการเกิดปฎิกิริยาค่ะ</p>
<h4>อ้างอิง</h4>
<ol>
<li><a href="http://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S009829970700057X">บทความ เรื่อง Vitamin E in human skin: Organ-specific physiology and considerations for its use in dermatology โดย Jens J. Thiele ตีพิมพ์ในวารสาร Molecular Aspects of Medicine 28 (2007) 646–667.</a><a id="bcor1" class="intra_ref auth_corr" title="Corresponding author contact information" href="http://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S009829970700057X#cor1"></a></li>
<li><a href="https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/19695478">Cosmeceuticals vitamins โดย Mônica Manela-Azulay และคณะ ตีพิมพ์ในวารสาร Clinics in Dermatology (2009) 27, 469–474</a></li>
</ol>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86/vitamin-e-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1733</post-id>	</item>
		<item>
		<title>Allantoin คุณค่าแห่งการปลอบประโลมผิว พร้อมเผยผิวใหม่ที่เนียนนุ่ม เปล่งปลั่ง</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86/allantoin-soothing/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86/allantoin-soothing/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Jaslyn_Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 18:39:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข้อมูลสารสำคัญต่างๆ]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrating]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jaslynsense.com/?p=1729</guid>

					<description><![CDATA[Allantoin คุณค่าแห่งการปลอบประโลมผิว Allantoin เป็นสารส [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>Allantoin คุณค่าแห่งการปลอบประโลมผิว</h2>
<p><strong>Allantoin</strong> เป็นสารสกัดที่ได้จากราก และใบของพืชที่ชื่อว่า Comfrey (Symphytum officinale) มีคุณสมบัติช่วยปลอบประโลมผิว, ลดการระคายเคือง, สมานแผล, ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออกอย่างอ่อนโยน โดยทำให้เซลล์หนังกำพร้าอ่อนนุ่มขึ้น และคลายตัว จึงกระตุ้นให้เกิดกระบวนการหลุดลอกออกไปเป็นขี้ไคลได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้เซลล์ผิวใหม่ได้รับสารอาหาร และการบำรุงได้ดีขึ้น เมื่อเซลล์ผิวที่ตายถูกผลัดออกไป ก็จะเผยผิวใหม่ที่มีความนุ่มเนียนมากขึ้นค่ะ ซึ่งวิธีนี้จะต่างกับการผลัดเซลล์ผิว โดยวิธี Exfoliating เช่น การใช้เม็ดบีดส์สครับผิว, การใช้กรด AHA,  BHA ซึ่งมักทำให้เกิดการระคายเคืองผิวได้ค่ะ ด้วยประสิทธิภาพในการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนจึงมีการนำ Allantoin ไปใช้ในแชมพูกลุ่มขจัดรังแคด้วย</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone wp-image-1730 size-full" src="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/allantoin-01.jpg" alt="allantoin" width="1200" height="800" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/allantoin-01.jpg 1200w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/allantoin-01-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/allantoin-01-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/allantoin-01-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/allantoin-01-1024x683.jpg 1024w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/allantoin-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>คุณสมบัติที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดอย่างหนึ่งของ Allantoin คือ ช่วยเร่งการสมานแผล (Wound Healing) ซึ่งมีการใช้มาอย่างยาวนานหลายร้อยปีในทางการแพทย์เพื่อรักษาแผลที่ผิวหนัง มีบันทึกไว้ว่า Allantoin สามารถช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น จนนำไปสู่การศึกษาวิจัยต่อในปัจจุบัน มีการศึกษาในหนูทดลอง ให้ทาครีมที่มีส่วนผสมของ Allantoin 5% สามารถช่วยเร่งกระบวนการสมานแผลให้เร็วขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม หลังผ่านการทดลองไปเพียง 3 วัน แต่ Allantoin ไม่มีคุณสมบัติในการป้องกันการติดเชื้อค่ะ (No antiseptic properties)</p>
<p>Allotoin เป็นสารที่มีคุณสมบัติในการปลอบประโลมผิว ฟื้นบำรุงผิว และลดการระคายเคืองผิวได้ มีการทดลองให้อาสาสมัคร 20 คน ทดลองทาครีมทีมีส่วนผสมของ Allantoin 0.5% บริเวณท้องแขน วันละ 2 ครั้ง พบว่า สามารถกระตุ้นให้เกิดการฟื้นตัวของผิวชั้น stratum corneum ได้เร็วกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ทา, ทดลองกระตุ้นผิวของอาสาสมัครด้วยรังสียูวีจนเกิดผิวแดง หลังจากนั้นให้ทา Allantoin 0.5% ครีม พบว่า กลุ่มที่ได้รับการรักษาด้วย Allantoin 0.5% มีอาการผิวแดงระคายเคืองน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษา และกลุ่มที่ได้รับยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ,  ทดลองกระตุ้นผิวของอาสาสมัครด้วยสารเคมีที่ทำให้เกิดผิวแดงระคายเคือง ก็ให้ผลสอดคล้องกัน ผิวของอาสาสมัครที่ได้รับ Allantoin 0.5% มีอาการแดงน้อยกว่าอย่างชัดเจน หลังผ่านการทดลองไป 1 วัน และยังพบอีกว่ากลุ่มที่ได้รับ 0.5% Allantoin มีการสูญเสียน้ำจากผิวน้อยกว่าอีกด้วยค่ะ</p>
<p>โดยทั่วไปในเครื่องสำอาง และสกินแคร์ที่ต้องการใช้ Allantoin ในการปลอบประโลม ฟื้นบำรุง และปกป้องผิวจะใช้ความเข้มข้นอยู่ที่ 0.1 – 0.2% และสามารถเพิ่มความเข้นข้นขึ้นไปได้จนถึง 0.5 – 2% ตามแต่สูตรตำรับ และประสิทธิภาพที่ต้องการ</p>
<h4>สรุปประโยชน์ของ Allantoin ในสกินแคร์</h4>
<ul>
<li>ช่วยทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น ลดการสูญเสียน้ำจากผิว</li>
<li>ลดการเกิดผิวแห้งลอก, ผิวหยาบกร้าน, ผิวแห้งจากอากาศหนาว</li>
<li>ปลอมประโลมผิว ลดการระคายเคืองผิว หลังถูกสารเคมี, แสงแดด</li>
<li>ช่วยเร่งการสมานแผล</li>
<li>ช่วยผลัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพอย่างอ่อนโยน ฟื้นบำรุงเซลล์ผิวใหม่</li>
<li>อ่อนโยนต่อผิว สามารถใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับเด็กทารกได้</li>
</ul>
<h4>อ้างอิง</h4>
<ol>
<li><a href="http://www.scielo.br/scielo.php?pid=S0102-86502010000500014&amp;script=sci_arttext">Profile of wound healing process induced by allantoin</a></li>
<li><a href="http://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1111/j.1524-4725.2005.31734/full">Cosmeceuticals Containing Herbs: Fact, Fiction, and Future</a></li>
<li><a href="http://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0360301614034063">Natural Oil-Based Emulsion Containing Allantoin Versus Aqueous Cream for Managing Radiation-Induced Skin Reactions in Patients With Cancer: A Phase 3, Double-Blind, Randomized, Controlled Trial</a></li>
<li>Allantoin A safe and effective skin protectant from AKEMA Fine Chemical</li>
</ol>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86/allantoin-soothing/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1729</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ฟื้นคืนความอ่อนเยาว์ชุ่มชื้นให้ผิวคุณด้วย เชียร์บัตเตอร์</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86/shea-butter-moisture/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86/shea-butter-moisture/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Jaslyn_Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 05:35:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข้อมูลสารสำคัญต่างๆ]]></category>
		<category><![CDATA[Antiaging]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrating]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jaslynsense.com/?p=1725</guid>

					<description><![CDATA[Shea Butter &#8230; ฟื้นคืนความอ่อนเยาว์ชุ่มชื้น &#38;  [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>Shea Butter &#8230; ฟื้นคืนความอ่อนเยาว์ชุ่มชื้น &amp; บูสท์คอลลาเจนให้ผิวกันเถอะ</h2>
<p><strong>เชียร์บัตเตอร์ (Shea butter)</strong> มีลักษณะคล้ายเนยสีขาว จนถึงเหลืองนวล เป็นสารสกัดที่ได้มาจากส่วนเมล็ดที่มีเปลือกแข็ง (Shea nut) ของพื้นท้องถิ่นในทวีปแอฟริกา ที่ชื่อว่า Shea tree เชื่อกันว่าพระนางคลีโอพัตราผู้เลอโฉม ก็ใช้เชียร์บัตเตอร์ในการฟื้นบำรุงผิวค่ะ คุณสมบัติที่โดดเด่นของเชียร์บัตเตอร์ ในเรื่องให้ความชุ่มชื้น จนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่า เป็นที่สุดของสารสำคัญที่ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวแห้งกร้าน เนื่องจากเชียร์บัตเตอร์สามารถเป็นทั้ง Moisturizing และ Hydrating ได้เมื่อทาลงบนผิว จัดว่าเป็น Emollient ที่ดีมาก จึงทำให้ผิวที่แห้งกร้านกลับมาชุ่มชื้น และรู้สึกผิวเนียนนุ่มหลังใช้ เชียร์บัตเตอร์อุดมไปด้วยวิตามินเอ, วิตามินอี, และกรดไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อผิว เช่น stearic acid และ oleic acids พบว่าเชียร์บัตเตอร์สามารถช่วยลดเลือนริ้วรอย, ป้องกันผิวแตกลายระหว่างตั้งครรภ์ได้เป็นอย่างดี, ช่วยฟื้นบำรุงผิวแห้งมาก, ช่วยปลอบประโลมผิวฟื้นบำรุงหลังการฉายรังสี ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดนี้จึงถูกนำมาใช้ใน เครื่องสำอาง ครีมบำรุงผิว, แชมพู, ลีฟออน, เวชสำอาง และใช้สำหรับรักษาปัญหาผิวด้วยค่ะ</p>
<p><figure id="attachment_1727" aria-describedby="caption-attachment-1727" style="width: 1200px" class="wp-caption alignnone"><img decoding="async" class="wp-image-1727 size-full" src="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/เชียร์บัตเตอร์-01.jpg" alt="เชียร์บัตเตอร์" width="1200" height="800" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/เชียร์บัตเตอร์-01.jpg 1200w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/เชียร์บัตเตอร์-01-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/เชียร์บัตเตอร์-01-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/เชียร์บัตเตอร์-01-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/เชียร์บัตเตอร์-01-1024x683.jpg 1024w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/เชียร์บัตเตอร์-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption id="caption-attachment-1727" class="wp-caption-text">By Hopkinsuniv (Own work) [<a href="http://creativecommons.org/licenses/by-sa/3.0">CC BY-SA 3.0</a>], <a href="https://commons.wikimedia.org/wiki/File%3ASheabutter-virginsheabutter.jpg" data-gallery>via Wikimedia Commons</a></figcaption></figure>เมื่อเราทาเชียร์บัตเตอร์ลงสู่ผิวที่อุณหภูมิร่างกายของเราจะเปลี่ยนเชียร์บัตเตอร์ให้หลอมละลาย เกลี่ยง่ายไปกับผิว เชียร์บัตเตอร์ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวโดยการเป็นฟิล์มบางๆเคลือบอยู่บนผิว พร้อมกับจับโมเลกุลน้ำไว้ ซึ่งจะเริ่ดและเหมาะมากๆกับช่วงหน้าหนาว อากาศแห้ง ห้องแอร์เย็น จะช่วยป้องกันอาการคัน ระคายเคืองผิวอันเนื่องมาจากอากาศหนาว ผิวสูญเสียน้ำไปกับความแห้งของอากาศได้เป็นอย่างดีค่ะ มีการศึกษาทดลอง ให้อาสาสมัคร จำนวน 10 คน ทาครีมที่มีส่วนประกอบของเชียร์บัตเตอร์ 5% วันละ 1 ครั้ง บริเวณท้องแขน พบว่า เชียร์บัตเตอร์สามารถคงความชุ่มชื้นของผิวได้ดีที่สุดที่ใน 1 ชั่วโมงแรก และคงความชุ่มชื้นได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง, เชียร์บัตเตอร์สามารถลดการสูญเสียน้ำจากผิวได้ดีกว่ามิเนอรอล ออยล์ และยังพบว่าเชียร์บัตเตอร์ยังช่วยฟื้นคืนความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ ภายใน 2 ชั่วโมง แม้ผิวจะผ่านการล้างด้วยแอลกอฮอล์ที่ทำให้ผิวแห้ง</p>
<p>ความเริ่ดของเชียร์บัตเตอร์ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ค่ะ พบว่ายังมีประสิทธิภาพในการช่วยลดการระคายเคือง ปลอบประโลมผิวหลังจากถูกแสงแดดได้ด้วย โดยกระตุ้นการฟื้นตัวของเซลล์ผิวและทำให้ผิวนุ่มขึ้นค่ะ</p>
<p>นอกจากนี้ยังพบว่าการทาผลิตภัณฑ์ที่มีเชียร์บัตเตอร์ผสมอยู่ 15% หรือ เชียร์บัตเตอร์ 100% สามารถลดผิวแห้งกร้าน และสัญญาณที่บอกถึงความแก่ได้ และพบว่าสามารถป้องกัน Photo-aging หรือความแก่ที่เกิดจากการกระตุ้นของแสงแดดได้ค่ะ มีการศึกษาในหนูที่พบว่าเชียร์บัตเตอร์สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ผิวหนังได้ และพบว่าสารในส่วน Unsaponifiable component ของเชียร์บัตเตอร์ เช่น α-amyrin, lupeol และ triterpenes สามารถยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสลายคอลลาเจนได้ด้วยค่ะ อย่างที่ทราบกันดีว่าคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบหนึ่งของผิว หากผิวเรามีคอลลาเจนอยู่เยอะก็จะทำให้ผิวฟู และมีความยืดหยุ่นที่ดี ไม่หยาบกร้าน</p>
<p>หากกำลังหาสกินแคร์สำหรับดูแลผิวแห้งขาดความชุ่มชื้น หรือลดเลือนริ้วรอย อย่าลืมดูส่วนประกอบด้วยนะคะว่ามี เชียร์ บัตเตอร์ อยู่ด้วยรึเปล่า คุณสมบัติเริ่ดๆแบบนี้ อย่าลืมให้เชียร์บัตเตอร์เป็นผู้ช่วยในการดูแลผิวคุณนะคะ</p>
<h4>อ้างอิง</h4>
<p><a href="http://article.sciencepublishinggroup.com/pdf/10.11648.j.ajls.20140205.18.pdf">Effects of topical and dietary use of shea butter on animals. โดย Malachi Oluwaseyi Israel ตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Life Sciences. Vol. 2, No. 5, 2014, pp. 303-307.</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86/shea-butter-moisture/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1725</post-id>	</item>
		<item>
		<title>Glycosaminoglycans คุณค่าจากใต้ทะเลลึกสู่ประสิทธิภาพแห่งการฟื้นบำรุงผิว</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86/glycosaminoglycans-skincare/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86/glycosaminoglycans-skincare/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Jaslyn_Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Mar 2017 18:11:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข้อมูลสารสำคัญต่างๆ]]></category>
		<category><![CDATA[Antiaging]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrating]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jaslynsense.com/?p=1719</guid>

					<description><![CDATA[Glycosaminoglycans ทุกๆวันผิวของเราถูกทำร้ายจากมลภาวะ,  [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>Glycosaminoglycans</h2>
<p>ทุกๆวันผิวของเราถูกทำร้ายจากมลภาวะ, แสงแดด ส่งผลให้เอนไซม์ที่ทำหน้าที่บนผิวหนังเสียความสมดุล ผิวสุขภาพดีตามธรรมชาติ จะมีเอนไซม์ที่ชื่อว่า Matrix metalloproteinases หรือ ชื่อย่อ คือ MMPs ซึ่งทำหน้าที่ตัดย่อยส่วนประกอบโปรตีนต่างๆ เช่น ตัดย่อยเส้นใยคอลลาเจน (Collagen) ทำงานอยู่อย่างสมดุลกับ Endogenous MMP inhibitors ที่ทำหน้าที่ยับยั้งการทำงานของ MMPs แต่เมื่อผิวถูกทำร้ายจากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น จะส่งผลให้ปริมาณ MMPs เพิ่มสูงขึ้น และนำไปสู่การเสื่อมสลายของคอลลาเจน, โครงสร้างผิวหนัง รวมถึง Skin Extracellular metrix</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone wp-image-1720 size-full" src="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/Glycosaminoglycansmarine-01.jpg" alt="Glycosaminoglycans" width="1200" height="800" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/Glycosaminoglycansmarine-01.jpg 1200w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/Glycosaminoglycansmarine-01-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/Glycosaminoglycansmarine-01-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/Glycosaminoglycansmarine-01-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/Glycosaminoglycansmarine-01-1024x683.jpg 1024w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/Glycosaminoglycansmarine-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>Extracellular metrix (ECM) จะเป็นสารที่อยู่รอบๆเซลล์ ทำหน้าที่คอยค้ำจุนโครงสร้างของเซลล์ ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก คือ Glycosaminoglycans มีคุณสมบัติเป็นเจลดูดซับน้ำ และ เส้นใยโปรตีน เช่น คอลลาเจน (Collagen), อิลาสติน (Elastin) ซึ่งส่งผลต่อความยืดหยุ่น กระชับ ของผิว พบว่าการเสื่อสลายของ ECM นั้นมีความสัมพันธ์กันกับการลดลงของหลอดเลือดฝอยขนาดเล็กที่ผิวหนัง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดความหมองคล้ำรอบดวงตา, อาการผิวหนังแดง</p>
<p>มีการศึกษาพบว่า Glycosaminoglycans สามารถลดการทำงานของ MMPs ที่มีปริมาณมากเกินปกติได้ ส่งผลให้การทำงานของเอนไซม์ที่ผิวหนังเกิดสภาวะสมดุลมากขึ้น การลดลงของ MMPs จะส่งผลให้การเสื่อมสลายของคอลลาเจนลดลง ซึ่งจะช่วยให้ผิวคงความยืดหยุ่น โครงสร้างผิวแข็งแรง ทนต่อสิ่งที่มากระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองได้ดีขึ้น ทำให้ผิวแลดูมีสุขภาพดี</p>
<h4>ประสิทธิภาพในการลดเลือนรอยคล้ำรอบดวงตา</h4>
<ul>
<li>ให้อาสาสมัคร 18 คน (อายุ 18 – 65 ปี) ทดลองทาครีม Glycosaminoglycans 5% รอบดวงตา วันละ 2 ครั้ง นาน 8 สัปดาห์ เปรียบเทียบกับครีมหลอก (placebo) พบว่า รอยคล้ำรอบดวงตาจางลง 11% อย่างมีนัยสำคัญ ภายใน 4 สัปดาห์, และ รอยคล้ำรอบดวงตาจางลง 21% อย่างมีนัยสำคัญ ภายใน 8 สัปดาห์</li>
</ul>
<h4>ประสิทธิภาพในการลดอาการผิวแดง แบบ Rosacea</h4>
<ul>
<li>ให้อาสาสมัคร 23 คน ที่มีอาการ Rosacea ในระดับเล็กน้อย ถึง ปานกลาง ทดลองสุ่มทาครีม Glycosaminoglycans 5% ที่ผิวหน้าด้านใด ด้านหนึ่ง นาน 12 สัปดาห์ เปรียบเทียบกับครีมหลอก (placebo) พบว่า Capillary clarity, Capillary branching และ Capillary length ที่ดีขึ้น</li>
</ul>
<h4>ประสิทธิภาพในการลด Spider Veins</h4>
<ul>
<li>ให้อาสาสมัคร 16 คน ทดลองทาครีม Glycosaminoglycans 5% บริเวณใบหน้า วันละ 2 ครั้ง นาน 8 สัปดาห์ เปรียบเทียบกับครีมหลอก (placebo) พบว่า Capillary color ลดลง 35% ใน 4 สัปดาห์ และ ลดลง 41% ใน 8 สัปดาห์</li>
</ul>
<h4>เสริมการทำงานของเกราะปกป้องผิว</h4>
<ul>
<li>ให้อาสาสมัคร 6 คน ทดลองทาครีม Glycosaminoglycans 1% บริเวณแขน วันละ 2 ครั้ง นาน 4 สัปดาห์ เปรียบเทียบกับครีมหลอก (Placebo) พบว่าสามารถลดการสูญเสียน้ำจากผิวหนังได้</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86/glycosaminoglycans-skincare/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1719</post-id>	</item>
		<item>
		<title>Aloe vera กับการฟื้นบำรุง และรีเฟรชผิวให้ชุ่มชื้นฉ่ำน้ำ</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86/aloe-vera-hydrating/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86/aloe-vera-hydrating/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Jaslyn_Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Mar 2017 20:28:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข้อมูลสารสำคัญต่างๆ]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrating]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jaslynsense.com/?p=1696</guid>

					<description><![CDATA[Aloe vera (Aloe barbadensis Miller) หรือ ว่านหางจระเข้  [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Aloe vera (Aloe barbadensis Miller)</strong> หรือ ว่านหางจระเข้ เป็นพืชอวบน้ำ ผิวใบหนา เซลล์เนื้อเยื่อภายในใบมีการปรับตัวให้เก็บกักน้ำไว้ได้มาก เพื่อเอาไว้ใช้ในหน้าแล้ง หรือช่วงที่ขาดแคลนน้ำ โดยตรงกลาง ส่วนในสุดจะมีลักษณะเป็นเจลใส นุ่ม ลื่น ชุ่มชื้น ฉ่ำน้ำ เมื่อนำส่วนเจลของว่านหางจระเข้ มาแยกหาสารสำคัญที่มีประโยชน์ และสามารถออกฤทธิ์ได้ พบว่ามีจำนวนมากถึง 75 ชนิด โดยพบว่าส่วนเจล มีน้ำเป็นองค์ประกอบถึงประมาณ 99.5% ส่วนที่เหลือ ประมาณ 0.5 – 1% จะเป็น วิตามิน, แร่ธาตุ, กรดอะมิโน, เอนไซม์, โพลีแซคคาไรด์, ฟีนอลิค, กรดออร์แกนิค ฯลฯ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-1698 size-full" src="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/aloe-01-01.jpg" alt="เจลว่านหางจระเข้ Aloe vera" width="1200" height="800" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/aloe-01-01.jpg 1200w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/aloe-01-01-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/aloe-01-01-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/aloe-01-01-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/aloe-01-01-1024x683.jpg 1024w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/aloe-01-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันว่านหางจระเข้ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคในหลายชนชาติยาวนานหลายร้อยปี พบว่าสารสำคัญในว่านหางจระเข้ที่มีความสัมพันธ์กับการนำใช้รักษาโรคมากที่สุดตัวหนึ่งได้แก่ Polysaccharide (โพลีแซคคาไรด์) เชื่อว่าฤทธิ์ในการรักษานั้นเกิดจากการเสริมฤทธิ์ร่วมสารสำคัญอื่นในว่านหางจระเข้ด้วย ดังนั้น การนำว่านหางจระเข้มาใช้จึงไม่ได้สกัดมาเป็นสารสำคัญตัวใดตัวหนึ่งเพียงตัวเดียว แต่ใช้ในรูปแบบเจลที่มีสารสำคัญ วิตามิน แร่ธาตุ หลายชนิดรวมกันอยู่ เพราะให้ผลดีกว่าเนื่องจากสารสำคัญหลายชนิดจะช่วยเสริมฤทธิ์กันในการรักษา</p>
<p>เจลว่านหางจระเข้ ถูกนำมาใช้ประโยชน์เป็นส่วนประกอบของอาหาร, เครื่องดื่ม, ยารักษาโรค รวมถึงในเครื่องสำอาง เช่น เป็นส่วนประกอบของเจลเบส, ครีมเบส, โลชั่น, สบู่, แชมพู, โฟมล้างหน้า, มาสก์หน้า และอีกมากมาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เราจะมาเล่าถึงการนำเจลว่านหางจระเข้ไปใช้ประโยชน์ กับผิวหนังโดยตรงกันบ้างดีกว่าค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>เจลว่านหางจระเข้ กับ คุณสมบัติรักษาแผล (Wound Healing Effect)</strong></h4>
<p>มีหลายการศึกษาที่พบว่า การใช้เจลว่านหางจระเข้ทาบริเวณรอยแผล สามารถกระตุ้นให้เกิดการรักษาและฟื้นฟูแผลที่ดีขึ้น โดยน่าจะเป็นผลจากหลายกลไก ได้แก่ การรักษาความชุ่มชื้นบริเวณแผล, การเพิ่ม epithelial cell migration, กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และลดการอักเสบ มีการศึกษาที่แยกเฉพาะ ไกลโคโปรตีน ขนาดโมเลกุล 5.5 kDa ในว่านหางจระเข้ออกมา พบว่าสามารถกระตุ้นให้เกิดการ migration ของเซลล์ และเพิ่มอัตราเร็วในการรักษาแผล ในเซลล์ Keratinocyte ของมนุษย์ได้ ซึ่งสอดคล้องกับการทดลองในหนู ซึ่งพบว่าไกลโคโปรตีนจากว่านหางจระเข้ สามารถกระตุ้นการรักษาแผลได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังพบว่าสาร Veracylglucan B ในว่านหางจระเข้ ยังมีคุณสมบัติกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์ และยับยั้งการอักเสบ (Anti-inflammatory) จึงส่งผลดีต่อการกระตุ้นฟื้นฟูแผล</p>
<h4><strong>เจลว่านหางจระเข้ กับคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้นผิว (Skin Hydrating Effect)</strong></h4>
<p>ในว่านหางจระเข้มีนั้นอุดมไปด้วยสารโพลีแซคคาไรด์ที่มีประโยชน์ต่อผิว จึงมักพบสารสกัดว่านหางจระเข้ เป็นส่วนประกอบหนึ่งในเครื่องสำอางดูแลผิว มีการทดลองให้อาสาสมัครผู้หญิง จำนวน 20 คน ทดลองทาเครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบสารสกัดว่านหางจระเข้ (Freeze-dried Aloe vere extract) ความเข้มข้นต่างๆกัน คือ 0.1%, 0.25% และ 0.5% บริเวณใต้ท้องแขน พบว่าที่ความเข้มข้น 0.25% และ 0.5% สามารถเพิ่มน้ำในชั้น Stratum corneum ได้หลังจากการทาเพียงครั้งเดียว และเมื่อทาวันละ 2 ครั้ง นาน 2 สัปดาห์ พบว่าสารสกัดว่านหางจระเข้ทุกความเข้มข้นสามารถเพิ่มน้ำในชั้น Stratum corneum ได้ โดยเชื่อว่าการให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวของสารสกัดว่านหางจระเข้ เกิดผ่านคุณสมบัติในการเป็น Humectant คือ ดึงดูดโมเลกุลน้ำเข้าสู่ผิว ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น นอกจากนี้ยังมีการศึกษาใหม่ๆที่พบว่า เจลว่านหางจระเข้สามารถช่วยเพิ่ม Skin Penetration ได้ด้วยค่ะ</p>
<h4>อ้างอิง</h4>
<ol>
<li><a href="http://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1111/j.0909-752X.2006.00155.x/full">งานวิจัย เรื่อง Moisturizing effect of cosmetic formulations containing <em>Aloe vera</em> extract in different concentrations assessed by skin bioengineering techniques โดย Susi Elaine Dal&#8217;Belo และคณะ ตีพิมพ์ในวารสาร Skin Research &amp; Technology. Volume 12, Issue 4, November 2006 : Pages 241–246.</a></li>
<li><a href="http://bjgp.org/content/bjgp/49/447/823.full.pdf">REVIEW ARTICLE เรื่อง Aloe vera: a systematic review of its clinical effectiveness โดย B K VOGLER และคณะ ตีพิมพ์ในวารสาร British Journal of General Practice, October 1999</a></li>
<li><a href="http://www.mdpi.com/1420-3049/13/8/1599/htm">Review Article เรื่อง Composition and Applications of <span class="html-italic">Aloe vera</span> Leaf Gel โดย Josias H. Hamman ตีพิมพ์ในวารสาร <i>Molecules</i> 2008, <i>13</i>(8), 1599-1616</a></li>
<li><a href="https://www.researchgate.net/profile/Bowornsilp_Chowchuen/publication/15636680_Effect_of_Aloe_vera_gel_to_healing_of_burn_wound-_a_clinical_and_histologic_study/links/5417f9490cf2218008bf04b7/Effect-of-Aloe-vera-gel-to-healing-of-burn-wound-a-clinical-and-histologic-study.pdf">งานวิจัย เรื่อง Effect of Aloe Vera Gel to Healing of Burn Wound a Clinical and Histologic Study โดย VIVAT VISUTHIKOSOL และคณะ ตีพิมพ์ในวารสาร J Med Assoc Thai August 1995</a></li>
<li><a href="http://web.b.ebscohost.com/abstract?direct=true&amp;profile=ehost&amp;scope=site&amp;authtype=crawler&amp;jrnl=0190535X&amp;AN=9521886&amp;h=3E4mHqTZ6TK7B2cnMF5a8wETcX5wftJ5hygatu42DkB2ThvJUJtVzm9IpB6%2fR8M6Rr07NDpRLopleS6PeKEN1A%3d%3d&amp;crl=c&amp;resultNs=AdminWebAuth&amp;resultLocal=ErrCrlNotAuth&amp;crlhashurl=login.aspx%3fdirect%3dtrue%26profile%3dehost%26scope%3dsite%26authtype%3dcrawler%26jrnl%3d0190535X%26AN%3d9521886">งานวิจัยเรื่อง The Effect of Aloe Vera Gel/Mild Soap Versus Mild Soap Alone in Preventing Skin Reactions in Patients Undergoing Radiation Therapy. โดย Olsen ตีพิมพ์ในวารสาร Oncology Nursing Forum . Apr2001, Vol. 28 Issue 3, p543-547.</a></li>
</ol>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86/aloe-vera-hydrating/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1696</post-id>	</item>
		<item>
		<title>Jojoba oil เปลี่ยนผิวแห้งกร้านให้กลับชุ่มชื้น : Jojoba oil คือ อะไร ?</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86/jojoba-oil-%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%87/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86/jojoba-oil-%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%87/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Jaslyn_Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Mar 2017 18:27:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข้อมูลสารสำคัญต่างๆ]]></category>
		<category><![CDATA[Antiaging]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrating]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jaslynsense.com/?p=1634</guid>

					<description><![CDATA[Jojoba oil เปลี่ยนผิวแห้งกร้านให้กลับชุ่มชื้น Jojoba oi [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>Jojoba oil เปลี่ยนผิวแห้งกร้านให้กลับชุ่มชื้น</h2>
<h4><strong>Jojoba oil คือ อะไร ?</strong></h4>
<p>โจโจ้บาออยล์ (Jojoba oil) เป็นน้ำมันสีเหลืองทอง สกัดมาจากเมล็ดของต้น <em>Simmondsia chinensis</em> (Jojoba) ซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นทางตะวันตกเฉียงเหนือของของแม็กซิโก, ทางใต้ของรัฐอริโซนา และพื้นที่ใกล้เคียง ชาวอเมริกันพื้นเมืองใช้ Jojoba oil เป็นยาสมุนไพรพื้นบ้านสำหรับรักษาอาการฟกช้ำ, แผลไฟไหม้, บาดแผล</p>
<p>ในปัจจุบันเรามีการนำ โจโจ้บาออยล์ มาใช้ในหลายรูปแบบ โดยเฉพาะในเครื่องสำอาง สกินแคร์ และผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม โจโจ้บาออยล์ มีคุณสมบัติโดดเด่นในการให้ความชุ่มชื้น และฟื้นบำรุงผิวสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง, ผิวแห้งมาก หรือ ผิวแสบลอกจากการโดนแสงแดด เนื่องจาก โจโจ้บาออยล์ มีคุณสมบัติเป็น Emollient ที่ดี คือ เมื่อเราทาลงบนผิว จะทำหน้าที่เป็นชั้นฟิล์มที่เคลือบผิวหนังเราไว้ ลดการระเหยของน้ำออกจากผิวหนัง ทำให้ผิวของเราสามารถรักษาความชุ่มชื้นไว้กับผิวได้ดีขึ้นค่ะ</p>
<figure id="attachment_1636" aria-describedby="caption-attachment-1636" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-1636 size-full" src="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/jojoba-oil-01.jpg" alt="jojoba oil คือ" width="1200" height="800" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/jojoba-oil-01.jpg 1200w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/jojoba-oil-01-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/jojoba-oil-01-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/jojoba-oil-01-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/jojoba-oil-01-1024x683.jpg 1024w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/03/jojoba-oil-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption id="caption-attachment-1636" class="wp-caption-text">Credit : รูปภาพ Original Flickr By Kenneth Bosma &#8211; Seeds on a Female Jojoba Bush, CC BY 2.0, <a href="https://commons.wikimedia.org/w/index.php?curid=11908393">https://commons.wikimedia.org/w/index.php?curid=11908393 </a></figcaption></figure>
<p style="text-align: left;">ตามธรรมชาติ ผิวของเราจะมีต่อมไขมัน คอยสร้างน้ำมัน ที่เรียกว่า Sebum ออกมาเพื่อเคลือบผิว รักษาความชุ่มชื้นให้แก่ผิว แต่เมื่อเรามีอายุมากขึ้น การผลิตน้ำมันจากต่อมไขมันที่ผิวหนังจะลดลง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่บางคนเมื่อมีอายุมากขึ้นมักมีปัญหาผิวแห้งตึง ขาดความชุ่มชื้น จนนำมาสู่การเกิดริ้วรอยได้ค่ะ โจโจ้บาออยล์นั้นมีลักษณะทางกายภาพค่อนข้างใกล้เคียงกับน้ำมันที่ผลิตขึ้นตามธรรมชาติที่ผิวหนังของเรา จึงช่วยสามารถทดแทนและให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนังได้ดี นอกจากนี้โจโจ้บาออยล์ยังมีค่า Comedogenic rate ที่ต่ำ จึงทำให้เกิดการอุดตันได้น้อย และยังสามารถปรับสมดุลของการสร้างน้ำมันบนใบหน้าในคนที่ผิวมัน มีการสร้างน้ำมันจากต่อมไขมันออกมามากเกินไป</p>
<p>โจโจ้บาออยล์มีคุณสมบัติที่ดีในเรื่องช่วยฟื้นบำรุงผิว ลดเลือนริ้วรอย และช่วยปลอบประโลมผิว เพราะ มีสาร Anti-oxidant แร่ธาตุและวิตามินที่เป็นประโยชน์ต่อผิวอยู่มาก เช่น วิตามินบี วิตามินอี ไอโอดีน รวมทั้งยังช่วยเร่งกระบวนการสมานผิว และกระตุ้นการสร้างคอลเจนได้</p>
<p>มีการศึกษาเกี่ยวกับผลในการลดรอยแผลเป็น โดยให้อาสาสมัคร 194 คน ซึ่งมีปัญหาสิว และรอยแผลเป็นจากสิว ใช้มาสก์โคลนโจโจ้บาออยล์ (Clay jojoba oil facial mask) สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง นาน 6 สัปดาห์ พบว่า 54% ของอาสาสมัครมีรอยแผลโดยรวมที่ลดลง รวมถึงรอยแผลที่มีการอักเสบ และไม่มีการอักเสบก็ลดลงด้วยทั้งคู่จากเริ่มต้น</p>
<h4><strong>สรุปคุณประโยชน์ของ Jojoba oil</strong></h4>
<ul>
<li>ให้ความชุ่มชื้นผิวได้ดี คล้ายน้ำมันจากผิวตามธรรมชาติ</li>
<li>ช่วยปรับสมดุลของน้ำมันที่ผิว</li>
<li>ปกป้องผิวจากการระคายเคือง ที่มีสาเหตุจากผิวแห้ง</li>
<li>ลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย ริ้วรอยขนาดเล็ก (Fine line)</li>
<li>กระตุ้นกระบวนการสมานแผล</li>
<li>Anti-oxidant</li>
<li>ช่วยปลอบประโลมผิวหลังถูกแสงแดด</li>
</ul>
<h4><strong>อ้างอิง</strong></h4>
<ol>
<li><a href="https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/21211559">Wound healing properties of jojoba liquid wax: an in vitro study.J Ethnopharmacol. 2011 Mar 24;134(2):443-9.</a></li>
<li><a href="https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/22585103">Clay jojoba oil facial mask for lesioned skin and mild acne&#8211;results of a prospective, observational pilot study. Forsch Komplementmed. 2012;19(2):75-9. doi: 10.1159/000338076. Epub 2012 Apr 19.</a></li>
<li><a href="http://www.in-cosmetics.com/__novadocuments/43819?v=635249018758130000">Skin Barrier Protection with Jojoba Esters.</a></li>
</ol>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86/jojoba-oil-%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1634</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ประโยชน์ของ Aloe Vera ใน Skincare</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-aloe-vera-%e0%b9%83%e0%b8%99-skincare/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-aloe-vera-%e0%b9%83%e0%b8%99-skincare/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Jan 2017 18:38:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข้อมูลสารสำคัญต่างๆ]]></category>
		<category><![CDATA[Aloe vera]]></category>
		<category><![CDATA[Antiaging]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrating]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=1073</guid>

					<description><![CDATA[ประโยชน์ของ Aloe Vera ใน Skincare สวัสดีค่ะสาวๆ Jaslyn  [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>ประโยชน์ของ Aloe Vera ใน Skincare</h2>
<p>สวัสดีค่ะสาวๆ Jaslyn เชื่อว่า ทุกคนต้องคุ้นเคยกับ <strong>Aloe Vera</strong> หรือ ชื่อไทยๆ คือ <strong>ว่านหางจระเข้ </strong>กันอยู่แล้ว</p>
<p>เรามักพบสารสกัดว่านหางจระเข้เป็นส่วนประกอบหนึ่งในสกินแคร์ที่ใช้ในการบำรุง ฟื้นฟูผิว อยู่บ่อยๆ</p>
<p>วันนี้ Jaslyn จะมาเล่า ประโยชน์ ของ ว่านหางจระเข้ ว่าดีต่อผิวอย่างไรให้ฟังกันค่ะ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1074" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/Aloe-01.jpg" alt="ว่านหางจระเข้ Aloe vera" width="932" height="669" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/Aloe-01.jpg 932w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/Aloe-01-600x431.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/Aloe-01-300x215.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/Aloe-01-768x551.jpg 768w" sizes="(max-width: 932px) 100vw, 932px" /></p>
<p>ว่านหางจระเข้ เป็นพืชที่มีความสูงประมาณ 60-100 cm ใบมีลักษณะอวบน้ำ ถูกใช้เป็นยามาตั้งแต่สมัยโบราณในการรักษาโรค โดยจะใช้ส่วนวุ้นในการรักษาอาการ แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ผิวบวมอักเสบ แมลงสัตว์กัดต่อย รักษากระเพาะอักเสบ และส่วนยางเมื่อนำมาเคี่ยวจนเป็นสีดำมีฤทธิ์เป็นยาระบาย เนื่องจากมีสาร Aloin อยู่ (Aloin มีผลต่อตับ,ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อม้าม ไต หัวใจ ปอด การใช้เป็นยาระบายต้องระวัง)</p>
<p>ในการรับประทานว่านหางจระเข้ต้องระวังนิดนึง เพราะพบว่าสามารถลดการดูดซึมของยาบางชนิดได้ค่ะ</p>
<p>มาเล่าถึงเรื่องเกี่ยวกับผิวกันต่อ ว่านหางจระเข้ ประกอบด้วย กรดอะมิโนกว่า 20 ชนิด, กรดไขมัน, วิตามิน A, B12, C, E และยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุนานาชนิด เช่น แคลเซียม, แมกนีเซียม, ซิงค์</p>
<p><strong>มาดูประโยชน์ของว่านหางจระเข้ที่ใช้กับผิวกันค่ะ</strong></p>
<ol>
<li>ใช้รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก เนื่องจากในว่านหางจระเข้ มีสารที่ชื่อว่า Aloctin A และ Aloctin B มีฤทธิ์ช่วยในการสมานแผล และ Aloctin A, veracylglucan B และC ในว่านหางจระเข้มีฤทธิ์ลดการอักเสบได้<br />
<span style="text-decoration: underline;">หมายเหตุ</span> : แผลที่ใช้จะต้องไม่ติดเชื้อ</li>
</ol>
<ol start="2">
<li>ลดเลือนจุดด่างดำ</li>
<li>กระตุ้นการซ่อมแซมผิว ช่วยให้แผลหายเร็ว</li>
<li>ลดการคันระคายเคือง ช่วยปลอบประโลมผิว</li>
<li>กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยลดเลือนริ้วรอย</li>
<li>ลดอาการระคายเคืองจากผิวไหม้แดด</li>
<li>ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ทำให้ผิวนุ่มขึ้น</li>
<li>เติมความสดชื่นให้กับผิวได้ทันที</li>
<li>ช่วยบำรุงผิว ชะลอวัย เนื่องจากมีสาร Anti-oxidant อยู่</li>
</ol>
<p>มีหลายคนถามเกี่ยวกับ เรื่องใช้ว่านหางจระเข้ ในการลดปัญหาสิว โดยส่วนตัวเท่าที่หาข้อมูล ยังไม่เจอหลักฐานทางวิชาการที่หนักแน่นพอ ที่จะสรุปว่า ใช้ป้องกันหรือรักษาการเกิดสิวได้ แต่ว่านหางจระเข้ น่าจะมีผลดีในแง่ช่วยให้แผลจากสิวหายเร็วขึ้นมากกว่าค่ะ และผลที่คาดหวังได้จะเน้นในเรื่องความชุ่มชื้น เติมความสดชื่นให้ผิว และลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ (Fine line) มากกว่า</p>
<p>อ้างอิง</p>
<ol>
<li><a href="https://www.researchgate.net/publication/233818204">บทความ Medicinal and cosmetological importance of Aloe vera</a></li>
<li><a href="http://medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/alovera.html">บทความ ว่านหางจระเข้</a></li>
</ol>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-aloe-vera-%e0%b9%83%e0%b8%99-skincare/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1073</post-id>	</item>
		<item>
		<title>7 เคล็ดลับ ดูแลผิวมือ ให้นุ่มเด้งเหมือนผิวเด็ก</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%87/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%87/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Dec 2016 17:42:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ความสวยความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrating]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=942</guid>

					<description><![CDATA[7 เคล็ดลับ ดูแลผิวมือ ให้นุ่มเด้งเหมือนผิวเด็ก สาวๆหลาย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>7 เคล็ดลับ ดูแลผิวมือ ให้นุ่มเด้งเหมือนผิวเด็ก</h3>
<p>สาวๆหลายคนเน้นการบำรุงผิวหน้าเพียงอย่างเดียว แต่ลืมดูแลผิวในส่วนอื่นๆของร่างกาย โดยเฉพาะ ดูแลผิวมือ ถึงแม้เราจะใช้งานมืออย่างหนักในแต่ละวัน แต่เรากลับไม่ได้บำรุง ดูแลผิวมือเอาซะเลย อย่าลืมนะคะว่า มือคู่สวยของเรา ก็แก่ขึ้น ไปพร้อมๆกับผิวหน้าเช่นกัน ในทุกๆวัน ผิวที่มือของเราก็โดนทำร้ายจากแสงแดด มลภาวะ และยังมักเป็นส่วนที่โดนน้ำ, สบู่ซึ่งมีความเป็นด่างสูง, สารเคมีต่างๆ บ่อยกว่าผิวส่วนอื่นในร่างกายด้วย ซึ่งดูจากปัจจัยเหล่านี้แล้ว ผิวบริเวณมือนี่แหละค่ะ อาจจะอายุแซงผิวหน้าได้เลยนะคะหากเราไม่ดูแล</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-943" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/handcream.jpg" alt="ดูแลผิวมือ บำรุงมือ Handcream" width="791" height="527" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/handcream.jpg 791w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/handcream-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/handcream-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/handcream-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/handcream-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 791px) 100vw, 791px" /></p>
<h4>ปัญหาหลักๆ ที่ผิวมือของเราต้องเผชิญ มี 4 อย่างค่ะ</h4>
<ol>
<li><strong>ผิวแห้ง</strong> &#8211; ใน 1 วัน เรามักล้างมือกันนับครั้งไม่ถ้วน ตรงนี้นี่เองที่จะทำให้ผิวที่มือของเราเกิดการแห้งและระคายเคือง แล้วยังนำไปสู่การเกิดริ้วรอยได้อีกด้วยค่ะ</li>
<li><strong>แสงแดดทำร้าย</strong> &#8211; มือของเราก็ถูกทำร้ายจากแสงแดดทุกวันไม่ต่างจากผิวหน้าเลย และผิวที่มือเราก็บอบบางเช่นกัน เป็นที่ทราบกันดีค่ะว่า แสงแดดเป็นปัจจัยสำคัญเลย ที่ทำให้เกิดความแก่ จุดด่างดำ เพิ่มการสร้างเม็ดสีเมลานิน และกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระได้อีกด้วย เท่านี้ยังไม่พอยังมีผลต่อความหนาของชั้นผิวหนังด้วย เพราะแสงแดดมีผลทำให้ผิวหนังขาดความยืดหยุ่น และส่งผลต่อชั้นคอลลาเจนในผิวหนังได้ด้วย</li>
<li><strong>ชั้นไขมันบริเวณผิวหนังลดลง</strong> – เมื่อเราอายุมาขึ้น พบว่าชั้นไขมันบริเวณผิวหนังจะลดลง ถึงแม้ตอนเป็นหนุ่มเป็นสาว เราต่างไม่อยากมีชั้นไขมันที่หนากันทั้งนั้น แต่การที่ชั้นไขมันที่มือบางลงนั้นไม่ได้ส่งผลดีค่ะ เพราะ ชั้นไขมันที่ผิวหนังเปรียบเสมือนฟองน้ำที่อยู่รอบๆ เส้นเลือดต่าง เมื่อชั้นไขมันบางลงก็จะเห็นเส้นเลือดชัดขึ้น</li>
<li><strong>ชั้นกล้ามเนื้อบางลง</strong> – เมื่อเราอายุมากขึ้น มวลกล้ามเนื้อในร่างกายจะลดลง 25-45% ซึ่งกล้ามเนื้อที่มือของเราก็จะลดลงเช่นกัน ซึ่งจะส่งผลให้ความแข็งแรงและความยดหยุ่นของกล้ามเนื้อที่มือลดลง</li>
</ol>
<h4>7 เคล็ดลับในการดูแลผิวมือให้นุ่มเด้ง</h4>
<ol>
<li><strong>ทาครีมบำรุง (Moisturizer)</strong> ทุกครั้งหลังมือคู่สวยต้องสัมผัสน้ำ เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวมือ ครีมบำรุงที่ใช้ต้องมีเนื้อสัมผัสที่หนาหน่อย ควรเป็นเนื้อครีม (Cream) มากกว่า เนื้อโลชั่น (Lotion) ส่วนประกอบที่น่าสนใจใน Hand cream เช่น Ceramide, Olive oil, Vitamin E</li>
<li><strong>ดูแลผิวมือ ไม่ต่างกันกับ ผิวหน้า</strong> ทุกๆเช้า อย่าลืมทาครีมบำรุงที่ส่วนประกอบของ Anti-oxidant เพื่อช่วยชะลอความแก่ของมือ และก่อนนอนก็เช่นกันนะคะสาวๆอย่าลืมทาครีมบำรุงผิวมือกันด้วย ครีมบำรุงที่มีสารในกลุ่มวิตามิน A อยู่ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจค่ะ</li>
<li><strong>ทากันแดด</strong> ให้ผิวมือด้วยนะคะ และสามารถทาซ้ำได้เรื่อยๆในระหว่างวัน และหากต้องโดนแดดจัดมากๆ เดี๋ยวนี้เค้ามีถุงมือที่ทำจากผ้าที่สามารถสะท้อนแสงยูวีได้ขายกันแล้วนะคะ</li>
<li><strong>สครับมือบ้างเป็นครั้งคราว</strong> เพื่อช่วยให้มือเนียนนุ่ม สามารถใช้อุปกรณ์ที่หาง่ายในการสครับได้นะคะ เช่น โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย, น้ำตาลทรายแดง ½ ถ้วย, เปลือกมะนาวหั่นฝอย ½ ถ้วย นำมาผสมให้เข้ากัน จากนั้นขัดมือเบาๆ แล้วชโลมทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออก จะช่วยให้ผิวมือนุ่มขึ้นค่ะ</li>
<li><strong>เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีค่า pH ใกล้เคียงผิว</strong> โดยควรมีค่า pH ประมาณ 5.5 เพื่อลดการสูญเสียไขมันจากชั้นผิว ทำให้ผิวมือไม่เสียความชุ่มชื้นมากเกินไป</li>
<li><strong>รับประทานอาหารที่มีโปรตีนอย่างเพียงพอ</strong> เช่น นม ปลาแซลมอน เนื้อไก่ เวย์โปรตีน เพื่อเสริมสร้างชั้นกล้ามเนื้อ</li>
<li><strong>บริหารกล้ามเนื้อมือเป็นประจำ</strong> ด้วยกายบริหารมืออย่างง่าย เพื่อให้กล้ามเนื้อที่มือแข็งแรง</li>
</ol>
<p><strong>อ้างอิง</strong></p>
<ol>
<li><a href="http://blogs.webmd.com/healthy-skin/2016/05/6-anti-aging-tips-for-your-hands.html">6 Anti-Aging Tips for Your Hands</a> จาก WebMD</li>
<li>บทความ <a href="http://biomedgerontology.oxfordjournals.org/content/58/2/M146.full#sec-3">The Aging Hand</a> โดย <span class="name">Eli Carmeli และคณะ จากวารสาร Journals Gerontol A Biol Sci Med Sci ปี 2003</span></li>
</ol>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">942</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เทคนิคดูแลผิวสวย เช้า จรด กลางคืน</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/howtobeautyskin/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/howtobeautyskin/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 04 Dec 2016 17:35:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ความสวยความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrating]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=841</guid>

					<description><![CDATA[เทคนิคดูแลผิวสวย เช้า จรด กลางคืน By Jaslyn สวัสดีค่ะสา [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>เทคนิคดูแลผิวสวย เช้า จรด กลางคืน By Jaslyn</h2>
<p>สวัสดีค่ะสาวๆ วันนี้ Jaslyn มี เทคนิคดูแลผิว ให้สวยตั้งแต่เช้า จรด กลางคืนมาฝากกันค่ะ อันนี้ต้องบอกก่อนนะคะว่าเป็นเทคนิคส่วนตัวของแอดมินเองค่ะ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-846" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/15267840_1473953735968147_4295552070568279670_n.jpg" alt="15267840_1473953735968147_4295552070568279670_n" width="960" height="640" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/15267840_1473953735968147_4295552070568279670_n.jpg 960w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/15267840_1473953735968147_4295552070568279670_n-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/15267840_1473953735968147_4295552070568279670_n-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/15267840_1473953735968147_4295552070568279670_n-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/15267840_1473953735968147_4295552070568279670_n-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>เทคนิค ตอนเช้า</h4>
<p>ช่วงเช้าจะเป็นช่วงที่ค่อนข้างเร่งรีบ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังต้องดูแลผิวกันด้วยนะคะ หากละเลยรับรองว่า ผิวจะแห้งกร้าน และ จุดด่างดำถามหาแน่นอนค่ะ</p>
<p>บอกก่อนว่า ตัวเองเป็นคนผิวผสม คือ หน้าจะมัน รูขุมขนกว้างหน่อยช่วง T-Zone แต่บริเวณอื่นๆจะเป็นผิวปกติค่ะ</p>
<ol>
<li>ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้า ที่มีส่วนผสมของ Clay เพื่อช่วยดูดซับสิ่งสกปรก และลดการอุดตัน สิ่งที่ชอบคือ รูสึกว่าหลังล้างหน้าผิวจะสะอาดดีค่ะ</li>
<li>Eye serum ทารอบดวงตา ตัวนี้จะเลือกแบบที่เนื้อไม่เหลวจนเกินไป ให้ความชุ่มชื้นดี เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอยขนาดเล็ก (Fine line) และเลือกตัวที่ช่วยลดปัญหาความหมองคล้ำรอบดวงตาค่ะ</li>
<li>น้ำตบ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น จะเลือกตัวที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic acid เป็นส่วนประกอบ เพราะช่วยรักษาความชุ่มชื้นไว้กับผิวหน้าได้ดี</li>
<li>ทา Moisturize เพื่อให้ความชุ่มชื้น จะเลือกตัวที่มีเนื้อบางเบา ซึมเร็ว และไม่เหนอะหนะ รวมสารที่ช่วยในเรื่องของ Anti-oxidant เพื่อป้องกันการแก่ก่อนวัยค่ะ</li>
<li>ทาครีมกันแดด</li>
<li>ทา Primer เล็กน้อยบริเวณที่รูขุมขนกว้าง</li>
<li>ทารองพื้น ส่วนตัวเลือกเป็นตัวที่สามารถปกปิดได้ระดับปานกลางค่ะ เพราะอยากได้ลุคที่ไม่หนักจนเกินไป เช่น BB cream หรือ CC Cream</li>
<li>แต่งหน้าตามปกติค่ะ แป้งฝุ่น, แป้งพัฟ, เขียนคิ้ว, บรัชออน</li>
</ol>
<h4>เทคนิค ตอนกลางวัน</h4>
<p>ในระหว่างวัน มีการฉีดสเปรย์น้ำแร่บ้าง เพื่อเพิ่มความสดชื่น จริงๆแล้วสเปรย์น้ำแร่สามารถฉีดก่อนแต่งหน้า หรือหลังแต่งหน้า เพื่อช่วยให้เมคอัพติดทนนานมากขึ้นได้ด้วยนะคะ</p>
<h4>เทคนิค ตอนกลางคืน</h4>
<ol>
<li>ใช้ Micellar Cleansing Water เช็ดทำความสะอาดผิวหน้าก่อนล้างหน้า ในจุดที่ล้างออกยาก เช่น บริเวณรอบดวงตา ให้หยด Cleansing Water ลงบนสำลี แล้วแปะไว้สักครู่ ประมาณ 1 นาที แล้วค่อยเช็ดออกค่ะ จะเช็ดออกง่ายขึ้น โดยที่เราไม่ต้องถูมากๆบริเวณรอบดวงตาจนเกิดริ้วรอย</li>
<li>ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้า</li>
<li>ทาโทนเนอร์ เพื่อช่วยกระชับรูขุมขน</li>
<li>ตามด้วย Moisturizing ทาเพื่อบำรุงผิวก่อนนอน</li>
</ol>
<p>*** ในบางวันที่รู้สึกว่า ผิวโดนแดดเยอะ เพลีย หน้าโทรม จะมาสก์หน้าหลังจากล้างหน้าเสร็จแล้ว ประมาณ 20 นาที แล้วตามด้วยขั้นตอนที่ 3 และ 4 ค่ะ วันไหนรู้สึกอยากเปลี่ยนบรรยากาศ ก็ใช้ Sleeping mask ก่อนนอน แทน Moisturizing ในขั้นตอนที่ 4 ในบางวันค่ะ โดยปกติแล้ว แอดมินจะมาสก์หน้า 3-4 ครั้ง/สัปดาห์ ค่ะ</p>
<p>หากเพื่อนๆลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ รับรองว่า หน้าจะชุ่มชื้น นุ่ม เด้ง ขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/howtobeautyskin/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">841</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
