<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>NCDs &#8211; Jaslyn</title>
	<atom:link href="https://www.jaslynsense.com/tag/ncds/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.jaslynsense.com</link>
	<description>ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง สาระความรู้สุขภาพและความงาม</description>
	<lastBuildDate>Thu, 09 Mar 2017 20:12:49 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.1</generator>

<image>
	<url>https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/07/cropped-01-150x150.jpg</url>
	<title>NCDs &#8211; Jaslyn</title>
	<link>https://www.jaslynsense.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">113788713</site>	<item>
		<title>ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคที่คนไทยไม่ตระหนัก</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Feb 2017 12:47:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Healthy]]></category>
		<category><![CDATA[NCDs]]></category>
		<category><![CDATA[เตือนภัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=1238</guid>

					<description><![CDATA[ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคที่คนไทยไม่ตระหนัก เมื่อเราเริ่ม [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคที่คนไทยไม่ตระหนัก</h2>
<p>เมื่อเราเริ่มมีอายุมากขึ้น ระบบต่างๆที่เคยทำงานได้ดีก็เริ่มแปรปรวน เมื่อตรวจสุขภาพประจำปีหลายคนเริ่มพบตัวบ่งชี้ ถึงภาวะสุขภาพที่แย่ลง เช่น <strong>ภาวะไขมันในเลือดสูง</strong></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1240" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/02/ภาวะไขมันในเลือดสูง-01.jpg" alt="ภาวะไขมันในเลือดสูง" width="1200" height="800" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/02/ภาวะไขมันในเลือดสูง-01.jpg 1200w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/02/ภาวะไขมันในเลือดสูง-01-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/02/ภาวะไขมันในเลือดสูง-01-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/02/ภาวะไขมันในเลือดสูง-01-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/02/ภาวะไขมันในเลือดสูง-01-1024x683.jpg 1024w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/02/ภาวะไขมันในเลือดสูง-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h4>ไขมันในเลือด คือ อะไร</h4>
<p>ไขมันในเลือด คือ สารในกลุ่มที่เรียกว่า <strong>ไลโปโปรตีน (Lipoprotein)</strong> เป็นสารประกอบเชิงซ้อนโมเลกุลใหญ่ ทำหน้าที่ลำเลียงขนส่ง คลอเลสเตอรอล, ไตรกลีเซอร์ไรด์ และวิตามินต่างๆที่ละลายในไขมัน ซึ่งไลโปโปรตีนแต่ละชนิด จะมีอะโปไลโปโปรตีนที่ต่างกัน ซึ่งจะคอยควบคุมให้ ไลโปโปรตีนทำงานต่างๆกันไป นอกจากนี้ไลโปโปรตีนแต่ละชนิดยังมีความหนาแน่นที่ต่างๆกันด้วย</p>
<p>ซึ่งไขมันในเลือด กับ ไขมันที่สะสมอยู่ตามพุง เนื้อเยื่อต่าง ก็เป็นคนละอันกัน อย่างสับสนนะคะ</p>
<h4>ชนิดของ ไลโปโปรตีน (Lipoprotein) ในเลือด</h4>
<ol>
<li><strong>ไคโลไมครอน (Chylomicron)</strong> เป็นตัวที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบเยอะที่สุด โดยเฉพาะไตรกลีเซอร์ไรด์ และมีความหนาแน่นน้อยที่สุด ถูกสังเคราะห์ขึ้นในลำไส้เล็ก ทำหน้าที่ขนส่งไขมันจากอาหารไปยังตับ และเนื่อเยื่อต่างๆ</li>
<li><strong>VLDL (Very low density lipoprotein)</strong> ถูกสังเคราะห์ขึ้นที่ตับ มีไตรกลีเซอร์ไรด์เป็นส่วนประกอบสูง ส่วนใหญ่จะเป็นไตรกลีเซอร์ไรด์ที่ร่างกายสร้างขึ้น ทำหน้าที่ขนส่งไตรกลีเซอร์ไรด์ในร่างกายไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ</li>
<li><strong>IDL (Intermediate density lipoprotein)</strong> เมื่อ VLDL ปลดปล่อยไขมันนำไปใช้แล้ว จะมีขนาดเล็กลง เรียกว่า IDL ซึ่งจะเป็นสารตั้งต้นในการเกิด LDL ต่อไป</li>
<li><strong>LDL (Low density lipoprotein)</strong> เป็นไลโปโปรตีนที่มีคลอเลสเตอรอลเป็นส่วนประกอบสูงทำหน้าที่ขนส่ง คลอเลสเตอรอลไปให้เซลล์ต่างๆที่มี LDL receptor</li>
<li><strong>HDL (High Density lipoprotein)</strong> เป็นไลโปโปรตีนที่มีขนาดเล็กที่สุด และมีความหนาแน่นมากที่สุด โดย HDL จะทำหน้าที่ ขนส่งคลอเลสเตอรอลกลับเข้าสู่เซลล์ตับ</li>
</ol>
<p>โดยทั่วไปเรามักจะคุ้นกับ ชื่อของ LDL และ HDL มากที่สุด และเพื่อให้จำง่าย ง่ายต่อการเข้าใจ เราจะเรียก เจ้า<strong> LDL</strong> ว่าเป็นไขมันตัวร้าย ไขมันเลว และ เรียก เจ้า <strong>HDL</strong> ที่คอยเก็บกวาดคลอเลสเตอรอล ไขมันต่างๆกลับตับ ว่า ไขมันดี</p>
<p>สิ่งที่น่าตกใจคือ ภาวะไขมันในเลือดสูง เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังร้ายแรงที่ส่งผลต่อสุขภาพ ทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ แต่ภาวะไขมันในเลือดสูงกลับได้รับความสนใจ และตระหนักถึงภาวะของโรคน้อย</p>
<p>จากสถิติงานวิจัยเกี่ยวกับระบาดวิทยา <a href="https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/24800083"><strong>Prevalence of Dyslipidemia and Management in the Thai Population, National Health Examination Survey IV, 2009.</strong></a></p>
<p>งานวิจัยนี้ทำการศึกษาในคนไทย เป็นการศึกษาที่ใหญ่พอสมควร ศึกษาในประชากรทั้งหมด 19,021 คน อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป พบว่า มีประชากรถึง 29.6% ที่มีภาวะ LDL-C สูง, 47.1% มีภาวะ HDL-C ต่ำ, 38.6% มีภาวะไตรกลีเซอร์ไรด์สูง (High Triglycerides) ในการศึกษานี้ยังมีการศึกษาแยกย่อยไปตามภูมิภาคต่างๆด้วย ขอเล่าเฉพาะข้อมูลในส่วนของเพศหญิงนะคะ พบว่าภาคใต้เป็นบริเวณที่พบประชากรมี ภาวะ LDL สูงเยอะสุด คือ 38.2% ตามมาติดๆด้วยภาคกลาง 34.8% ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่าเป็นบริเวณที่ประชากรมี ภาวะ HDL ในเลือดต่ำ มากที่สุด คือ 66.8% ตามมาด้วย ภาคเหนือ 60.4% และภาวะไตรกลีเซอไรด์สูง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบมากที่สุด 41.4% และยังพบว่าในผุ้ป่วย โรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, โรคไต มักพบภาวะ HDL สูงร่วมอยู่ด้วย</p>
<p>พบว่า โดยรวมแล้ว คนไทย 66.5% มีภาวะบางอย่างของ Dyslipidemia และอย่างที่กล่าวในตอนต้น ว่ามีประชากรที่ตระหนักเกี่ยวกับภาวะไขมันในเลือดสูงน้อยมาก จากสถิติ มีคนตระหนักเพียง 17.8% เท่านั้น และ มีผู้ป่วยที่มีภาวะ LDL สูง แต่ไม่ได้รับยาอยู่จำนวนมาก ในผู้ป่วยที่ได้รับยาแล้วมีประมาณครึ่งหนึ่งเท่านั้น (57.6) ที่สามารถควบคุมค่า LDL ให้เป็นไปตามเป้าหมายการรักษา</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1339" src="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/02/hc_art22_103.jpg" alt="" width="462" height="249" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/02/hc_art22_103.jpg 462w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/02/hc_art22_103-300x162.jpg 300w" sizes="(max-width: 462px) 100vw, 462px" /></p>
<p>ขอบคุณรูปภาพจาก : <a href="http://www.thefilipinodoctor.com/healthcare/2013/hc_art/2012/3/hc_art22_103.jpg" data-gallery>เว็บไซต์ http://www.thefilipinodoctor.com</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>LDL ร้ายกาจอย่างไร</h4>
<p>เมื่อ LDL ที่ล่องลอยอยู่ในเลือด แทรกตัวเข้าสู่เนื้อเยื่อของเอนโดทีเลียม (endothelium) ที่หลอดเลือด และเจอกับอนุมูลอิสระ จะเกิดปฎิกิริยา ออกซิเดชันขึ้น กลายเป็น ออกซิไดซ์-LDL (Oxidize-LDL)</p>
<p>โมโนไซท์ (Monocyte) ในกระแสเลือดจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ผนังหลอดเลือดแล้วเปลี่ยนเป็นแมคโครฟาก (Macrophages) แมคโครฟาก จะมาจับกิน ออกซิไดซ์-LDL เกิดเป็นโฟมเซลล์ (Foam cell)</p>
<p>โฟมเซลล์ คือ เจ้าแมคโครฟากที่มีไขมันสะสมอยู่ในเซลล์ปริมาณมากๆ แล้วโฟมเซลล์จะกระตุ้นเกิดการอักเสบของหลอดเลือดอยู่เรื่อยๆ ซึ่งการอักเสบเหล่านี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อผนังหลอดเลือด ผนังหลอดเลือดมีความแข็ง หนาตัวขึ้น เสียความยืดหยุ่น รูของหลอดเลือดตีบแคบลง การที่หลอดเลือดตีบแคบลงอาจเป็นผลให้เกิดการขาดเลือดของเนื้อเยื่อที่ต้องได้รับเลือดจากหลอดเลือดนั้น หากเกิดการฉีกออกของกล้ามเนื้อเรียบที่คลุมไขมันเอาไว้ เกร็ดเลือดก็จะทำงานเพื่อมาปิดปากแผล และกระตุ้นให้สร้างลิ่มเลือด นำไปสู่การอุดตันของหลอดเลือดอย่างเฉียบพลันค่ะ</p>
<p>เราพบว่า การที่มีระดับของ LDL ที่ลดลง มีความสัมพันธ์กับการเกิดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจที่ลดลงค่ะ</p>
<p><strong>โดยสรุป สำหรับ คนทั่วไป</strong></p>
<p style="text-align: center;">Total Cholesterol ควร &lt; 200 mg/dL</p>
<p style="text-align: center;">LDL Cholesterol ควร &lt; 100 mg/dL</p>
<p style="text-align: center;">HDL Cholesterol ควร &gt; 40 mg/dL</p>
<p style="text-align: center;">Triglycerides ควร &lt; 150 mg/dL</p>
<p>หลังอ่านบทความแล้ว อย่าลืมไปตรวจสุขภาพ ระมัดระวังภาวะไขมันในเลือดสูงกันด้วยนะคะ Jaslyn เป็นห่วง</p>
<h4>อ้างอิง</h4>
<ol>
<li>การวิจัยศึกษา เรื่อง <a href="https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/24800083">Prevalence of Dyslipidemia and Management in the Thai Population, National Health Examination Survey IV, 2009.</a></li>
<li><a href="http://www.si.mahidol.ac.th/department/Biochemistry/home/MD/%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%9E.57/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%20%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B8%99.pdf">เอกสาร เรื่อง เมแทบอลิซึมของไลโปโปรตีน ของ ดร.นพ. ภัทรบุตร มาศรัตน ภาควิชาชีวเคมีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล</a></li>
<li>ขอขอบคุณรูปภาพจาก<a href="http://www.thefilipinodoctor.com/healthcare.php?art=22&amp;article_id=NzU=&amp;hclick=1"> thefilipinodoctor.com</a></li>
</ol>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1238</post-id>	</item>
		<item>
		<title>กาแฟ กับ ความดันโลหิตสูง</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Jan 2017 19:35:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[food]]></category>
		<category><![CDATA[Healthy]]></category>
		<category><![CDATA[NCDs]]></category>
		<category><![CDATA[เตือนภัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=1151</guid>

					<description><![CDATA[กาแฟ กับ ความดันโลหิตสูง กาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับค [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>กาแฟ กับ ความดันโลหิตสูง</h2>
<p><strong>กาแฟ</strong> เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในบรรดาเครื่องดื่มทั้งหลาย ทั้งในกลุ่มนักศึกษา วัยผู้ใหญ่ หรือในผู้สูงอายุโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนวัยทำงาน ชาวออฟฟิศ เรียกว่าเป็นของคู่กันเลยทีเดียว วันไหนขาดกาแฟแล้วเหมือนจะขาดใจกันเลยค่ะ</p>
<p>วันนี้ เราก็จะมาคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของกาแฟ ในแง่มุมของผลกระทบของกาแฟต่อภาวะความดันโลหิตสูง</p>
<p>อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในกาแฟ จะมีสารที่ชื่อว่า คาเฟอีน เป็นองค์ประกอบ สารตัวนี้ถูกดูดซึมได้อย่างรวดเร็วภายใน 45 นาที และระดับของคาเฟอีนในเลือดก็สามารถเพิ่มขึ้นได้ ภายใน 15-20 นาที หลังดื่ม และถูกขับออกทางปัสสาวะ</p>
<p>จะขอยกงานวิจัยใหม่ๆ ที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ ฤทธิ์ของกาแฟ, ยาลดความดันโลหิต Felodipine และผลต่อค่าความดันโลหิต มาเล่าให้ฟังค่ะ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1152" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/coffeeand-hypertention-01.jpg" alt="กาแฟ กับ ความดันโลหิตสูง" width="2500" height="1667" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/coffeeand-hypertention-01.jpg 2500w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/coffeeand-hypertention-01-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/coffeeand-hypertention-01-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/coffeeand-hypertention-01-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/coffeeand-hypertention-01-1024x683.jpg 1024w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/coffeeand-hypertention-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2500px) 100vw, 2500px" /></p>
<h4><strong>Coffee-Antihypertensive Drug Interaction: A Hemodynamic and Pharmacokinetic Study With Felodipine.</strong></h4>
<p>โดย Bailey DG และคณะ ตีพิมพ์ใน วารสารวิชาการ American Journal of Hypertension. 2016 Aug 1</p>
<p>งานวิจัยนี้ทำการศึกษาแบบ randomized, single-dose, crossover study โดยศึกษาผลของ Hemodynamic และPharmacokinetic โดยติดตามเป็นระยะเวลา 2 วัน ที่อาสาสมัครไม่ได้รับกาแฟ หรืออาหารที่มีส่วนประกอบของคาเฟอีน หลังจากนั้นทำการศึกษาโดยให้อาสาสมัครได้รับกาแฟดำ จำนวน 2 แก้ว ขนาดแก้วละ 300 มิลลิลิตร ร่วมกับ Felodipine ขนาดสูงสุด 10 มิลลิกรัม (งานวิจัยนี้ทำการศึกษาในอาสาสมัครวัยกลางคนความดันปกติ)</p>
<p>ผลการศึกษาพบว่า หลังจากได้รับกาแฟค่าความดันโดยเฉลี่ยของอาสาสมัครมีการเปลี่ยนแปลง โดยพบว่า</p>
<ol>
<li>Brachial systolic มีค่าความดันที่เพิ่มขึ้น 7.6 มิลลิเมตรปรอท (p &lt; 0.001)</li>
<li>Diastolic มีค่าความดันที่เพิ่มขึ้น 9 มิลลิเมตรปรอท (P &lt; 0.001)</li>
<li>Aortic systolic มีค่าความดันที่เพิ่มขึ้น 4 มิลลิเมตรปรอท (P &lt; 0.001)</li>
<li>Pulse (ชีพจร) เพิ่มขึ้น 3.0 ครั้ง/นาที (P &lt; 0.05)</li>
<li>Augmentation เพิ่มขึ้น 1.4 (P &lt; 0.05)</li>
</ol>
<p>เมื่อเปรียบเทียบกับค่าที่วัดตอนเริ่มต้น (Base line)</p>
<p>หลังจากนั้นทดลองให้อาสาสมัครได้รับกาแฟ ร่วมกับยา Felodipine ซึ่งเป็นยาลดความดันตัวหนึ่ง พบว่าค่าความดัน Brachial systolic เพิ่มขึ้น 4.0 มิลลิเมตรปรอท (P &lt; 0.05), ค่าความดัน Diastolic เพิ่มขึ้น 3.9 มิลลิเมตรปรอท (P &lt; 0.001) และค่าความดัน Aortic systolic เพิ่มขึ้น 4.6 มิลลิเมตรปรอท (P &lt; 0.05) เมื่อเปรียบเทียบกับการได้รับยา Felodipine เพียงอย่างเดียว</p>
<p>นอกจากนี้ยังพบว่า ผลของระดับความดันโลหิตกับการได้รับกาแฟ ร่วมกับยา Felodipine มีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และกาแฟที่มีระดับคาเฟอีน 127 มิลลิกรัม จะส่งผลต่อระดับความดันโลหิตได้มากที่สุด</p>
<p>Phramacokinetics ของคาเฟอีน กับยา Felodipine มีความคล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะได้รับกาแฟเพียงอย่างเดียว, ยาเพียงอย่างเดียว หรือได้รับยาและกาแฟร่วมกัน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดอันตรกิริยาต่อกันระหว่างยา และกาแฟในแง่ Pharmacodynamics ได้ และพบว่า การได้รับกาแฟส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระดับความดัน Diastolic เพิ่มขึ้น ในขณะที่ได้รับยา Felodipine ร่วมด้วย ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของผลข้างเคียงของยาได้ ในช่วงที่ไม่ได้รับกาแฟ</p>
<p>อธิบายยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ในกรณีที่อาจเป็นไปได้ เช่น นาย A เป็นโรคความดันโลหิตสูง รับประทานกาแฟเป็นประจำ และได้รับการรักษาโดยใช้ยา Felodipine 10 มิลลิกรัม ในการลดความดันโลหิต อยู่ๆมาวันหนึ่งนาย A เลิกรับประทานกาแฟ แต่ยังใช้ยา Felodipine 10 มิลลิกรัมเท่าเดิมในการรักษาความดัน ก็อาจจะทำให้นาย A ได้รับอาการข้างเคียงจากยาได้ เช่น รู้สึกวูบ ความดันลดลงมากเกินไป เนื่องจากปริมาณยาไม่เหมาะสม ได้รับยามากเกินไป (เพราะอย่าลืมว่า ยา Felodipine 10 มิลลิกรัม ในตอนแรกที่ใช้รักษา ได้รวมฤทธิ์ที่ทำให้ความดันเพิ่มสูงขึ้นจากกาแฟเข้าไปด้วย)</p>
<p>ดังนั้นการบริโภคกาแฟต่อเนื่อง ก็อาจจะส่งผลต่อการวินิจฉัย และการรักษาโรคความดันโลหิตสูงได้ในบางบุคคลค่ะ</p>
<p>จากหลายๆงานวิจัยส่วนใหญ่ จะมีแนวโน้มไปในแนวทางที่พบว่าคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว หรือมีความเสียงเป็นโรคความดันโลหิตสูง เมื่อได้รับกาแฟจะทำให้มีระดับความดันโลหิตสูงกว่าคนโดยทั่วไป และยังพบว่ากาแฟมีผลลดประสิทธิภาพในการทำงานของยาลดความดันโลหิตในกลุ่ม Beta-blocker ได้ด้วย</p>
<p>โดยทั่วไปถ้าเป็นไปได้ จึงมักแนะนำให้ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง หรือมีความเสี่ยงที่จะเป็นความดันโลหิตสูง งดรับประทานกาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน หรือไม่ควรรับประทานกาแฟเกิน 3 แก้ว/วัน</p>
<p>อย่างไรก็ตามยังไม่พบหลักฐานที่เพียงพอจนสามารถสรุปได้ว่า กาแฟสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคความดันโลหิตสูงอย่างแน่ชัด หลักๆแล้ว ตามแนวปฏิบัติในการป้องกันรักษาความดันโลหิตสูง เน้นการปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ในเรื่อง</p>
<ol>
<li>ควบคุมน้ำหนักในผู้ที่เป็นโรคอ้วน BMI มากกว่าหรือเท่ากับ 25 kg/m<sup>2</sup></li>
<li>ออกกำลังกายสม่ำเสมอ</li>
<li>ควบคุมความเค็มในอาหารที่รับประทาน</li>
<li>กินอาหารแบบ DASH</li>
<li>งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</li>
<li>งดการสูบบุหรี่</li>
</ol>
<p>ซึ่งยังไม่มีการกล่าวถึง กาแฟ กับ ความดันโลหิตสูง หรือ การห้ามรับประทานกาแฟ ค่ะ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1153" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/coffee-cup-spoon-cappuccino.jpg" alt="กาแฟ" width="940" height="627" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/coffee-cup-spoon-cappuccino.jpg 940w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/coffee-cup-spoon-cappuccino-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/coffee-cup-spoon-cappuccino-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/coffee-cup-spoon-cappuccino-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/coffee-cup-spoon-cappuccino-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<h4>อ้างอิง</h4>
<p>งานวิจัยเรื่อง <a href="https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/27481881">Coffee-Antihypertensive Drug Interaction: A Hemodynamic and Pharmacokinetic Study With Felodipine</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1151</post-id>	</item>
		<item>
		<title>7  วิธีดูแลสุขภาพสำหรับผู้มีความดันโลหิตสูง</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 22 Jan 2017 20:08:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Healthy]]></category>
		<category><![CDATA[NCDs]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=1113</guid>

					<description><![CDATA[7  วิธีดูแลสุขภาพสำหรับผู้มี ความดันโลหิตสูง ความดันโลห [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>7  วิธีดูแลสุขภาพสำหรับผู้มี ความดันโลหิตสูง</h2>
<p><strong>ความดันโลหิตสูง</strong> จัดว่าเป็นภัยเงียบที่น่ากลัวกว่าที่หลายๆคนคิดไว้ เนื่องจากเป็นโรคที่ไม่ค่อยมีอาการแสดง คนที่เป็นโรคนี้มักไม่รู้ตัวว่าเป็น จนกว่าจะมีการวัดความดัน หรือตรวจสุขภาพ หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้วถึงจะทราบว่าเป็น และโรคความดันโลหิตสูงยังเป็นโรคที่มักจะชวนเพื่อนฝูงมาด้วยอีกตะหาก ซึ่งเพื่อนฝูงที่โรคความดันโรคหิตสูงชอบชวนมา ได้แก่ โรคไต โรคหัวใจและหลอดเลือดค่ะ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1116" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง8-01.jpg" alt="ความดันสูง" width="2500" height="1667" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง8-01.jpg 2500w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง8-01-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง8-01-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง8-01-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง8-01-1024x683.jpg 1024w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง8-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2500px) 100vw, 2500px" /></p>
<p><strong>โรคความดันโลหิตสูง </strong>นั้นว่าเป็นโรคมหาชนเลยก็ว่าได้ ตามสถิติพบว่า ประมาณ 1 ใน 4 ของประชากรโลกที่เป็นผู้ใหญ่ เป็นโรคความดันโลหิตสูง และมีการคาดคะเนว่าปริมาณของผู้ป่วยจะมีมากขึ้นเรื่อยๆด้วย</p>
<p><strong>ความดันโลหิตสูง</strong> หมายถึง <strong>ภาวะที่ระดับความดันโลหิต 140/90 มิลลิเมตรปรอท หรือมากกว่า ซึ่งจะเป็นค่าบน หรือค่าล่างก็ได้</strong></p>
<p>ปัจจัยที่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับ ความดันโลหิตสูงได้แก่ อายุที่เพิ่มขึ้น, ช่วงเวลาในแต่ละวัน ความดันก็มีการขึ้นลงไม่เท่ากัน โดยพบว่าในช่วงเช้าความดันโลหิตอาจจะลดลงเนื่องจากอัตราการเผาผลาญต่ำ และเพิ่มสูงขึ้นในช่วงบ่าย หรือเย็น, สภาวะจิตใจและอารมณ์ พบว่า ความเครียด มีผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้ และจะดีขึ้นหากได้รับการพักผ่อน, เพศ, พันธุกรรม, สภาพภูมิศาสตร์ และเชื้อชาติ</p>
<h4>7 วิธีดูแลสุขภาพสำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง</h4>
<p>นอกจากการรับประทานยาตามแพทย์สั่งแล้ว การดูแลตนเอง ปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิต ไลฟ์สไตล์ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากไม่แพ้การใช้ยาเลยหละค่ะ หากเราใส่ใจดูแลสุขภาพร่วมด้วย การใช้ยาก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p>
<ol>
<li>
<h4>ควบคุมความเค็ม</h4>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1117" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง1-01.jpg" alt="ความดันโลหิตสูง เกลือ ความเค็ม" width="2500" height="1667" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง1-01.jpg 2500w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง1-01-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง1-01-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง1-01-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง1-01-1024x683.jpg 1024w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง1-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2500px) 100vw, 2500px" /></li>
</ol>
<p>ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง <strong>ไม่ควรบริโภค เกลือ เกิน 6 กรัม/วัน หรือ ประมาณ 1 ช้อนชาเศษ (เกลือ 1 ช้อนชา ประมาณ 5 กรัม)</strong> โดยพบว่าหากปฎิบัติตามนี้จะช่วยลดความดันโลหิตค่าบนได้ 2-8 มิลลิเมตรปรอทค่ะ และพบว่าการบริโภค เกลือ ให้น้อยกว่าปริมาณแนะนำ คือ ลดลงเหลือ 3 กรัม/วัน ก็จะยิ่งลดระดับความดันโลหิตได้ดีขึ้น และลดภาวะแทรกซ้อนจากความดันโลหิตสูงได้ดีขึ้นไปอีก</p>
<p>นอกจากนี้ควรใช้สารปรุงรสแค่พอเหมาะ หรือหลีกเลี่ยงไปเลย โดยเฉพาะสารปรุงรสเค็มทั้งหลาย เช่น น้ำปลา ซอส ซีอิ้ว ผงชูรส เกลือ กะปิ ปลาร้า เนื่องจากในสิ่งเหล่านี้จะมีส่วนประกอบของโซเดียมอยู่ ซึ่งจะส่งผลต่อสภาวะโรคความดันโลหิตสูง โซเดียมทำให้ร่างกายมีการสะสมน้ำเพิ่มขึ้น อาจส่งผลให้เกิดภาวะบวมน้ำ ไต และหัวใจทำงานหนักมากขึ้น <strong>ปริมาณโซเดียมที่แนะนำให้บริโภคในแต่ละวันไม่ควรเกิน 2300 มิลลิกรัม/วัน</strong></p>
<p><strong>มาดูปริมาณ โซเดียม ในเครื่องปรุงรส กันดีกว่า</strong></p>
<table style="height: 497px;" width="653">
<tbody>
<tr>
<td width="192">
<p style="text-align: center;">เครื่องปรุงรส</p>
</td>
<td width="174">
<p style="text-align: center;">ปริมาณต่อหนึ่งหน่วยบริโภค</p>
<p style="text-align: center;">(1 ช้อนโต๊ะ = 15 มิลลิลิตร)</p>
</td>
<td width="210">ปริมาณโซเดียมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค (มิลลิกรัม)</td>
</tr>
<tr>
<td width="192">
<p style="text-align: center;">น้ำปลา</p>
</td>
<td style="text-align: center;" width="174">
<p style="text-align: center;">1 ช้อนโต๊ะ</p>
</td>
<td style="text-align: center;" width="210">
<p style="text-align: center;">1170 &#8211; 1520</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td width="192">
<p style="text-align: center;">ซีอิ้วขาว</p>
</td>
<td width="174">
<p style="text-align: center;">1 ช้อนโต๊ะ</p>
</td>
<td width="210">
<p style="text-align: center;">960 &#8211; 1460</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td width="192">
<p style="text-align: center;">ซอยหอยนางรม</p>
</td>
<td width="174">
<p style="text-align: center;">1 ช้อนโต๊ะ</p>
</td>
<td width="210">
<p style="text-align: center;">440 &#8211; 690</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td width="192">
<p style="text-align: center;">เกลือ</p>
</td>
<td width="174">
<p style="text-align: center;">1 ช้อนโต๊ะ</p>
</td>
<td width="210">
<p style="text-align: center;">2000</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td width="192">
<p style="text-align: center;">กะปิ</p>
</td>
<td width="174">
<p style="text-align: center;">1 ช้อนโต๊ะ</p>
</td>
<td width="210">
<p style="text-align: center;">1430 &#8211; 1490</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="text-align: center;" width="192">ผงชูรส</td>
<td style="text-align: center;" width="174">
<p style="text-align: center;">1 ช้อนโต๊ะ</p>
</td>
<td width="210">
<p style="text-align: center;">492</p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในการคำนวณการบริโภคโซเดียมในแต่ละมื้อต้องอย่าลืมว่า ในอาหารที่เรารับประทานทั่วไปเกือบทุกชนิด ก็มีโซเดียมเป็นองค์ประกอบอยู่แล้ว เช่น บะหมี่หมูแดง 1 ชาม มีปริมาณ โซเดียม ประมาณ 1480 มิลลิกรัม หากเราเติม น้ำปลาไป 1 ช้อนโต๊ะ ก็จะบวกโซเดียมไปอีก ประมาณ 1170 มิลลิกรัม 1480 + 1170 = 2650 มิลลิกรัม ซึ่งก็นับว่าเกินปริมาณแนะนำต่อวันไปแล้วค่ะ ยังไม่ได้นับรวมอาหารอื่นๆ ในมื้ออื่นๆอีกนะคะ!!!</p>
<ol start="2">
<li>
<h4>หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง</h4>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1118" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง2-01.jpg" alt="อาหารไขมันสูง" width="2500" height="1667" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง2-01.jpg 2500w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง2-01-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง2-01-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง2-01-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง2-01-1024x683.jpg 1024w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง2-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2500px) 100vw, 2500px" /></li>
</ol>
<p>โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว กะทิ เบคอน ถ้าปรับวิธีการปรุงอาหารเป็นนึ่ง ต้ม แทนการทอดได้จะยิ่งดีต่อความดัน ดีต่อหัวใจ</p>
<ol start="3">
<li>
<h4>ควบคุมน้ำหนัก ในผู้ที่มี BMI ≥ 25 kg/m<sup>2</sup> (ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน)</h4>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1119" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง3-01.jpg" alt="ควบคุมน้ำหนัก ความดันโลหิตสูง" width="2500" height="1667" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง3-01.jpg 2500w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง3-01-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง3-01-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง3-01-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง3-01-1024x683.jpg 1024w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง3-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2500px) 100vw, 2500px" /></li>
</ol>
<p style="text-align: center;">ค่า BMI คำนวณจาก น้ำหนักตัว(กิโลกรัม)/ ส่วนสูง<sup>2 </sup>(เมตร)</p>
<p>เช่น Jaslyn หนัก 50 ก.ก. , สูง 165 เซนติเมตร = สูง 1.65 เมตร</p>
<p>BMI ของ น.ส. Jaslyn = 50/(1.65&#215;1.65) = 18.36 &gt;&gt;&gt; ยังไม่เกิน 25 ถือว่าโอเคร ใครเกิน 25 ต้องควบคุมอาหารและออกกำลังกายค่ะ</p>
<p>พบว่าทุก ๆ น้ำหนักที่ลดลง 1 กก. สามารถลด ความดันค่าบนได้ เฉลี่ย 1 มม.ปรอท โดยรวมการลด น้ำหนัก 10 กก. สามารถลดความดันค่าบน ได้เฉลี่ย 5-20 มม.ปรอท</p>
<p>สำหรับคนไทย การควบคุมน้ำาหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติหรือใกล้เคียงปกติ ค่า BMI ควรอยู่ในช่วง 18.5-22.9 กก./ม.<sup>2</sup> และ รอบเอวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน คือ ผู้ชายน้อยกว่า 90 ซม. และ ผู้หญิงน้อยกว่า 80 ซม</p>
<ol start="4">
<li>
<h4>การรับประทานอาหารแบบ DASH (Dietary Approaches to Stop Hypertension)</h4>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1120" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง4-01.jpg" alt="DASH diet" width="2500" height="1667" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง4-01.jpg 2500w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง4-01-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง4-01-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง4-01-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง4-01-1024x683.jpg 1024w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง4-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2500px) 100vw, 2500px" /></li>
</ol>
<p>โดยเน้นรับประทาน</p>
<ul>
<li>ผัก 5 ส่วนต่อวัน (ผัก 1 ส่วน มีปริมาณ ประมาณ ผักดิบ 2 ทัพพี หรือ ผักสุก 1 ทัพพี)</li>
<li>ผลไม้ 4 ส่วนต่อวัน (ผลไม้ 1 ส่วน มีปริมาณ เท่ากับ ผลไม้หั่นพอดีคำ 6-8 ชิ้น หรือผลไม้ขนาดกลาง 1 ผล หรือผลไม้ขนาดเล็ก 2-4 ผล)</li>
<li>นมไขมันต่ำและผลิตภัณฑ์ นมไขมันต่ำ 2-3 ส่วนต่อวัน</li>
<li>ธัญพืชถั่วเปลือกแข็ง 7 ส่วนต่อวัน</li>
</ul>
<p>การรับประทานอาหารในรูปแบบ DASH จะได้รับโพแทสเซียม, แมกนีเซียม, แคลเซียมและใยอาหารในปริมาณสูงซึ่งจะช่วยเสริมประสิทธิภาพของการลดความดันโลหิตจากการลดโซเดียมในอาหาร แต่ไม่แนะนำให้บริโภคอาหารเสริมเพื่อให้ได้รับแร่ธาตุเหล่านี้ โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคไตค่ะ</p>
<ol start="5">
<li>
<h4>ออกกำลังกายสม่ำเสมอ</h4>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1121" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง5-01.jpg" alt="ออกกำลังกาย" width="2500" height="1667" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง5-01.jpg 2500w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง5-01-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง5-01-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง5-01-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง5-01-1024x683.jpg 1024w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง5-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2500px) 100vw, 2500px" /></li>
</ol>
<p>ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นผู้ที่มีความดันโลหิตสูงเพียงเท่านั้นค่ะ คนทั่วๆไปที่ยังไม่ป่วยก็ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอเช่นกัน เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง แนะนำให้ออกกำลังความหนักระดับปานกลาง อย่างน้อยวันละ 30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน โดยอาจจะแบ่งการออกกำลังกายเป็นช่วงสั้นๆ เช่น ครั้งละ 10 นาที วันละ 3 ครั้ง แบบนี้ก็ได้เช่นกัน กระตุ้นให้ร่างกายกระฉับกระเฉงอยู่เสมอ ลดกิจกรรมนั่งๆ นอนๆ เน้นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆ ให้ทำงานพร้อมๆกันหลายๆมัด</p>
<p>การออกกำลังกายที่มีความหนักปานกลาง เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยานอยู่กับที่แบบไม่ฝืด เต้นแอโรบิคแบบเบาๆ</p>
<p>การออกกำลังกายอื่นๆ เช่น รำไทเก็ก ชี่กง หรือ เล่นโยคะ ก็พบว่าสามารถช่วยลดระดับความดันโลหิตสูงได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน หรือออกกำลังกายไม่สม่ำเสมอ ก็อย่าเพิ่งหักโหมค่ะ ค่อยเป็นค่อยไป ไม่เหนื่อยจนเกินไป ความเหนื่อยอยู่ในระดับที่พอสมควร ยังพอพูดคุยได้ อย่าให้เหนื่อยมากจนพูดไม่ออก</p>
<p style="text-align: center;">ในสัปดาห์ที่ 1 วันละ 1-2 ครั้ง ครั้งละ 10-15 นาที</p>
<p style="text-align: center;">เมื่อเริ่มสัปดาห์ที่ 2 วันละ 1-2 ครั้ง ครั้งละ 15-20 นาที</p>
<p style="text-align: center;">สัปดาห์ที่ 3 วันละ 1-2 ครั้ง ครั้งละ 20-25 นาที</p>
<p style="text-align: center;">และสัปดาห์ที่ 4 วันละ 1-2 ครั้ง ครั้งละ 25-30 นาที</p>
<p style="text-align: center;">เมื่อร่างกายเริ่มออกกำลังได้ต่อเนื่อง เราก็ค่อยเพิ่มจำนวนครั้ง/สัปดาห์ค่ะ</p>
<p><strong>หมายเหตุ :</strong> ระดับปานกลาง หมายถึง ออกกำลังกายจนชีพจรเต้น ร้อยละ 50-70 ของชีพจร สูงสุดตามอายุ</p>
<p>คำนวณยังไง? อัตราชีพจรสูงสุดคำนวณจาก 220 – อายุ (ปี) หรือ ยังสามารถพูดเป็นประโยค ต่อเนื่องได้ (self-talk test) รวมเป็นระยะเวลาสัปดาห์ละ 150 นาที</p>
<ol start="6">
<li>
<h4>จำกัดหรืองดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</h4>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1122" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง6-01.jpg" alt="งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์" width="2500" height="1667" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง6-01.jpg 2500w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง6-01-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง6-01-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง6-01-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง6-01-1024x683.jpg 1024w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง6-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2500px) 100vw, 2500px" /></li>
</ol>
<p>โดยทั่วไปหากมีโรคความดันโลหิตสูงอยู่ ก็ไม่แนะนำให้ดื่มแอลกอฮอล์เลยจะดีที่สุด แต่หากเป็นผู้ที่ดื่มเป็นประจำก็ควรจำกัดปริมาณ ผู้หญิงไม่เกิน 1 ดื่มมาตรฐาน/วัน, ผู้ชายไม่เกิน 2 ดื่มมาตรฐานต่อวัน</p>
<p>ปริมาณ 1 ดื่ม มาตรฐานนั้น ไม่ใช่ 1 แก้ว!!! อย่าเข้าใจผิดนะคะ และ ปริมาณ 1 ดื่ม มาตรฐาน ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ละชนิดก็ไม่เท่ากันด้วยค่ะ</p>
<p>ปริมาณ 1 ดื่มมาตรฐานของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หมายถึง เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ประมาณ 10</p>
<p>กรัม</p>
<p>เอาเป็นว่ามาดูสรุปด้านล่างนี้ดีกว่า ว่า ปริมาณ 1 ดื่มมาตรฐาน ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ละชนิดจะประมาณนี้</p>
<ul>
<li>เหล้าแดง 35 ดีกรี ปริมาณ 2 ฝาใหญ่ หรือ30 มล.</li>
<li>เหล้าขาว 40 ดีกรี ปริมาณ 30 มล.</li>
<li>น้ำขาวอุ กระแช่ 10% ปริมาณ 3 เป๊ก หรือ 150 มล.</li>
<li>สาโท สุราแช่ สุราพื้นเมือง 6% ปริมาณ 4 เป๊ก หรือ200 มล.</li>
<li>เบียร์ 5% : 240 มล.</li>
<li>เบียร์ 4% : ½ กระป๋ อง หรือ 1/3 ขวดใหญ่</li>
<li>ไวน์ 12% : 100 มล.</li>
</ul>
<ol start="7">
<li>
<h4>หยุดสูบบุหรี่</h4>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1123" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง7-01.jpg" alt="" width="2500" height="1667" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง7-01.jpg 2500w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง7-01-600x400.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง7-01-300x200.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง7-01-768x512.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง7-01-1024x683.jpg 1024w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/ความดันสูง7-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2500px) 100vw, 2500px" /></li>
</ol>
<p>การหยุดสูบบุหรี่แม้จะไม่ได้มีผลโดยตรงต่อโรคความดันโลหิตสูง แต่สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดได้ค่ะ หากใครมีปัญหาอยากเลิกบุหรี่สามารถขอคำแนะนำจาก รพ., ร้านยา, หรือ สายด่วน 1600 สายเลิกบุหรี่ได้ค่ะ</p>
<h4>อ้างอิง</h4>
<p><a href="http://www.thaihypertension.org/files/GL%20HT%202015.pdf">Thai Guidelines on The Treatment of Hypertension สมาคมความด ันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย ฉบับปรับปรุง 2558</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1113</post-id>	</item>
		<item>
		<title>บุหรี่ทำให้แก่ก่อนวัย แบบคาดไม่ถึง</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Jan 2017 17:34:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Antiaging]]></category>
		<category><![CDATA[NCDs]]></category>
		<category><![CDATA[เตือนภัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=1024</guid>

					<description><![CDATA[บุหรี่ทำให้แก่ก่อนวัย ได้อย่างไร? เป็นที่ทราบกันดีว่า บ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4>บุหรี่ทำให้แก่ก่อนวัย ได้อย่างไร?</h4>
<p>เป็นที่ทราบกันดีว่า บุหรี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆมากมาย โดยเฉพาะ โรคมะเร็ง, ถุงลมโป่งพอง,หลอดเลือดสมองตีบ, กระดูกพรุน, แผลในกระเพาะอาหาร ฯลฯ และที่ผู้หญิงอย่างเราๆกลัวกันมากที่สุด คือ <strong>&#8220;ความแก่&#8221;</strong></p>
<p>ใช่แล้วค่ะ <strong>บุหรี่ทำให้แก่ก่อนวัย แบบที่ใครๆหลายคนคาดไม่ถึงทีเดียว</strong></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1025" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/smoker-01.jpg" alt="smoker aging สูบบุหรี่ทำให้แก่ก่อนวัย" width="932" height="669" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/smoker-01.jpg 932w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/smoker-01-600x431.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/smoker-01-300x215.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2017/01/smoker-01-768x551.jpg 768w" sizes="(max-width: 932px) 100vw, 932px" /></p>
<p>ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ จะปรากฎสิ่งที่เรียกว่า<strong> Smoker’s Face</strong> ขึ้น สิ่งนี้ คือ ใบหน้าที่เป็นลักษณะเฉพาะของคนสูบบุหรี่ โดยจะมีลักษณะเด่น คือ ใบหน้าดูป่วย ใต้ตาคล้ำ ผิวหยาบกร้านไม่สดใส มีรอยย่นเล็กๆจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณรอบปาก ฟันเหลือง มีกลิ่นปาก</p>
<p>ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำจะส่งผลให้การนำส่งสารอาหาร และออกซิเจนไปสู่เซลล์ผิวหนังลดลง ทำให้สีผิวดูไม่สดใส แลดูโทรม แลดูป่วย ในบุหรี่ 1 มวน ยังประกอบด้วยสารเคมีจำนวนมากกว่า 200 ชนิด ที่มีผลทำลายการสร้างคอลลาเจน และอิลาสติน  ซึ่งเป็นโครงสร้างของผิวหนังที่จะช่วยทำให้ผิวดูเต่งตึงแข็งแรง การสูญเสียคอลลาเจนและอิลาสติน จะนำไปสู่การเกิดริ้วรอยร่องลึกที่แก้ไขยากได้ค่ะ นอกจากนี้ยังพบว่าบุหรี่ไม่เพียงแต่ส่งผลให้เกิดความเหี่ยวบนใบหน้าเท่านั้น ยังส่งผลให้เกิดความเหี่ยวและหย่อนยาน ของกล้ามเนื้อบริเวณแขนด้านใน, หน้าอก, และนิ้วมือได้ด้วย</p>
<p>ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำจะทำให้เกิดริ้วรอยเล็กๆบริเวณรอบปาก เนื่องจากมีการใช้กล้ามเนื้อบริเวณนี้ขยับซ้ำๆเป็นประจำ นานๆเข้าก็จะทำให้อิลาสตินบริเวณนี้ถูกทำลาย และนำไปสู่การเกิดริ้วรอยลึกรอบปากได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังพบว่าบุหรี่ยังสามารถกระตุ้นให้เกิดจุดด่างดำที่ทำให้แลดูแก่กว่าวัยได้อีกด้วย</p>
<p>ความร้อนจากการเผาไหม้ของบุหรี่ ยังเป็นตัวเสริมที่ทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้ง่ายขึ้นไปอีก ริ้วรอยเหล่านี้ง่ายต่อการพัฒนาไปสู่ริ้วรอยลึก โดยเฉพาะการเกิด รอยตีนการอบดวงตา</p>
<p>บุหรี่ยังส่งผลให้บุคลิกโดยรวมของเราดูแก่ก่อนวัย ไม่สดใส เช่น ฟันเหลืองจากคราบบุหรี่ เนื้อฟันบางส่วนผุ ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น นิ้วและเล็บเหลือง ผมร่วงบางก่อนวัย เกิดถุงใต้ตา</p>
<p>บุหรี่ยังส่งผลต่อสุขภาพ ทำให้มีสุขภาพที่แย่ลง ทั้งเกิดโรคถุงลมโป่งพอง, โรคมะเร็ง, ตาบอดถาวร, กระตุ้นให้เกิดโรคสะเก็ดเงิน</p>
<p>มีการเปรียบเทียบระหว่างฝาแฝดที่สูบบุหรี่ และไม่สูบบุหรี่ พบว่า ฝาแฝดคนที่สูบบุหรี่จะมีริ้วรอย และแลดูแก่กว่าอย่างเห็นได้ชัดเจนเลยค่ะ แตกต่างมากแค่ไหนสามารถเข้าไปดูรูปได้ตามลิงค์นี้เลยนะคะ</p>
<p><a href="https://health.good.is/articles/twin-smokes"><strong>Trying To Guess Which Twin Smokes Is The Perfect Way To Help You Quit</strong></a></p>
<h4>สถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับบุหรี่</h4>
<p>ถึงแม้ในประเทศไทยจะมีการรณรงค์มากมายเกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ และมีการติดรูปน่ากลัวๆไว้บนซอง พร้อมคำเตือน เพื่อเตือนถึงภัยอันตรายของบุหรี่แต่หลายคนก็ยังคงไม่ตระหนัก และเห็นความสำคัญ</p>
<p>จริงๆ ต้องบอกเลยว่าบ้านเราหน่วยงานที่ทำหน้าที่รณรงค์ในการเลิกบุหรี่ใส่ใจในเรื่องนี้กันมากถึงมากที่สุดอันดับต้นๆของโลกเลยทีเดียวค่ะ</p>
<p>จากการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของประชากรไทย พ.ศ. 2557 พบว่า ในประชากรอายุตั้งแต่ 15 ขึ้นไป ในปี พ.ศ. 2557 มีอัตราการสูบบุหรี่ที่เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2556 จาก ร้อยละ 19.9 เป็นร้อยละ 20.7 โดยเพิ่มขึ้นทั้งชาย และหญิง</p>
<p>และยังพบอีกว่าผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำมี มีอายุเฉลี่ยที่เริ่มสูบบุหรี่ครั้งแรกที่ลดลง ในปี พ.ศ. 2557 เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2550 โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน อายุเฉลี่ยในการเริ่มสูบบุหรี่ครั้งแรก ลดลง เหลือเพียง 15.6 ปี</p>
<p>บุหรี่ไม่ได้ทำร้ายเฉพาะตัวเอง แต่ควันบุหรี่ยังส่งผลทำลาย ทำร้ายสุภาพของคนรอบข้างด้วย คนที่อาศัยร่วมกับคนที่สูบบุหรี่ จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอดเพิ่มขึ้น 3 เท่า ส่วนเด็กก็จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคหอบหืดเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า เชียวค่ะ</p>
<p>ดูๆแล้ว บุหรี่ไม่มีข้อดีเลยแม้แต่นิดเดียว ควรเลิกตั้งแต่วันนี้ค่ะ หากอยากมีผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง และสุขภาพดี</p>
<h4>อ้างอิง</h4>
<p><a href="http://service.nso.go.th/nso/nsopublish/themes/files/smokePocket57.pdf">สรุปผลที่สําคัญ การสํารวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ และการดื่มสุราของประชากร พ.ศ. 2557</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1024</post-id>	</item>
		<item>
		<title>คุณกำลังเป็นมนุษย์ NCDs หรือเปล่า</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%a2%e0%b9%8c-ncds/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%a2%e0%b9%8c-ncds/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Oct 2016 21:08:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Healthy]]></category>
		<category><![CDATA[infographic]]></category>
		<category><![CDATA[NCDs]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=439</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อวานเราเย็นเราพูดถึงเรื่องจิตวิทยาหนักๆ กันไปแล้ว ง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวานเราเย็นเราพูดถึงเรื่องจิตวิทยาหนักๆ กันไปแล้ว งั้นเช้าวันเสาร์แบบนี้เรามาอ่านบทความสุขภาพชิวๆกันดีกว่าครับ</p>
<p>เราคงเคยได้ยินเรื่องราวการระบาดของโรคระบาดครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นกาฬโรค อหิวาตกโรค และไข้ทรพิษ รุนแรงถึงขนาดต้องย้ายบ้านย้ายเมืองหนี อย่างกาฬโรคในอดีตฆ่าคนไปแล้วหลายล้านคน แต่การระบาดของโรคครั้งใหญ่แบบนั้น เกิดขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กัน? นึกไม่ออกเลยใช่ไหมเลยนะครับ เพราะว่าตั้งแต่โลกได้รู้จักยาปฏิชีวนะ การระบาดของโรคครั้งใหญ่ที่มีคนตายเป็นแสนๆก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลย (แต่ระวังเรื่องเชื้อดื้อยาไว้ด้วยนะครับ ถ้าเกิด superbug ขึ้นมาเยอะๆ ยุ่งแน่ๆครับ) ทุกวันนี้เราไม่ได้ตายด้วยโรคระบาด แต่เรากำลังตายด้วยโรคไม่ระบาด โรคที่เกิดจากความสบาย โรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่ไร้ระเบียบวินัย โรคเหล่านั้นคือ NCDs ครับ</p>
<p>ปล. ถ้าสนใจอย่างเรื่อง Superbug ผมเคยเขียนเรื่อง Superbug ไว้ในบล็อกเล็กๆของผมชื่อ <a href="http://www.itisablogsite.com/">itisablogsite.com</a> ลองไปอ่านกันได้นะครับที่ลิ้งนี้ &gt;&gt;&gt;&gt;&gt; <a href="http://www.itisablogsite.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C/superbug-%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B1/">Superbug เชื้อดื้อยาที่ยากจะรักษา</a></p>
<h2>NCDs คืออะไร</h2>
<p>NCDs เป็นชื่อของกลุ่มโรค ย่อมาจาก Non-Communicable diseases หรือแปลเป็นไทยก็คือ กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง นั่นคือ โรคพวกนี้มันไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค ไม่สามารถติดต่อกันได้ แต่โรคพวกนี้เกิดจาก lifestyle และพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ตัวอย่างของโรคในกลุ่ม NCDs ก็อย่างเช่น โรคเบาหวาน, โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ, โรคถุงลมโป่งพอง, โรคมะเร็ง, โรคความดันโลหิตสูง, โรคอ้วนลงพุง เป็นต้น</p>
<p>กลุ่มโรค NCDs กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ของโลก จากข้อมูลของ WHO ในปี 2552 พบว่าสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรโลก 63% เกิดจากกลุ่มโรค NCDs และที่สำคัญกว่านั้นคือ กว่า 80% เป็น ประชากรของประเทศที่กำลังพัฒนา</p>
<p>สำหรับประเทศไทยนั้น จากข้อมูลปี 2552 พบว่าคนไทยชีวิตจากกลุ่มโรค NCDs มากกว่า 300,000 คน หรือคิดเป็น 73% ของการเสียชีวิตของประชากรไทยทั้งหมด และพบว่ามีคนไทยป่วยเป็นโรค NCDs ถึง 14 ล้านคน !!!!!</p>
<p>หมดยุคของมัจจุราชโรคระบาดที่กระชากวิญญาณคนทั้งหมู่บ้านไปแล้วนะครับ ต่อไปนี้คือยุคของเพชรฆาตเงียบที่ค่อยๆ ฆ่าเราโดยที่ไม่รู้ตัว ที่สำคัญคือเพชรฆาตพวกนั้น ไม่ใช่ใคร แต่คือตัวเราเอง</p>
<h4>พฤติกรรมเสี่ยงของโรค NCDs</h4>
<p>อย่างที่บอกไปครับว่าโรคพวกนี้ส่วนใหญ่มักเกิดจากพฤติกรรมของตัวเราเอง เพราะฉะนั้นแม้ว่าสถิติของโรค NCDs จะสูงและน่ากลัวขนาดไหน เราก็สามารถป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเราเองครับ พฤติกรรมที่เป็นสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรค NCDs อาทิเช่น</p>
<ol>
<li>การดื่มเครื่องดื่มที่มี alcohol</li>
<li>การสูบบุหรี่</li>
<li>ขาดการออกกำลังกาย</li>
<li>รับประทานอาหารหงานมันเค็มจัด</li>
<li>ความเครียด</li>
</ol>
<p>เอาแค่ 5 พฤติกรรมนี้นะครับ ถ้าหากเราสามารถลดพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ได้ จะสามารถลดความเสี่ยงได้หลายอย่าง อาทิเช่น</p>
<ul>
<li>ลดโอกาสเสี่ยงในการเป็นกลุ่มโรค NCDs ได้ถึง 80%</li>
<li>ลดโอกาสในการเป็นมะเร็งได้ 40%</li>
<li>ลดโอกาสการเป็นโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ และ โรคเบาหวานประเภทที่ 2 ได้ถึง 80%</li>
</ul>
<p>ดังนั้น หากใครที่ยังมีพฤติกรรมแบบนี้อยู่ อยากได้ลดหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบ้าง เพราะมันเป็นการลดความเสี่ยงที่ถูกที่สุด ดีที่สุด และยั่งยืนที่สุดครับ</p>
<h4>สถิติน่ารู้</h4>
<p>ผลการสำรวจในปี พ.ศ. 2552 กับกลุ่มเป้าหมายประชากรไทยวัยผู้ใหญ่ พบว่า</p>
<ul>
<li>คนไทย 21.4% เป็นโรคความดันโลหิตสูง และมีคนจำนวนมากที่ว่าไม่รู้ว่าตนเองเป็นโรคความดันโลหิตสูง</li>
<li>ชายไทยที่รู้ตัวว่ามีน้ำตาลในเลือดสูงมีเพียง 56.7% และมีเพียง 27.1% เท่านั้นที่สามารถควบคุมภาวะน้ำตาลในเลือดได้</li>
<li>ผู้หญิงมีความชุกของภาวะไขมันคลอเรสเตอรอลสูงมากกว่าผู้ชาย</li>
</ul>
<ul>
<li>ตั้งแต่ปี 2535 ถึง 2552 ผู้ชายไทยเป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า</li>
</ul>
<p>เพราะฉะนั้น ถ้าหากมีเวลาว่างๆ ก็อยากไปให้ไปตรวจสุขภาพ วัดน้ำตาล ความดัน และไขมันกันบ้างนะครับ</p>
<p>ที่มา : <a href="http://www.thaihealth.or.th/microsite/categories/5/ncds/2/173/176-%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84+NCDs.html">http://www.thaihealth.or.th/microsite/categories/5/ncds/2/173/176-%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84+NCDs.html</a></p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-446 aligncenter" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/คุณกำลังเป็นมนุษย์-NCDs-หรือเปล่า-1.jpg" alt="NCDs, พฤติกรรมเสี่ยง" width="627" height="860" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/คุณกำลังเป็นมนุษย์-NCDs-หรือเปล่า-1.jpg 627w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/คุณกำลังเป็นมนุษย์-NCDs-หรือเปล่า-1-600x823.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/คุณกำลังเป็นมนุษย์-NCDs-หรือเปล่า-1-219x300.jpg 219w" sizes="(max-width: 627px) 100vw, 627px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;">ขอบคุณ infographic จาก สสส. ครับ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%a2%e0%b9%8c-ncds/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">439</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
