<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>จุลินทรีย์ &#8211; Jaslyn</title>
	<atom:link href="https://www.jaslynsense.com/tag/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.jaslynsense.com</link>
	<description>ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง สาระความรู้สุขภาพและความงาม</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Feb 2017 15:57:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.2</generator>

<image>
	<url>https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/07/cropped-01-150x150.jpg</url>
	<title>จุลินทรีย์ &#8211; Jaslyn</title>
	<link>https://www.jaslynsense.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">113788713</site>	<item>
		<title>เมื่อ แบคทีเรีย พา อ้วน</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89-%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89-%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Dec 2016 19:26:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Diet]]></category>
		<category><![CDATA[Healthy]]></category>
		<category><![CDATA[จุลินทรีย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=966</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อ “แบคทีเรีย” พา “อ้วน” ฉันไม่ได้อยากกินน้ำตาล แบคท [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>เมื่อ “แบคทีเรีย” พา “อ้วน”</h2>
<h2>ฉันไม่ได้อยากกินน้ำตาล แบคทีเรียของฉันต่างหากที่อยากกิน</h2>
<h2><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-969" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/bacteriainducefat-1.jpg" alt="bacteria induce fat แบคทีเรีย ทำให้ อ้วน" width="794" height="531" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/bacteriainducefat-1.jpg 794w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/bacteriainducefat-1-600x401.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/bacteriainducefat-1-300x201.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/bacteriainducefat-1-768x514.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/bacteriainducefat-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 794px) 100vw, 794px" /></h2>
<h4>ทราบมั๊ยคะว่า แบคทีเรีย ทำให้ อ้วน ได้?</h4>
<p>แบคทีเรียสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มักถูกมองข้าม หลายคนอาจจะคิดว่าอยู่ตัวคนเดียว ไปไหนมาไหนคนเดียว แต่ไม่จริงหรอกค่ะ ทั้งบนผิวหนัง และในร่างกายของเรานั้นมีแบคทีเรียอยู่ร่วมกันกับเรามากถึง 100 ล้านล้านเซลล์ (เรียกว่าเยอะจนไม่แน่ใจว่าแบคทีเรียมาอาศัยเราอยู่ หรือแบคทีเรียเป็นเจ้าถิ่นคอยคุมเรากันแน่) มีการประมาณว่า หากเรานำแบคทีเรียบนร่างกายทั้งหมดมาชั่งรวมกัน จะมีน้ำหนักถึง 1.36 กิโลกรัม เลยค่ะ ซึ่งแบคทีเรียที่อยู่กับเรานั้น ก็จะมีทั้งแบคทีเรียที่ดี และแบคทีเรียไม่ดี คอยก่อโรค ซึ่งเราต้องคอยบริหารจัดการอยู่เสมอนะคะให้เจ้าแบคทีเรียที่ดีมีปริมาณมากกว่า เพราะหากแบคทีเรียก่อโรคมีปริมาณมากกว่าเมื่อไหร่ ก็เหมือนแก็งค์อันธพาลครองเมืองเลยค่ะ ร่างกายเราก็จะเริ่มป่วยด้วยโรคต่างๆ เช่น อาหารไม่ย่อย ติดเชื้อบริเวณช่องคลอด ตกขาว ภูมิแพ้ รวมถึงโรคอ้วน ฯลฯ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>ความสัมพันธ์ของ แบคทีเรีย กับ ความอ้วน</h4>
<p>ความอ้วนนั้นไม่ได้มีปัจจัยมาจากการที่เรากินมาก หรือออกกำลังกายน้อยเพียงเท่านั้น ในบางกรณีความอ้วนยังมีความสัมพันธ์กับปัจจัยอื่นๆด้วย เช่น พันธุกรรม ประเภทของอาหารที่กิน โรค ความเครียด ไลฟ์สไตล์ รวมถึง ความสมดุลในปริมาณ,ชนิดของแบคทีเรียในร่างกาย (ใช่ค่ะ แบคทีเรีย ทำให้ อ้วน ได้ อ่านแล้วรู้สึก เฮ้ย จริงดิ! แบคทีเรียนี่นะ)</p>
<p>มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่า ปริมาณ Bifidobacteria ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ดีต่อร่างกาย จะมีปริมาณลดลงเมื่อมีการบริโภคอาหารไขมันสูงอย่างต่อเนื่อง และพบว่าการรับประทานอาหารไขมันสูง จะทำให้ Gut permeability เพิ่มสูงขึ้น แล้วส่งผลให้ระดับของ ไลโปโพลีแซคคาไรด์ ในเลือดเพิ่มสูงขึ้นไปด้วย ซึ่งนำไปสู่กระบวนการอักเสบ</p>
<p>นอกจากนี้ยังพบว่า ในทางเดินอาหารของคนที่เป็นโรคอ้วน จะมีสัดส่วนของแบคทีเรีย เฟิร์มมิคิวติส (Firmicutes) มากกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับ แบคทีรอยดิส (Bacteroidetes) และสอดคล้องกันกับการศึกษาในหนูที่เป็นโรคอ้วน ก็พบว่าจำนวนประชากรของ แบคทีเรีย เฟิร์มมิคิวติสจะมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ แบคทีรอยดิส มีประชากรลดลง และจากการสำรวจในกลุ่มคนที่กินคาร์โบไฮเดรตน้อย หรือจำกัดปริมาณแคลอรี พบว่า น้ำหนักที่ลดลงมีความสัมพันธ์กับ ปริมาณของ แบคทีรอยดิส ที่เพิ่มขึ้น และพบว่า คนที่เป็นโรคอ้วน จะพบ ความหลากหลายของสายพันธุ์แบคทีเรียในระบบทางเดินอาหารน้อยกว่า คนที่ผอม</p>
<p>และนักวิทยาศาสตร์ยังพบอีกว่า แบคทีเรียในทางเดินอาหาร มีผลต่อพฤติกรรมการรับประทานอาหารด้วย</p>
<h4>“ฉันไม่ได้อยากกินน้ำตาล แบคทีเรียของฉันต่างหากที่อยากกิน”</h4>
<p>อันนี้แปลคำพูดจาก เภสัชกร ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นวิทยากรท่านหนึ่ง ได้กล่าวไว้ ในงานอบรมวิชาการ และสะดุดใจแอดมินมาก จนต้องไปหาข้อมูลว่า จริงหรือไม่?</p>
<p>มีหลักฐานบ่งชี้ว่า ความหิว ของเรา มีความสัมพันธ์กับ แบคทีเรียในระบบทางเดินอาหาร โดยพบว่า ในปัสสาวะของคนที่ชอบกินช็อคโกแลต และคนที่ไม่ชอบกินช็อคโกแลต มีแบคทีเรียในปัสสาวะที่ไม่เหมือนกัน ทั้งๆที่ควบคุมการรับประทานอาหารให้เหมือนกัน</p>
<p>มีบางการศึกษาพบว่า Probiotic หรือ แบคทีเรียที่ดีต่อร่างกาย เช่น <em>Lactobacillus casei</em> มีผลส่งเสริมอารมณ์ในทางบวก</p>
<p>แบคทีเรีย ควบคุมพฤติกรรมการกินของเราจากหลายกลไก ได้แก่ กลไกการให้รางวัล (reward pathway), สร้างสารที่ส่งผลต่อความรุ้สึกและอารมณ์, กระตุ้นให้เกิดการเพิ่มขึ้นของต่อมรับรสที่ลิ้น, สร้างสารสื่อประสาทที่สามารถกระตุ้น Vagus nerve (Vagus nerve มีความเกี่ยวข้องกับ พฤติกรรมการกิน และ น้ำหนัก พบว่าหากมีการบล็อค Vagus nerve จะทำให้น้ำหนักลด จนเกิดโรคอะนอร์เล็กเซียได้)</p>
<h4>แบคทีเรียทำให้อ้วนได้อย่างไร?</h4>
<p>แบคทีเรียที่ไม่ดีในลำไส้บางสายพันธุ์ มีความสัมพันธุ์กับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผนังลำไส้เล็ก ทำให้มีจำนวน Villi ในทางเดินอาหารเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้ร่างกายสามารถย่อยและได้รับพลังงานจากอาหารได้มากขึ้น เท่านั้นไม่พอ แบคทีเรียเหล่านี้ ตัวมันเองสามารถย่อยอาหารบางอย่างที่ร่างกายเราย่อยไม่ได้ แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ ดังนั้นคนที่มีแบคทีเรียเหล่านี้อยู่มากจึงพลอยได้รับพลังงานเพิ่มมากขึ้นไปด้วย</p>
<p>แบคทีเรียเหล่านี้ยังไปยับยั้ง fasting-induced adipose factor (FIAF) จึงส่งผลให้มีการเก็บสะสมไขมันในเนื้อเยื่อไขมันเพิ่มขึ้น และแบคทีเรียที่ไม่ดียังสามารถสร้างสารพิษ Endotoxin ขึ้นมา แล้วกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ และเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ได้อีกด้วย</p>
<h4>วิธีบริหารจัดการแบคทีเรีย?</h4>
<p>แบคทีเรียที่ไม่ดีต่อร่างกาย และส่งผลให้อ้วน หากเรากินอาหารที่มีไขมันสูง และขนมหวาน น้ำตาลมันก็จะเจริญเติบโตดีค่ะ แต่หากเราอยากจะมีร่างกายที่ดี เราต้องให้แบคทีเรียที่ดี เช่น แลคโตบาซิลลัส, ไบฟิโดแบคทีเรีย เป็นผู้นำ ซึ่งเราสามารถสนับสนุนแบคทีเรียที่ดีได้ โดยเลือกรับประทานอาหารที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ดี และดูแลสุขภาพจิตใจค่ะ</p>
<ol>
<li>รับประทานแป้งไม่ขัดสี ธัญพืชไม่ขัดสี เพราะอาหารกลุ่มนี้มีเส้นใยสูง แบคทีเรียที่ดีชอบอาหารมีเส้นใยค่ะ</li>
<li>รับประทานผัก เช่น กระเทียม ต้นหอม หัวหอม กะหล่ำ บรอกโคลี กระเจี๊ยบมอญ และผลไม้ แก้วมังกร ส้มโอ น้อยหน่า ทับทิม พืชตระกลูเบอร์รี่</li>
<li>ถั่ว เพราะ มีใยอาหารสูง โปรตีนที่ดี และไขมันที่ดีต่อร่างกาย</li>
<li>งดการดื่มสุราเป็นประจำ หากจะดื่มเปลี่ยนเป็นไวน์แทน เพราะ มีแบคทีเรียที่ดีบางสายพันธุ์ชอบสารโพลีฟีนอลในไวน์ แต่ต้องดื่มในปริมาณที่เหมาะสมนะคะ</li>
<li>ทำจิตใจให้ปลอดโปร่ง ลดความเครียด ลดความกดดัน</li>
<li>รับประทานโยเกิร์ต เพิ่มประชากรแบคทีเรียที่ดี ควรเลือกแบบรสธรรมชาติ, ไขมันต่ำ มีการระบุว่า “<strong>Live Culture</strong>” หรือ “<strong>Active Culture</strong>” เพื่อบ่งบอกว่าแบคทีเรียที่ดียังมีชีวิตอยู่</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลังจากอ่านบทความนี้จบแล้ว อย่าลืม ไปบริหารจัดการ แบคทีเรียในทางเดินอาหารของเรากันนะคะ</p>
<p><strong>อ้างอิง</strong></p>
<ol>
<li>บทความ เรื่อง <a href="https://www.researchgate.net/publication/6617713_Microbial_Ecology_Human_gut_microbes_associated_with_obesity">Human gut microbes associated with obesity</a></li>
<li>บทความ เรื่อง <a href="http://link.springer.com/article/10.1186/s12944-016-0278-4">The role of Gut Microbiota in the development of obesity and Diabetes</a></li>
<li>งานวิจัย เรื่อง <a href="https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4274436/pdf/ismej201499a.pdf">Modulation of gut microbiota during probiotic-mediated attenuation of metabolic syndrome in high fat diet-fed mice</a></li>
<li>บทความ เรื่อง<a href="http://download.springer.com/static/pdf/698/art%253A10.1186%252Fs13073-016-0303-2.pdf?originUrl=http%3A%2F%2Fgenomemedicine.biomedcentral.com%2Farticle%2F10.1186%2Fs13073-016-0303-2&amp;token2=exp=1482671001~acl=%2Fstatic%2Fpdf%2F698%2Fart%25253A10.1186%25252Fs13073-016-0303-2.pdf*~hmac=aa8e7d9653a57513688f44c6397333479cadb07d8ef7bf6916571fe616f0ff6f"> Impact of the gut microbiota on inflammation, obesity, and metabolic disease</a></li>
<li>บทความ เรื่อง <a href="https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4270213/pdf/bies0036-0940.pdf">Is eating behavior manipulated by the gastrointestinal microbiota?</a> Evolutionary pressures and potential mechanisms</li>
<li>หนังสือ Micro biota อวัยวะที่ถูกลืม โดย พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล</li>
</ol>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89-%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">966</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 5 ข้อกำหนดของประเทศไทย</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%875/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%875/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Dec 2016 10:51:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่องเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<category><![CDATA[จุลินทรีย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=915</guid>

					<description><![CDATA[ห่างหายไปนาน กลับมาต่อกันนะครับ คราวที่แล้วเราพูดถึงข้อ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ห่างหายไปนาน กลับมาต่อกันนะครับ คราวที่แล้วเราพูดถึงข้อกำหนดด้านเชื้อจุลินทรีย์ของ EU กับอเมริกากันไปแล้ว คราวนี้เรามาดูข้อกำหนดของไทยกันบ้าง ว่าจะเป็นยังไงนะครับ จะโหดหิน หรือว่าชิวๆ หรือว่าไปลอกของคนอื่นมาทั้งดุ้นเลยกันแน่ มาดูกันครับ</p>
<p>ต้องบอกก่อนนะครับว่ากฏหมายนี้เป็นกฏหมายที่พึ่งผ่านมาสดๆร้อนๆ เพราะเราพึ่งประกาศกฏหมายฉบับนี้เมื่อปี 2559 นี้เองครับ เพราะว่าก่อนหน้านี้ คือสมัยที่เรายังใช้ พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2535 อยู่ มีการกำหนดไว้ว่าเครื่องสำอางที่ดีต้องปราศจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค พร้อมกำหนดบทลงโทษเอาไว้ แต่!!! ในกฏหมายลูก คือ ประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนดคุณลักษณะทางชีววิทยาสำหรับเครื่องสำอาง กำหนดไว้แค่ 4 ประเภท คือ ผ้าอนามัย, ผ้าเย็น, แป้งฝุ่น และแป้งน้ำเท่านั้น ไม่มีพวกครีมทาหน้า โลชัน และอื่นๆ!!! แปลกดีไหม? แต่ถึงอย่างนั้น อย.เราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ปล่อยเลยตามเลยนะครับ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการตรวจจุลินทรีย์ในเครื่องสำอางเนี่ย เค้าก็ไปเอามาตรฐานทางจุลชีววิทยาของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมมาใช้อ้างอิงไปพลางๆก่อน</p>
<p>ต่อมาเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2558 เราก็มี<a href="http://library2.parliament.go.th/giventake/content_nla2557/law86-080958-5.pdf">พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558</a> เราก็ยกเลิกพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ.2535 ทิ้งไป</p>
<h4>เรามาดูกันดีกว่าครับว่า พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 นี้ จะพูดถึงเชื้อจุลินทรีย์ในเครื่องสำอางไว้ว่ายังไงบ้าง</h4>
<p>ในมาตรา 60 กำหนดไว้ว่า ผู้ใดผลิตเพื่อขาย นำเข้าเพื่อขาย หรือรับจ้างผลิตเครื่องสำอางอันเป็นการฝ่าฝืนประกาศที่รัฐมนตรีออกมาตามมาตรา 6 (1)<strong> ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ </strong> (โหดกว่าขายเครื่องสำอางไม่มีเลขจดแจ้งซะอีก)</p>
<p>เอ้าแล้วมาตรา 6 (1) มันเกี่ยวอะไรกับเชื้อจุลินทรีย์</p>
<p>คืองี้ครับ มาตรา 6(1) มันคือชื่อ ประเภท ชนิดหรือคุณลักษณะของเครื่องสำอางที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย ที่รัฐมนตรีประกาศ</p>
<p>ทีนี้ในปี 2559 รัฐมนตรีก็ประกาศกฏหมายลูกออกมาในชื่อ <a href="http://e-cosmetic.fda.moph.go.th/data_center/ifm_mod/nw/%BB%C3%D0%A1%D2%C8%CF_%C5%D1%A1%C9%B3%D0%E0%A4%C3%D7%E8%CD%A7%CA%D3%CD%D2%A7%CB%E9%D2%C1%BC%C5%D4%B5.PDF"><strong>ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดลักษณะของเครื่องสำอางที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย</strong></a> ซึ่งมันมีข้อกำหนดเกี่ยวกับเชื้อจุลินทรีย์อยู่ด้วย โดยมีประเด็นหลักๆอยู่ 3 ประเด็น คือ</p>
<ol>
<li>เครื่องสำอางต้องไม่ตรวจพบเชื้อก่อโรค ได้แก่<br />
&#8211; ซูโดโมแนส แอรูจิโนซา (<em>Pseudomonas aeruginosa</em>)<br />
&#8211; สตาฟิโลค็อกคัส ออเรียส (<em>Staphylococcus aureus</em>)<br />
&#8211; แคนดิดา อัลบิแคนส์ (<em>Candida albicans</em>)<br />
&#8211; คลอสตริเดียม (Clostridium spp.) (เฉพาะเครื่องสําอางผสมสมุนไพร)</li>
<li>เครื่องสำอางที่ใช้รอบดวงตา เครื่องสำอางที่สัมผัสกับเยื่อบุอ่อน และเครื่องสําอาง สําหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ต้องมีจํานวนรวมของแบคทีเรีย ยีสต์ และรา ที่เจริญเติบโตโดยใช้อากาศ (Total aerobic plate count) ไม่เกิน 500 โคโลนีต่อกรัม (cfu/g) หรือลูกบาศก์เซนติเมตร ส่วนเครื่องสำอางอื่นๆนอกเหนือจากนี้ต้องมีจํานวนรวมของแบคทีเรีย ยีสต์ และรา ที่เจริญเติบโตโดยใช้อากาศ (Total aerobic plate count) ไม่เกิน 1,000 โคโลนีต่อกรัม (cfu/g) หรือลูกบาศก์เซนติเมตร</li>
<li>สำหรับวิธีการตรวจเชื้อจุลินทรีย์ที่กล่าวถึงในข้อ 1 กับ 2 ห้ามคิดขึ้นเองนะ วิธีที่ใช้ให้เอามาจาก ISO (International Organization for Standardization) หรือ USP (United States Pharmacopeia) หรือวิธีอื่นที่เป็นมาตรฐานสากลเป็นที่ยอมรับ</li>
</ol>
<p>จะว่าข้อกำหนดเรื่องเชื้อของไทยก็คล้ายๆกับของอเมริกาและ EU ผสมๆกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นชนิดของเชื้อที่ห้ามตรวจพบ และปริมาณเชื้อสูงสุดที่ยอมรับได้ (ตัว Total aerobic plate count จะคล้ายๆกับของอเมริกา แต่เชื้อก่อโรคที่ห้ามตรวจพบจะคล้ายๆกับของ EU)</p>
<p>เป็นยังไงบ้างครับกับข้อกำหนดของไทย จะว่ามาตรฐานของเราก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ามาตรฐานระดับโลกอย่าง อเมริกา หรือ EU เท่าไรนัก จะต่างกันก็ตรงการบังคับใช้ก็เท่านั้น</p>
<h4>การบังคับใช้กฏหมาย</h4>
<p>พูดกันตามตรงนะครับ เรามีมาตรฐานไว้ก็จริง แต่การที่จะรู้ได้ว่าเครื่องสำอางจะมีเชื้อเกินหรือเปล่า ก็ต้องมีการสุ่มตรวจ แต่เครื่องสำอางในท้องตลาดมีเป็นหมื่น เป็นแสนชนิด ความจริงก็คือ อย. เราคงไม่สามารถไปสุ่มตรวจทุก lot ทุกยี่ห้อได้ อันที่จริงเป็นส่วนน้อยมากที่เราสุ่มมาได้ อีกอย่างการควบคุมตรงนี้เป็นการควบคุมที่ปลายเหตุครับ คือ คุณผลิตครีมออกมา คุณไม่ต้องตรวจเชื้อก็ได้ แต่คุณต้องมั่นใจนะว่าเชื้อคุณไม่เกิน เพราะถ้าเราสุ่มตรวจเจอ คุณก็ถูกดำเนินคดี แต่มันก็มีประเด็นอีกว่า จะรู้ได้ยังไงว่าเชื้อที่มันเกิน เกิดจากผู้ผลิตขาดความใส่ใจในสุขลักษณะและความปลอดภัยของผู้บริโภคจริงๆ ไม่ได้เกิดจากตัวผู้บริโภคใช้ผิดวิธี หรือเก็บรักษาไว้ไม่ดีตามคำแนะนำของผู้ผลิต ซึ่งตรงนี้หากผู้ผลิตคนไหนที่มีการตรวจเชื้อเองทุกรุ่นการผลิต ก็จะเป็นการเซฟตัวผู้ผลิตเองด้วยว่า ผมมีหลักฐานนะว่า lot นี้ผมตรวจของผมแล้ว ผลมันผ่านนะ ที่ อย. ตรวจแล้วไม่ผ่านน่ะ น่าจะเกิดจากการเก็บรักษามากกว่า</p>
<p>แต่เอาจริงๆ ผู้ผลิตส่วนใหญ่ของเราเลือกที่จะส่งตรวจกับกรมวิทย์เป็นบาง lot ครับ (เพราะทุก lot มันเปลือง) หรือผู้ผลิตบางรายไม่ตรวจเลยก็มี (อาจเกิดจากมั่นใจในกระบวนการผลิตของตัวเองมาก หรือไม่ก็ไม่ใส่ใจเพราะโอกาสถูกสุ่มเจอมันน้อยมากๆ แถมต้องพิสูจน์กันอีกว่า เชื้อที่ปนเปื้อนมาจากผู้ผลิตจริงๆ)</p>
<p>ถ้าเป็นผู้ผลิตระดับ Premium เลย เค้าจะตรวจทุก lot ครับ แล้วเค้าจะเก็บตัวอย่างทุกรุ่นการผลิตไว้ตามสภาวะที่ระบุไว้ในฉลากกับตัวเองด้วย เพราะถ้ามีปัญหาเรื่องการฟ้องร้องขึ้นมา เค้าจะเอาตัวอย่างที่เค้าเก็บไว้มาพิสูจน์ดูเลยว่า ถ้าหากเก็บไว้ตามสภาวะที่เค้าบอก ผลจะเป็นอย่างไร ไม่ใช้แค่เรื่องเชื้อนะครับ มันอาจเป็นเรื่องสี กลิ่น หรือลักษณะอื่นๆที่อาจนำมาสู่ข้อพิพาทระหว่าง ผู้ผลิต, อย. และผู้บริโภคได้ ซึ่งถ้าทำแบบนี้หลักฐานมันจะชัดเจนและจบครับ ไม่ต้องพิสูจน์อะไรกันยืดยาว</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตที่เก็บตัวอย่างแบบนี้ถือว่าทำเกินมาตรฐานและข้อกำหนดของเครื่องสำอางไปพอควรครับ เพราะจริงๆข้อกำหนดแบบนี้เค้าใช้กับ &#8220;ยา&#8221; (ในมาตรฐานของยาจะเรียกว่า Retained Sample ครับ) อย่างไรก็ตามผู้ผลิตบางรายที่ทำระบบมาตรฐานพวก ISO อะไรต่างๆ ก็อาจโดนบังคับให้ทำได้เช่นกันครับ ผู้ผลิตในไทยที่ทำแบบนี้ บอกเลยว่า &#8220;มี&#8221; นะครับ แต่ไม่เยอะ มีไม่กี่แห่งที่ทำขนาดนี้ ต้องหากันดีๆครับ</p>
<h4>ก่อนหน้า :</h4>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%871/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 1 บทนำเรื่องผิวๆ</a></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%872/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 2 เชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์และการควบคุม</a></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%873/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 3 ข้อกำหนดของพญาอินทรีย์</a></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%87/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%874/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 4 ข้อกำหนดของ EU</a></strong></p>
<h4>อ่านต่อ :</h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-920" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/ข้อกำหนดของไทย.jpg" alt="" width="960" height="720" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/ข้อกำหนดของไทย.jpg 960w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/ข้อกำหนดของไทย-600x450.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/ข้อกำหนดของไทย-300x225.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/ข้อกำหนดของไทย-768x576.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/12/ข้อกำหนดของไทย-370x277.jpg 370w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%875/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">915</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 4 ข้อกำหนดของ EU</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%874/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%874/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Nov 2016 11:40:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่องเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<category><![CDATA[จุลินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[สารกันเสีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=741</guid>

					<description><![CDATA[ในตอนที่แล้วเราได้พูดถึงข้อกำหนดเกี่ยวกับเชื้อจุลินทรีย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในตอนที่แล้วเราได้พูดถึงข้อกำหนดเกี่ยวกับเชื้อจุลินทรีย์ในเครื่องสำอางของอเมริกากันไปแล้ว ในตอนนี้เราจะไปดูกันนะครับว่าสหภาพยุโรปหรือ EU จะมีข้อกำหนดเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าอย่างไรกันบ้าง</p>
<p>ถ้าใครได้อ่านบทความเรื่อง <a href="http://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad/%e0%b9%8ausa-vs-eu-%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/">อะไรน่าเชื่อถือกว่ากัน ระหว่าง USA กับ EU (ยา/เครื่องสำอาง/อาหารเสริม)</a> จะพอทราบแล้วบ้างว่า EU มีแนวคิดที่ต้องการควบคุมทั้งกระบวนการตั้งแต่วัตถุดิบ จนถึงกระบวนการผลิต ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเท่าไร หากข้อกำหนดของ EU จะจุกจิกและยิบย่อยกว่าของอเมริกาไปบ้าง ในขณะที่อเมริกาจะค่อนข้างโฟกัสไปที่ Final Product มากกว่า (ประมาณว่าถ้าสุดท้ายแล้วผลเชื้อมันผ่าน ก็โอเค ไม่ต้องไปคิดไรมาก)</p>
<h2>ข้อกำหนดและแนวทางของ EU</h2>
<p>Brief : แนวทางของ EU โดยรวมแล้วจะต่างกับของอเมริกาตรงที่ของ EU จะโฟกัสที่วัตถุดิบและกระบวนการผลิตด้วย</p>
<p>ใน Cosmetic Directive 76/768/EEC Volume 3 Guidelines Cosmetic products ของ EU ได้กำหนดแนวทางเกี่ยวกับจุลินทรีย์และเครื่องสำอางไว้ดังนี้</p>
<p><strong>ใน Annex 7 Guidelines for the safety assessment of the finished cosmetic product</strong> กล่าวไว้ว่า คุณภาพของวัตถุดิบที่ใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางมีความสำคัญต่อความปลอดภัยของเครื่องสำอางสำเร็จรูป อย่างพวกสารที่มีความซับซ้อน (Complex ingredients) ผู้ผลิตต้องจำเป็นต้องทราบคุณลักษณะของวัตถุดิบชนิดนั้นๆ อย่างละเอียด โดยเฉพาะข้อมูลด้านคุณลักษณะทางจุลชีววิทยา เพื่อประเมินความปลอดภัยก่อนจะนำมาใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง อาทิเช่น</p>
<ol>
<li>หากใช้วัตถุดิบที่มีที่มาจากสัตว์ ผู้ผลิตต้องมีข้อมูลเบื้องต้น อย่างพวก ชนิดของสัตว์ ชนิดของอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่ใช้ หรือของเหลวต่างๆที่นำมาใช้ รวมถึงวิธีการเตรียมวัตถุดิบเหล่านั้น เช่น กระบวนการสกัด</li>
<li>หากใช้วัตถุดิบที่มีที่มาจากพืช ผู้ผลิตต้องมีข้อมูลเบื้องต้นพวก ชื่อทางพฤกษศาสตร์ ส่วนของพืชที่นำมาใช้ กรรมวิธีการเตรียม รวมถึงคุณลักษณะทางชีววิทยาและการปนเปื้อนของเชื้อรา</li>
</ol>
<p><strong>ใน Annex 8 Guideline on Microbiological quality of the finished cosmetic products</strong> ได้กล่าวไว้ว่า ตามปกติผิวหนังของมนุษย์มีกลไกการป้องกันอันตรายจากเชื้อจุลินทรีย์ตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ในบางสภาวะ หรือในบางกรณี กลไกนี้อาจทำงานได้ไม่สมบูรณ์ ดังนั้นเครื่องสำอางที่มีการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะกรณีที่ต้องคำนึงเป็นพิเศษ เช่น เครื่องสำอางที่มีการใช้ในบริเวณผิวที่บอบบางอย่างรอบดวงตา เยื่อบุอ่อน บริเวณที่มีการติดเชื้อหรือมีบาดแผล หรือใช้ในคนบางกลุ่มเช่น ใช้ในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี ในผู้สูงอายุ หรือในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน และเมื่อพิจารณาจากคุณลักษณะทางจุลชีววิทยาแล้ว เครื่องสำอางสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ Category 1 และ Categoty 2</p>
<p><strong>Category 1</strong> : กลุ่มนี้จะเป็นเครื่องสำอางที่ระบุให้ใช้บริเวณรอบดวงตา เยื่อบุอ่อน หรือในเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ซึ่งกลุ่มนี้ถือว่ามีความเสี่ยงสูง จึงกำหนดคุณสมบัติทางจุลชีววิทยาไว้อย่างเข้มงวด ดังนี้</p>
<ol>
<li>ต้องมีจำนวนเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดไม่มากกว่า 100 cfu/g (หรือ ml) ใน 0.5 g (หรือ ml) ของผลิตภัณฑ์</li>
<li>ต้องตรวจไม่พบเชื้อก่อโรค ได้แก่ <em>Pseudomonas aeruginosa, Staphylococcus aureus, Candida albicans </em>เมื่อสุ่มตรวจในผลิตภัณฑ์ 0.5 g (หรือ ml)</li>
</ol>
<p><strong>Category 2</strong> : กลุ่มนี้คือเครื่องสำอางอื่นๆทั้งหมดที่ไม่ได้จัดอยู่ใน Category 1 ซึ่งกำหนดคุณสมบัติทางจุลชีววิทยาไว้ดังนี้</p>
<ol>
<li>ต้องมีจำนวนเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดไม่มากกว่า 1000 cfu/g (หรือ ml) ใน 0.1 g (หรือ ml) ของผลิตภัณฑ์</li>
<li>ต้องตรวจไม่พบเชื้อก่อโรค ได้แก่ <em>Pseudomonas aeruginosa, Staphylococcus aureus, Candida albicans </em>เมื่อสุ่มตรวจในผลิตภัณฑ์ 0.1 g (หรือ ml)</li>
</ol>
<p>นอกจากนี้ยังได้กล่าวได้ด้วยว่า การที่จุลินทรีย์เข้าไปปนเปื้อนในเครื่องสำอางอาจเกิดขึ้นได้ 2 ช่วง คือ</p>
<ol>
<li>ระหว่างกระบวนการผลิตและการบรรจุ</li>
<li>ระหว่างการใช้งานของผู้บริโภค ตั้งแต่เริ่มเปิดใช้จนกระทั้งใช้ผลิตภัณฑ์นั้นจนหมด ซึ่งมีโอกาสที่ผลิตภัณฑ์จะได้รับเชื้อจุลินทรีย์ทั้งจากสิ่งแวดล้อมและตัวผู้บริโภคเอง</li>
</ol>
<p>และแม้ว่าจะมีรายงานจำนวนไม่มากนักที่แสดงว่า เครื่องสำอางที่มีการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์เป็นสาเหตุของการติดเชื้อ แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์มักนำไปสู่ความไม่คงตัวและการเสื่อมของผลิตภัณฑ์ ดังนั้นเพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องสำอางที่ผลิต มีคุณภาพดีและมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ผู้ผลิตจำเป็นต้องมีการตรวจปริมาณและคุณสมบัติทางจุลชีววิทยาของเครื่องสำอางสำเร็จรูปอย่างสม่ำเสมอทุกรุ่นการผลิต ก่อนออกจำหน่ายสู่ท้องตลาด</p>
<p>สำหรับสารกันเสียที่ใช้ในเครื่องสำอางนั้น EU ได้มีการห้ามใช้สารกันเสียหลายชนิด ล่าสุดก็แบนสารกลุ่ม Paraben อย่าง Isopropylparaben, Isobutylparaben, Phenylparaben, Benzylparaben และ Pentylparaben และในมีแนวโน้มว่าจะแบน Methylisothiazolinone ในครีมทาตัวและผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย ในปี 2017 ด้วยครับ</p>
<h4>ก่อนหน้า :</h4>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%871/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 1 บทนำเรื่องผิวๆ</a></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%872/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 2 เชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์และการควบคุม</a></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%873/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 3 ข้อกำหนดของพญาอินทรีย์</a></strong></p>
<h4>อ่านต่อ :</h4>
<p><strong><a href="https://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%87/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%875/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 5 ข้อกำหนดของประเทศไทย</a></strong></p>
<h4>อ้างอิง :</h4>
<p>บทความเรื่องจุลินทรีย์กับเครื่องสำอาง โดย ภญ.อารทรา ปัญญาปฏิภาณ นิตยสารข่าวสารด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ปีที่ 8 ฉบับที่ 2</p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-752 aligncenter" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ข้อกำหนดของ-EU.jpg" alt="ข้อกำหนดของ-EU" width="960" height="720" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ข้อกำหนดของ-EU.jpg 960w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ข้อกำหนดของ-EU-600x450.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ข้อกำหนดของ-EU-300x225.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ข้อกำหนดของ-EU-768x576.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ข้อกำหนดของ-EU-370x277.jpg 370w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%874/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">741</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 3 ข้อกำหนดของพญาอินทรีย์</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%873/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%873/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Nov 2016 21:08:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่องเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<category><![CDATA[จุลินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[สารกันเสีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=595</guid>

					<description><![CDATA[ในตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 เราได้พูดถึงบทนำเรื่องผิว และเท [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 เราได้พูดถึงบทนำเรื่องผิว และเทคนิคการควบคุมเชื้อจุลินทรีย์ในเครื่องสำอางกันไปแล้ว ต่อมาเรามาดูกันบ้างว่า แต่ละประเทศมีข้อกำหนดเกี่ยวกับเชื้อจุลินทรีย์ในเครื่องสำอางไว้ว่ายังไงบ้าง โดยในตอนที่ 3 นี้เราจะพูดถึงข้อกำหนดเกี่ยวกับเชื้อจุลินทรีย์ในเครื่องสำอางของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือที่รู้จักกันในฉายยาว่าพญาอินทรีย์กันครับ</p>
<h2>ข้อกำหนดและแนวทางของสหรัฐอเมริกา</h2>
<p>US Food and Drug Administration (USFDA) (หรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆก็คือเป็น อย. ของประเทศอเมริกาแหละครับ) ได้มีการพูดถึงจุลินทรีย์ในเครื่องสำอางในหัวข้อ Adequacy of Preservation ซึ่งอยู่ใน Cosmetic Handbook บทที่ 3  เรื่อง Cosmetic Product-Related Regulatory Requirements and Health Hazard Issues ซึ่งสรุปได้ดังนี้ครับ</p>
<ol>
<li>เครื่องสำอางไม่จำเป็นต้องปลอดเชื้อแต่จะต้องไม่พบจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค</li>
<li>แม้ว่าจะไม่พบเชื้อที่จุลินทรีย์ที่ก่อโรค แต่จำนวนรวมของเชื้อจุลินทรีย์ที่ไม่ก่อโรคก็ควรจะต่ำ</li>
<li>นอกจากผลิตภัณฑ์จะเป็นไปตามข้อ 1 และ 2 คือ ไม่พบจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคและจำนวนรวมของเชื้อจุลินทรีย์ที่ไม่ก่อโรคต่ำแล้ว ผลิตภัณฑ์นั้นต้องสามารถคงคุณสมบัติดังกล่าวได้ตลอดเวลาที่ผู้บริโภคใช้งาน อธิบายให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ถึงแม้ว่าตอนผลิตเครื่องสำอาง ผลการตรวจเชื้อจะผ่านแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันโอเคแล้ว เพราะระหว่างที่ผู้บริโภคใช้ๆไป อาจมีเชื้อจากภายนอกเข้ามาปนเปื้อน หรือเชื้อเดิมที่ปนเปื้อนอยู่แล้วเจริญเติบโตขึ้นมาจนเกินระดับที่ยอมรับได้ก็ได้ เพราะฉะนั้นเครื่องสำอางที่ดี นอกจากจะควบคุมเชื้อตั้งแต่กระบวนการผลิตแล้ว ก็ต้องสามารถที่จะควบคุมไม่ให้เชื้อเติบโตหรือปนเปื้อนหลังจากผู้บริโภคซื้อไปใช้จนถึงวันหมดอายุ</li>
<li>ข้อกำหนดในข้อ 3 ครอบคลุมเฉพาะเมื่อผู้บริโภคใช้ผลิตภัณฑ์ตามวิธีที่กำหนดเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น เราทำครีมที่ไม่ใส่สารกันบูด แต่ใช้วิธีป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโดยใช้บรรจุภัณฑ์แบบ air lock 2 ชั้น ทำให้ครีมไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับมือของผู้ใช้และสิ่งแวดล้อมภายนอก แต่ถ้าผู้ใช้เกิดซน ไปแงะระบบ air lock ออก แล้วปาดครีมออกมา พอทิ้งไว้แล้วปรากฏว่าเชื้อจุลินทรีย์เกิน แบบนี้ไม่สามารถฟ้องเอาผิดกับผู้ผลิตได้ เพราะถือว่าผู้บริโภคใช้นอกเหนือจากวิธีที่ผู้ผลิตกำหนด</li>
</ol>
<p>นอกจากข้อสรุป 4 ข้อข้างต้น ยังได้มีการพูดถึงเครื่องสำอางกลุ่มที่มีระบบป้องกันเชื้อจุลินทรีย์ในตัวเอง เช่น ตำรับที่มีส่วนผสมของ ethanol ตั้งแต่ 10% ขึ้นไป ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ propylene glycol หรือ glycerin หรือผลิตภัณฑ์ที่มีภาชนะบรรจุแบบ self-pressurized เช่น air lock 2 ชั้น หรือปั๊มสูญญากาศ ถือว่ามีโอกาสปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ได้น้อย รวมถึงมีคำแนะนำเพิ่มเติมว่า</p>
<ol>
<li>เครื่องสำอางที่ไม่มีระบบป้องกันเชื้อจุลินทรีย์ในตัวเองทุกรุ่นการผลิต ควรมีการตรวจเชื้อจุลินทรีย์ก่อนวางจำหน่าย</li>
<li>เครื่องสำอางที่มีการใช้รอบดวงตาทุกชนิด ในระหว่างขั้นตอนการผลิตควรมีกาารทดสอบว่ามีระบบป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์อย่างเพียงพอ</li>
</ol>
<p>นอกจากนี้ ยังได้มีการกล่าวถึงว่า ผู้ผลิตส่วนใหญ่ (ในอเมริกานะ) ตระหนักถึงผลเสียของจุลินทรีย์ที่มีต่อผลิตภัณฑ์และผู้บริโภค จึงมีการดำเนินการด้วยวิธีต่างๆ เช่น ระวังและพิถีพิถันเรื่องความสะอาดของวัตถุดิบ กระบวนการผลิตและการบรรจุ และพัฒนาสูตรตำรับมิให้เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ รวมถึงมีการใช้สารกันเสียในผลิตภัณฑ์</p>
<p>ในส่วนของสารกันเสียหรือสารกันบูดในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง มีการกำหนดให้ต้องคำนึงถึงเงื่อนไขต่างๆเหล่านี้</p>
<h4>เงื่อนไขการใช้สารกันเสียของสหรัฐอเมริกา</h4>
<p><strong>1.สารกันเสียในกลุ่มสารประกอบของปรอท (Mercury compound)</strong></p>
<p>สารกันเสียในกลุ่มสารประกอบของปรอท (Mercury compound) ถือว่าเป็นสารต้องห้ามในเครื่องสำอาง เพราะสารประกอบของปรอทสามารถดูดซึมผ่านทางผิวหนังได้ ทำให้เกิดการสะสมในร่างกาย และสารประกอบของปรอทสามารถทำให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองต่อผิวหนัง รวมถึงเป็นพิษต่อระบบประสาท</p>
<p>กฏหมายของอเมริการะบุไว้ว่าถ้าหากมีการตรวจพบสารกลุ่ม Mercury compound ในเครื่องสำอางถือว่าผิดกฏหมาย ยกเว้นว่าปริมาณที่ตรวจพบจะต่ำมาก คือน้อยกว่า 1 ส่วนในล้านส่วน (1 ppm) เมื่อคำนวณในรูปโลหะปรอท</p>
<p>อย่างไรก็ดีสารกันเสียพวกสารประกอบของปรอท หรือ Mercury compound นั้น ถือว่าเป็นสารกันเสียที่มีประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะกับเชื้อที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อดวงตาอย่าง <em>Pseudomonas aeruginosa</em> ได้ ดังนั้น สำหรับเครื่องสำอางที่ใช้รอบดวงตา หากไม่สามารถหาสารกันเสียชนิดอื่นที่เหมาะสมได้ อนุญาตให้ใช้สารประกอบของปรอทเป็นสารกันเสียที่ความเข้มข้นไม่เกิน 65 ส่วนในล้านส่วน (65 ppm) ได้ เมื่อคำนวณในรูปโลหะปรอท</p>
<p><strong>2.สารกันเสียพวก Hexachlorophene</strong></p>
<p>สารกันเสียพวก Hexachlorophene มีข้อดีคือ สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียแกรมบวกได้ดีมาก โดยเฉพาะในกลุ่ม strains of staphylococcus ทำให้ในอดีตเป็นสารกันเสียที่นิยมกันมาก อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาพบว่าสารกันเสียชนิดนี้สามารถดูดซึมผ่านผิวหนังได้ดี และก่อให้เกิดพิษต่อระบบประสาท โดยเฉพาะในเด็กทารกหรือผิวหนังที่มีบาดแผล ประกอบกับมีรายงานว่ามีเด็กทารกตายเนื่องจากใช้แป้งฝุ่นโรยตัวที่มีส่วนผสมของ Hexachlorophene ถึง 6% ทำให้ในสหรัฐอเมริกากำหนดว่าอนุญาตให้ใช้ Hexachlorophene ได้ก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นจริงๆเท่านั้น หรือ ไม่สามารถหากันเสียชนิดอื่นที่ได้ผล โดยอนุญาตให้ใส่ได้ไม่เกิน 0.1% เท่านั้น และห้ามใส่ในเครื่องสำอางที่สัมผัสกับเยื่อบุอ่อน เช่น ริมฝีปาก เป็นต้น</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;"><strong>***<span style="text-decoration: underline;">หมายเหตุ</span> <span style="color: #008000;">อเมริกายังไม่แบนสารกันเสียกลุ่ม Paraben</span> เดนมาร์กเป็นประเทศแรกที่เริ่มแบน paraben ในปี 2010 จากนั้น EU จึงแบนในปี 2012 จากนั้น อย. ไทยก็แบน Paraben บางตัวตาม EU***</strong></span></p>
<p style="text-align: left;">นอกจากใน Cosmetic Handbook แล้ว USFDA ยังได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการตรวจวิเคราะห์จุลินทรีย์ในเครื่องสำอางเรื่อง <a href="http://www.fda.gov/Food/FoodScienceResearch/LaboratoryMethods/ucm073598.htm">Bacteriological Analytic Manual Online Chapter 23 Microbiological methods for Cosmetics</a> ซึ่งระบุเป็นแนวทางเกี่ยวกับเชื้อจุลินทรีย์ในเครื่องสำอางไว้ว่า</p>
<ol>
<li style="text-align: left;">เครื่องสำอางไม่ควรพบเชื้อจุลินทรีย์มากกว่า 1,000 Colony Forming Units (CFU)/g</li>
<li style="text-align: left;">เครื่องสำอางที่ใช้รอบดวงตาไม่ควรพบเชื้อจุลินทรีย์มากกว่า 500 Colony Forming Units (CFU)/g</li>
<li style="text-align: left;">หากตรวจพบเชื้อก่อโรคในเครื่องสำอางถือเป็นเรื่องร้ายแรง โดยเฉพาะเครื่องสำอางที่ใช้รอบดวงตา เชื้อที่ใช้เป็นตัวแทนได้แก่ <em>S.aureus</em>, <em>Streptococcus pyogenes</em>, <em>Pseudomonas aeruginosa </em>และ <em>Klebsiella pneumoniae</em></li>
<li style="text-align: left;">หากมีจำนวนรวมเชื้อไม่ก่อโรคผ่านแนวทางที่กำหนด แต่ตรวจพบเชื้อก่อโรคถือว่าเครื่องสำอางนั้นไม่ปลอดภัย</li>
</ol>
<p><span style="text-decoration: underline;">หมายเหตุ</span> สำหรับคนที่ไม่รู้นะครับ คำว่า Colony Forming Units หรือ CFU หมายถึงจำนวนโคโลนีของเชื้อครับ ซึ่งเชื้อ 1 ตัวจะเกิดเป็น 1 โคโลนีเมื่อเอาไปเพาะเชื้อ เพราะฉะนั้น สมมติว่าพบเชื้อ 50 CFU/g จะตีความให้เข้าใจง่ายๆว่า ในเครื่องสำอาง 1 กรัม มีเชื้ออยู่ 50 ตัว แบบนี้ก็ได้ครับ (พูดให้เข้าใจง่ายๆเฉยๆนะครับ ถ้าความหมายจริงๆมันมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะกว่านี้)</p>
<p>เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับแนวทางและข้อกำหนดของประเทศสหรัฐอเมริกา ถือว่าโหดไหม หรือว่าเฉยๆ แล้วของประเทศไทยจะเป็นยังไง จะง่ายกว่า หรือว่าเข้มกว่า รอติดตามกันในตอนต่อๆไปนะครับ ส่วนตัวสำหรับผมเองนั้นเคยทำงานในอุตสาหกรรมยามาก่อนก็ต้องบอกว่าข้อกำหนดและแนวทางพวกนี้ถือว่าเล็กน้อยมากครับ เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมยาที่จุกจิกและเข้มงวดกว่านี้มาก แต่ถ้ามองระหว่างเครื่องสำอางด้วยกันผมก็ยังมองว่าอเมริกาก็ยังค่อนข้างอะลุ่มอล่วย ไม่ตึงไม่หย่อนจนเกินไปครับ ถ้าเป็นกลุ่ม EU จะมีกำหนดปลีกย่อยที่เข้มงวดและชัดเจนกว่าอเมริกามาก จนบางทีผมมองว่ามากเกินไปด้วยซ้ำครับ</p>
<h4>ก่อนหน้า :</h4>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%871/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 1 บทนำเรื่องผิวๆ</a></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%872/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 2 เชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์และการควบคุม</a></strong></p>
<h4>อ่านต่อ :</h4>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%874/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 4 ข้อกำหนดของ EU</a></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%87/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%875/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 5 ข้อกำหนดของประเทศไทย</a></strong></p>
<h4>อ้างอิง :</h4>
<p>บทความเรื่องจุลินทรีย์กับเครื่องสำอาง โดย ภญ.อารทรา ปัญญาปฏิภาณ นิตยสารข่าวสารด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ปีที่ 8 ฉบับที่ 2</p>
<p><img decoding="async" class="alignleft size-full wp-image-596" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ข้อกำหนดของพญาอินทรีย์.jpg" alt="ข้อกำหนดของพญาอินทรีย์" width="960" height="720" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ข้อกำหนดของพญาอินทรีย์.jpg 960w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ข้อกำหนดของพญาอินทรีย์-600x450.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ข้อกำหนดของพญาอินทรีย์-300x225.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ข้อกำหนดของพญาอินทรีย์-768x576.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ข้อกำหนดของพญาอินทรีย์-370x277.jpg 370w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%873/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">595</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 2 เชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์และการควบคุม</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%872/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%872/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Nov 2016 19:58:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่องเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<category><![CDATA[จุลินทรีย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=557</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อตอนที่แล้ว เราได้พูดถึงพื้นฐานโครงสร้างของผิวหนังแ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อตอนที่แล้ว เราได้พูดถึงพื้นฐานโครงสร้างของผิวหนังและเชื้อจุลินทรีย์ที่อยู่ตามผิวหนังกันไปแล้ว ซึ่งทำให้เราได้เข้าใจว่า การพบเชื้อจุลินทรีย์ในเครื่องสำอางบ้างเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ แต่คำถามอยู่ที่ว่า เชื้อตัวไหนที่เจอได้ไม่เป็นอันตราย ตัวไหนที่ห้ามเจอไม่งั้นอันตรายแน่ๆ และปริมาณชื้อที่พบในเครื่องสำอางควรมีมากน้อยเท่าไรจึงจะปลอดภัย</p>
<p>อย่างไรก็ตามการมีเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อนในเครื่องสำอางไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพเราเท่านั้น แต่ยังสามารถก่อให้เกิดผลเสียโดยตรงต่อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางนั้นๆได้อีกด้วย</p>
<h4>ผลของจุลินทรีย์ต่อผลิตภัณฑ์</h4>
<p>ต้องบอกว่าทั้งจุลินทรีย์เอง และสารที่จุลินทรีย์ผลิตขึ้นสามารถเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ได้ หลายๆครั้งที่คุณลักษณะเหล่านั้นเราสามารถสังเกตได้ด้วยตัวเองได้ เช่น ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสี, กลิ่น, ความข้น, ความหนืด, การเกิดฟอง และการแยกชั้น เป็นต้น</p>
<h4>ผลเสียต่อสุขภาพของเรา</h4>
<p>อย่างที่ทราบกันว่าผิวหนังและเยื่อบุอ่อนของเรามีกลไกป้องกันอันตรายจากจุลินทรีย์อยู่แล้ว แต่ระบบป้องกันนี้ก็มีขีดจำกัด และไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ตลอดเวลา ทำให้เครื่องสำอางที่มีเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อนสร้างปัญหาให้กับเราได้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้ที่มีปัญหาผิวหนัง ผิวที่มีบาดแผลที่ผิวหนัง ผู้ที่เป็นโรคผิวหนัง และเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี แต่เคสที่มีปัญหามากที่สุดและเกิดอันตรายร้ายแรงบ่อยที่สุดมักเกิดกับเครื่องสำอางที่ใช้รอบดวงตา และแชมพู (แชมพูไหลเข้าตาครับ) เพราะผิวหนังรอบดวงตานั้นบอบบางมาก และในดวงตามีความชื้นสูง หากเครื่องสำอางนั้นมีเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคตัวโหดๆอย่าง <em>Pseudomonas aeruginosa </em>ปนเปื้อนอยู่ ก็สามารถก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงถึงขั้นตาบอดได้</p>
<h2>การควบคุมเชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์</h2>
<p>เชื้อจุลินทรีย์มีอยู่มากมายทุกหนทุกแห่ง และเมื่อเชื้อจุลินทรีย์อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม เช่น ในสภาวะที่มีอุณหภูมิ อาหาร ความชื้น ความเป็นกรด-ด่างที่พอเหมาะ ก็จะทำให้จุลินทรีย์เหล่านั้นเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วจนยากแก่การควบคุม อย่างไรก็ดี สำหรับวิธีการควบคุมเชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง จะใช้กันหลักๆอยู่ 6 วิธี ได้แก่</p>
<ol>
<li><strong>ควบคุมที่วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเครื่องสำอาง</strong> โดยตรวจสอบปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ของวัตถุดิบที่รับเข้ามาตั้งแต่แรก ก่อนนำไปผลิต หากตรวจพบเกินกว่าที่รับได้ก็อาจมีส่งคืนหรือมีกระบวนกระบวนการฆ่าเชื้อเช่น นึ่งด้วยความร้อน หรือ ฉายรังสี ก่อนนำไปผลิต เป็นต้น</li>
<li><strong>ดูแลรับระบบน้ำที่ใช้ในการผลิตให้ดี</strong> ความจริงก็คือว่าแหล่งของการปนเปื้อนของเชื้อที่พบบ่อยมากที่สุดคือน้ำที่ใช้การผลิต (ตอนอยู่ในน้ำน่ะ มันไม่เยอะหรอก แต่พอมันอยู่ในผลิตภัณฑ์แล้วออกลูกออกหลานเต็มไปหมดนี่สิ) ดังนั้นการออกแบบระบบน้ำให้สามารถทำลาย ยับยั้งหรือคัดกรองเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆออกไปได้ ก็สามารถลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์ไปได้มากทีเดียว ตัวอย่างของการออกแบบระบบดังกล่าวก็อย่างเช่น ใช้น้ำที่ผ่านกระบวนการ Reverse Osmosis, ติดตั้งหลอด UV เพื่อฆ่าเชื้อภายในท่อน้ำ, ออกแบบท่อที่ใช้ให้มีความลาดเอียงเพื่อป้องกันน้ำขัง, ทำระบบน้ำหมุนเพื่อให้น้ำมีการไหลเวียนตลอดเวลา, ควบคุมอุณหภูมิของน้ำในระบบให้ไม่เหมาะสมแก่การเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ เป็นต้น</li>
<li><strong>มีกรรมวิธีการผลิตและการบรรจุที่ได้มาตรฐาน</strong> เช่น มีมาตรฐาน GMP ในการผลิต, มีระบบกรองอากาศในอาคารผลิต, ระบบที่ใช้ในการผลิตมีระบบ air lock, พนักงานที่เข้าไปสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ต้องสะอาด แต่งกายเหมาะสม และผ่านการอบรมเรื่องมาก่อน เป็นต้น</li>
<li><strong>ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ไม่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์</strong> ยกตัวอย่างเช่น ใส่สารที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ในตัวเองได้อยู่ในตำรับ ซึ่งสารนั้นอาจเป็นสารออกฤทธิ์หรือสารช่วยในตำรับก็ได้ เช่น ethanol, propylene glycol เป็นต้น หรืออาจออกแบบให้ผลิตภัณฑ์นั้นมีสัดส่วนของน้ำมันและไขมันในปริมาณที่สูงทำให้ยากแก่การเจริญเติบโตของเชื้อ หรืออาจใช้วิธีปรับช่วง pH ของผลิตภัณฑ์ให้ไม่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ก็ได้</li>
<li><strong>ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์หลังจากเปิดใช้ไปแล้ว</strong> เช่น บรรจุภัณฑ์ระบบปั๊มสูญญากาศ หรือบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ระบบ Air lock 2 ชั้น เป็นต้น</li>
<li><strong>ใส่การกันบูดในผลิตภัณฑ์</strong> อย่างไรก็ตาม สารกันบูดบางชนิดมีอันตรายสูง เช่น Mercury compound จึงมีการจำกัดการใช้ หรือการกันบูดอย่าง Paraben ก็มีการโจมตีกันมากถึงเรื่องความเสี่ยงในการทำให้เกิดมะเร็งเต้านม อีกทั้ง Paraben หลายตัว อย. ก็ไม่อนุญาตให้ใช้แล้ว (Paraben ตัวที่ห้ามใช้แล้ว เคยเขียนไว้ในบทความเรื่องนี้ครับ &gt;&gt;&gt;&gt;&gt; <a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89-paraben-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%87/">การใช้ Paraben ในเครื่องสำอาง</a>) ผู้ผลิตเครื่องสำอางหลายรายจึงเลี่ยงไปใช้สารกันบูดที่มีอันตรายน้อยกว่าแทน และผู้ผลิตหลายรายก็เริ่มหันไปให้ความสนใจกับวิธีการป้องกันเชื้อจุลินทรีย์ด้วยวิธีอื่นๆที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อที่จะได้ใส่สารกันบูดให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หรือบางเจ้าก็เคลมว่าไม่ใส่เลย (แต่การที่เคลมว่าไม่ใส่เลยต้องดูดีๆนะครับ เพราะมีเยอะมากๆที่เคลมว่าไม่ใส่เลย แต่พอไปตรวจจริงๆแล้วปรากฏว่าตรวจเจอสารกันบูด ก็จะอ้างว่าตัวที่ใส่นั้นไม่ได้ตั้งใจจะใส่เป็นสารกันบูด แต่ให้มันทำหน้าที่อื่นในตำรับแทน เช่น มันอาจจะมีกลิ่นนิดหน่อย ก็ไปบอกว่าไม่ได้ใส่เพื่อเป็นสารกันบูดนะ แต่ใส่เพื่อแต่งกลิ่นต่างหาก ดังนั้นผลิตภัณฑ์นี้เคลมแบบนี้ได้ ไม่ผิด เป็นซะอย่างนั้นไป เอาจริงๆ มันมีวิธีเล่นแร่แปรธาตุเยอะครับ)</li>
</ol>
<p>6 วิธีเป็นวิธีที่ผู้ผลิตมักใช้เพื่อแก้ปัญหาเรื่องเชื้อจุลินทรีย์ แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ผลิตทุกรายจะใช้ทุกวิธีนะครับ บางรายก็ใช้แค่วิธีเดียว แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตาม สุดท้ายแล้วต้องไม่พบเชื้อในปริมาณที่สูงเกินกำหนดหรือเชื้อตัวที่ก่อโรคอันตรายครับ</p>
<h4>จะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องสำอางนั้นมีเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อนในระดับที่เป็นอันตรายหรือเปล่า</h4>
<p>ถ้าเป็นคนธรรมดาคงไม่สามารถตรวจหาเชื้อด้วยตัวเองได้ (ถ้าจะโมๆเอาอุปกรณ์มาทำเองที่บ้านก็พอได้ครับ แต่คงต้องมีอบรมกันก่อน คนธรรมดาที่ไม่มีความรู้เลยคงทำไม่ได้) แต่ถ้ามีจุลินทรีย์ปนเปื้อนเยอะมากๆ เราสามารถสังเกตได้จากตัวลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนี้ครับ</p>
<ol>
<li>กลิ่นเปลี่ยนไป เช่น มีกลิ่นบูดเกิดขึ้น</li>
<li>สีของผลิตภัณฑ์เปลี่ยนไป</li>
<li>ความหนืดเปลี่ยน เช่น จากข้นๆก็กลายเป็นเหลว</li>
<li>มีฟองเกิดขึ้นที่ผลิตภัณฑ์</li>
<li>เครื่องสำอางมีการแยกชั้น</li>
<li>เกิดชั้นน้ำใสๆแยกตัวออกมา</li>
</ol>
<p>ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ได้หมายความว่าหากเกิดลักษณะดังกล่าวข้างต้นจะหมายความว่าเครื่องสำอางมีจุลินทรีย์ปนเปื้อนเสมอไปนะครับ ลักษณะดังกล่าวอาจเกิดจากความไม่คงตัวอื่นๆในตำรับที่ไม่เกี่ยวกับเชื้อจุลินทรีย์ก็ได้</p>
<h4>ถ้าหากพบเครื่องสำอางบูด แต่ผู้ผลิตบอกว่าไม่เป็นไร เป็นเรื่องปกติเพราะไม่ได้ใส่สารกันบูด แบบนี้ควรใช้ต่อไหม?</h4>
<p>อันนี้เป็นประสบการณ์จริงที่คนใกล้ตัวเจอ แล้วมาถามผม</p>
<p>ถ้าให้ผมตอบในฐานะคนทำเครื่องสำอาง ก็ขอตอบว่า เครื่องสำอางไม่ได้ใส่สารกันบูด ก็ไม่ได้หมายความว่ามันต้องบูดครับ ถ้าตำรับหรือ Product มันดีจริงมันต้องไม่บูดครับ ถ้ามันบูดแปลว่ามันมีปัญหาทุกกรณีไม่ว่าจะใส่สารกันบูดหรือไม่ก็ตาม ที่เค้าบอกว่ามันบูดเพราะไม่สารกันบูดมันเป็นแค่การเล่น story เฉยๆครับ ก็ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี ก็ต้องชมในเรื่องนี้ครับ แต่การที่จะทำแบบนี้ได้ branding ต้องแข็งพอสมควรครับ ถึงจะมีคนเชื่อ เอาจริงๆแล้ว การเอาเครื่องสำอางบูดมาทาหน้า เคสที่เกิดปัญหาจริงๆก็น้อยครับ ถ้าผิวหนังไม่ได้มีปัญหาหรือใช้รอบๆดวงตา เพราะถ้าไม่ได้มีแผลหรือเข้าตา กลไกการป้องกันตัวเองของร่างกายมักเอาอยู่ เว้นซะแต่ว่าเชื้อจะเยอะๆจริง หรือเจอเชื้อตัวโหดๆจริงๆ</p>
<p>แต่ถ้าให้ผมตอบในฐานะเภสัชกร ก็ขอบอกว่า ทิ้งๆไปเหอะครับ มันบูดก็คือมันเสีย ไม่ต้องคิดมาก อย่าไปเสียดายตังครับ อย่าเสี่ยงเลยจะเป็นการดีที่สุดครับ</p>
<p>ติดตามบทความ เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ได้ในตอนต่อๆไปนะครับ</p>
<h4>ก่อนหน้า :</h4>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%871/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 1 บทนำเรื่องผิวๆ</a></strong></p>
<h4>อ่านต่อ :</h4>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%873/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 3 ข้อกำหนดของพญาอินทรีย์</a></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%874/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 4 ข้อกำหนดของ EU</a></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%87/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%875/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 5 ข้อกำหนดของประเทศไทย</a></strong></p>
<h4>อ้างอิง :</h4>
<p>บทความเรื่องจุลินทรีย์กับเครื่องสำอาง โดย ภญ.อารทรา ปัญญาปฏิภาณ นิตยสารข่าวสารด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ปีที่ 8 ฉบับที่ 2</p>
<p><img decoding="async" class="alignleft size-full wp-image-565" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์และการควบคุม.jpg" alt=" เชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์และการควบคุม" width="960" height="720" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์และการควบคุม.jpg 960w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์และการควบคุม-600x450.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์และการควบคุม-300x225.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์และการควบคุม-768x576.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์และการควบคุม-370x277.jpg 370w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%872/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">557</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 1 บทนำเรื่องผิวๆ</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%871/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%871/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Nov 2016 08:46:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่องเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<category><![CDATA[จุลินทรีย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=538</guid>

					<description><![CDATA[บทความนี้จะเป็นบทความตอนยาวมีหลายตอนนะครับ โดยตอนนี้จะเ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บทความนี้จะเป็นบทความตอนยาวมีหลายตอนนะครับ โดยตอนนี้จะเป็นบทนำเพื่อทำความเข้าใจชั้นผิวหนังและเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆในผิวหนังเราก่อน และตอนต่อมาๆจะเป็นการพูดถึงผลของจุลินทรีย์ในเครื่องสำอางต่างๆ และปิดท้ายด้วยการควบคุมคุณภาพเครื่องสำอางด้วยมาตรฐานทางจุลชีววิทยานะครับ</p>
<p>เนื่องจากเครื่องสำอางส่วนใหญ่ใช้กับผิวภายนอก ดังนั้นก่อนที่จะมาพูดถึงจุลินทรีย์ชนิดต่างๆในเครื่องสำอาง เรามาทำความเข้าใจเรื่องธรรมชาติและโครงสร้างของผิวหนังกันคร่าวๆก่อนนะครับ</p>
<h4>จุลินทรีย์คืออะไร</h4>
<p>จุลินทรีย์ คือ สิ่งมีชีวิตเล็กๆที่มองด้วยตาเปล่า ตัวอย่างของจุลินทรีย์ เช่น แบคทีเรีย, รา, ยีสต์, อาร์เคีย, โปรโตซัว, รวมถึงไวรัส และ ไวรอยด์ อย่างไรก็ตามจุลินทรีย์ตามผิวหนังมักเป็นพวกแบคทีเรียและเชื้อรา ดังนั้นคำว่าจุลินทรีย์ในบทความนี้จึงหมายถึงแบคทีเรียและเชื้อราเป็นหลักนะครับ</p>
<h2>โครงสร้างผิวหนังกับเชื้อจุลินทรีย์</h2>
<p>ผิวหนังเป็นอวัยวะขนาดใหญ่ของร่างกาย มีน้ำหนักรวมประมาณ 4 กิโลกรีม ปกคลุมพื้นที่ผิว 1.8 ตารางเมตร ผิวหนังมีความสำคัญหลายอย่างต่อร่างกาย อาทิ เช่น ป้องกันสิ่งแปลกปลอม, ช่วยรักษาและควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย, เก็บกักความชุ่มชื้น และป้องกันการกระแทกต่ออวัยวะภายใน ผิวหนังแบ่งได้เป็น 3 ชั้น ได้แก่</p>
<ol>
<li>ชั้นหนังกำพร้า (epidermis)</li>
<li>หนังแท้ (dermis)</li>
<li>ชั้นไขมัน (subcutaneous tissue)</li>
</ol>
<p>ในชั้นหนังกำพร้า (epidermis) ยังแบ่งย่อยออกเป็นหลายชั้น ชั้นนอกสุดของชั้นหนังกำพร้าเรียกว่าชั้นขี้ไคล (stratum corneum) ซึ่งประกอบไปด้วยเซลล์ผิวหนังที่ไม่มีนิวเคลียส และมีเคอราติน (keratin) เป็นส่วนประกอบหลัก ทำให้ปกป้องร่างกายจากสภาวะแวดล้อมได้ดี ที่ผิวชั้นนี้รวมทั้งตามรูขุมจะพบจุลินทรีย์ได้หลากหลายกลุ่ม ได้แก่</p>
<ol>
<li>กลุ่ม Propionibacterium ได้แก่ <em><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%A1/p-acne-%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%89-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%A7/">P.acne</a> </em>(ทำให้เกิดสิว), <em>P.granulosum</em> และ <em>P.avidum</em></li>
<li>กลุ่ม Micrococcaceae ได้แก่ <em>Staphylococus epidermidis</em> และพวก Aerobic coryneform</li>
<li>กลุ่มเชื้อยีสต์ ได้แก่ <em>Malassezia furfur </em>(ทำให้เกิดเกลื้อน)</li>
</ol>
<p>สำหรับปริมาณและชนิดของเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆจะแตกต่างกันไปแล้วแต่ลักษณะผิวของแต่ละคน นอกจากนี้ ผิวหนังแต่ละบริเวณก็มีปริมาณและชนิดของเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆแตกต่างกันด้วย</p>
<p>อย่างไรก็ดี แม้ว่าบนผิวหนังของเราจะมีเชื้อจุลินทรีย์มากมายหลายชนิด แต่ผิวหนังชั้นขี้ไคล (stratum corneum) ของเราก็มีความแข็งแรง แห้ง มีสภาวะเป็นกรดอ่อนๆ (pH ของผิวหนังจะอยู่ที่ประมาณ 4.1 &#8211; 6.8 ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนครับ) ซึ่งไม่เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ประกอบกับผิวหนังยังมีวงจรการหลุดลอกของผิว (exfoliate) ซึ่งจะช่วยกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ออกไปได้ นอกจากนี้น้ำมันที่หล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติยังมีสารที่มาสามารถต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์ได้อีกด้วย ดังนั้นแม้ว่าผิวหนังเราจะมีจุลินทรีย์มากมาย แต่ธรรมชาติของผิวหนังเราในภาวะปกติก็มีกลไกการทำความสะอาดและรักษาสมดุลของชนิดและปริมาณจุลินทรีย์ที่ผิวหนังอยู่แล้ว</p>
<p>อย่างไรก็ตาม หากผิวหนังเราเสียสมดุลหรืออยู่ในภาวะไม่ปกติ เช่น วัยรุ่นที่มีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ทำให้ต่อมไขมันที่ผิวหนังบริเวณใบหน้า อก และหลัง สร้างไขมันมากกว่าปกติ ส่งผลให้เชื้อ <em>P.acne </em>เจริญเติบโตได้ดีและเกิดปัญหาสิวตามมา หรือ หากบริเวณไหนที่มีการอับชื้น เชื้อพวก Micrococcaceae จะเจริญเติบโตได้ดี ดังนั้นบริเวณที่มีการอับชื้นอยู่บ่อยๆ เช่น ตามข้อพับรอยพับต่างๆ เชื้อในกลุ่ม  Micrococcaceae อย่าง Aerobic coryneform จะสามารถย่อยสลายเหงื่อและทำให้เกิดกลิ่นกายได้</p>
<h2>จุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง</h2>
<p>จากข้อมูลที่กล่าวไปข้างต้น เรารู้อยู่แล้วว่าผิวหนังของคนเรามีเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆอยู่แล้ว ดังนั้นเครื่องสำอางต่างๆคงไม่ต้องถึงกับปราศจากเชื้อจุลินทรีย์เลย (แม้แต่ยาเองก็ไม่ได้ปราศจากเชื้อครับ มีแค่ยาฉีดเท่านั้นที่บังคับว่าต้องตรวจไม่พบเชื้อเลย อย่างไรก็ตาม กฏระเบียบและข้อบังคับต่างๆของยาจะเข้มงวดกว่าเครื่องสำอางมาก) แต่เครื่องสำอางจะมีเชื้อปนเปื้อนได้มากระดับไหน ยอมรับให้พบเชื้อตัวไหนได้บ้างเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน</p>
<p>หากเชื้อจุลินทรีย์ที่ตรวจพบในเครื่องสำอางเป็นเชื้อก่อโรค ก็คงไม่สามารถยอมรับได้ แต่ถ้าเป็นเชื้อไม่ก่อโรคละ?</p>
<p>หากเป็นเชื้อไม่ก่อโรคก็คงยอมรับให้มีการปนเปื้อนได้บ้าง แต่ระดับของการปนเปื้อนก็ไม่ควรสูง เพราะแม้ว่าเชื้อพวกนั้นจะเป็นเชื้อไม่ก่อโรค แต่ในบางสภาวะ อย่าง คนที่กำลังไม่สบาย คนที่มีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกัน หรือผิวหนังอยู่ในสภาพไม่ปกติ เช่น เกิดบาดแผล หรือเกิดการถลอก ในสภาวะเหล่านี้แม้แต่เชื้อที่ไม่ก่อโรคก็สามารถก่อให้เกิดปัญหาได้</p>
<p>แล้วเชื้อจุลินทรีย์ควรมีได้เท่าไรละ? เครื่องสำอางเค้าตรวจเชื้อกันไหมนะ? ถ้ามีเชื้อมากๆจะเกิดผลเสียอย่างไร? ต่างประเทศเค้าว่ายังไงกับเรื่องนี้บ้าง? ประเทศไทยมีข้อกำหนดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง แบบนี้เครื่องสำอางจากธรรมชาติไม่เจอเชื้อจุลินทรีย์เต็มเลยหรอ? แล้วผลิตภัณฑ์ของ Jaslyn ในอนาคตจะมีข้อกำหนดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร? ติดตามอ่านกันได้ในบทความตอนต่อๆไปนะครับ</p>
<h4>อ่านต่อ :</h4>
<p><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%872/"><strong>เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 2 เชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์และการควบคุม</strong></a></p>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%873/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 3 ข้อกำหนดของพญาอินทรีย์</a></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%874/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 4 ข้อกำหนดของ EU</a></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%87/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%875/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 5 ข้อกำหนดของประเทศไทย</a></strong></p>
<h4>อ้างอิง :</h4>
<p>บทความเรื่องจุลินทรีย์กับเครื่องสำอาง โดย ภญ.อารทรา ปัญญาปฏิภาณ นิตยสารข่าวสารด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ปีที่ 8 ฉบับที่ 2</p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-552 aligncenter" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เชื้อจุลินทรีย์-กับ-เครื่องสำอาง-ตอนที่-1-บทนำเรื่องผิวๆ.jpg" alt="เชื้อจุลินทรีย์-กับ-เครื่องสำอาง-ตอนที่-1-บทนำเรื่องผิวๆ" width="960" height="720" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เชื้อจุลินทรีย์-กับ-เครื่องสำอาง-ตอนที่-1-บทนำเรื่องผิวๆ.jpg 960w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เชื้อจุลินทรีย์-กับ-เครื่องสำอาง-ตอนที่-1-บทนำเรื่องผิวๆ-600x450.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เชื้อจุลินทรีย์-กับ-เครื่องสำอาง-ตอนที่-1-บทนำเรื่องผิวๆ-300x225.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เชื้อจุลินทรีย์-กับ-เครื่องสำอาง-ตอนที่-1-บทนำเรื่องผิวๆ-768x576.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/เชื้อจุลินทรีย์-กับ-เครื่องสำอาง-ตอนที่-1-บทนำเรื่องผิวๆ-370x277.jpg 370w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%871/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">538</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
