<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>สารกันเสีย &#8211; Jaslyn</title>
	<atom:link href="https://www.jaslynsense.com/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.jaslynsense.com</link>
	<description>ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง สาระความรู้สุขภาพและความงาม</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Feb 2017 15:57:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.2</generator>

<image>
	<url>https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/07/cropped-01-150x150.jpg</url>
	<title>สารกันเสีย &#8211; Jaslyn</title>
	<link>https://www.jaslynsense.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">113788713</site>	<item>
		<title>เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 4 ข้อกำหนดของ EU</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%874/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%874/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Nov 2016 11:40:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่องเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<category><![CDATA[จุลินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[สารกันเสีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=741</guid>

					<description><![CDATA[ในตอนที่แล้วเราได้พูดถึงข้อกำหนดเกี่ยวกับเชื้อจุลินทรีย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในตอนที่แล้วเราได้พูดถึงข้อกำหนดเกี่ยวกับเชื้อจุลินทรีย์ในเครื่องสำอางของอเมริกากันไปแล้ว ในตอนนี้เราจะไปดูกันนะครับว่าสหภาพยุโรปหรือ EU จะมีข้อกำหนดเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าอย่างไรกันบ้าง</p>
<p>ถ้าใครได้อ่านบทความเรื่อง <a href="http://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad/%e0%b9%8ausa-vs-eu-%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/">อะไรน่าเชื่อถือกว่ากัน ระหว่าง USA กับ EU (ยา/เครื่องสำอาง/อาหารเสริม)</a> จะพอทราบแล้วบ้างว่า EU มีแนวคิดที่ต้องการควบคุมทั้งกระบวนการตั้งแต่วัตถุดิบ จนถึงกระบวนการผลิต ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเท่าไร หากข้อกำหนดของ EU จะจุกจิกและยิบย่อยกว่าของอเมริกาไปบ้าง ในขณะที่อเมริกาจะค่อนข้างโฟกัสไปที่ Final Product มากกว่า (ประมาณว่าถ้าสุดท้ายแล้วผลเชื้อมันผ่าน ก็โอเค ไม่ต้องไปคิดไรมาก)</p>
<h2>ข้อกำหนดและแนวทางของ EU</h2>
<p>Brief : แนวทางของ EU โดยรวมแล้วจะต่างกับของอเมริกาตรงที่ของ EU จะโฟกัสที่วัตถุดิบและกระบวนการผลิตด้วย</p>
<p>ใน Cosmetic Directive 76/768/EEC Volume 3 Guidelines Cosmetic products ของ EU ได้กำหนดแนวทางเกี่ยวกับจุลินทรีย์และเครื่องสำอางไว้ดังนี้</p>
<p><strong>ใน Annex 7 Guidelines for the safety assessment of the finished cosmetic product</strong> กล่าวไว้ว่า คุณภาพของวัตถุดิบที่ใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางมีความสำคัญต่อความปลอดภัยของเครื่องสำอางสำเร็จรูป อย่างพวกสารที่มีความซับซ้อน (Complex ingredients) ผู้ผลิตต้องจำเป็นต้องทราบคุณลักษณะของวัตถุดิบชนิดนั้นๆ อย่างละเอียด โดยเฉพาะข้อมูลด้านคุณลักษณะทางจุลชีววิทยา เพื่อประเมินความปลอดภัยก่อนจะนำมาใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง อาทิเช่น</p>
<ol>
<li>หากใช้วัตถุดิบที่มีที่มาจากสัตว์ ผู้ผลิตต้องมีข้อมูลเบื้องต้น อย่างพวก ชนิดของสัตว์ ชนิดของอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่ใช้ หรือของเหลวต่างๆที่นำมาใช้ รวมถึงวิธีการเตรียมวัตถุดิบเหล่านั้น เช่น กระบวนการสกัด</li>
<li>หากใช้วัตถุดิบที่มีที่มาจากพืช ผู้ผลิตต้องมีข้อมูลเบื้องต้นพวก ชื่อทางพฤกษศาสตร์ ส่วนของพืชที่นำมาใช้ กรรมวิธีการเตรียม รวมถึงคุณลักษณะทางชีววิทยาและการปนเปื้อนของเชื้อรา</li>
</ol>
<p><strong>ใน Annex 8 Guideline on Microbiological quality of the finished cosmetic products</strong> ได้กล่าวไว้ว่า ตามปกติผิวหนังของมนุษย์มีกลไกการป้องกันอันตรายจากเชื้อจุลินทรีย์ตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ในบางสภาวะ หรือในบางกรณี กลไกนี้อาจทำงานได้ไม่สมบูรณ์ ดังนั้นเครื่องสำอางที่มีการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะกรณีที่ต้องคำนึงเป็นพิเศษ เช่น เครื่องสำอางที่มีการใช้ในบริเวณผิวที่บอบบางอย่างรอบดวงตา เยื่อบุอ่อน บริเวณที่มีการติดเชื้อหรือมีบาดแผล หรือใช้ในคนบางกลุ่มเช่น ใช้ในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี ในผู้สูงอายุ หรือในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน และเมื่อพิจารณาจากคุณลักษณะทางจุลชีววิทยาแล้ว เครื่องสำอางสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ Category 1 และ Categoty 2</p>
<p><strong>Category 1</strong> : กลุ่มนี้จะเป็นเครื่องสำอางที่ระบุให้ใช้บริเวณรอบดวงตา เยื่อบุอ่อน หรือในเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ซึ่งกลุ่มนี้ถือว่ามีความเสี่ยงสูง จึงกำหนดคุณสมบัติทางจุลชีววิทยาไว้อย่างเข้มงวด ดังนี้</p>
<ol>
<li>ต้องมีจำนวนเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดไม่มากกว่า 100 cfu/g (หรือ ml) ใน 0.5 g (หรือ ml) ของผลิตภัณฑ์</li>
<li>ต้องตรวจไม่พบเชื้อก่อโรค ได้แก่ <em>Pseudomonas aeruginosa, Staphylococcus aureus, Candida albicans </em>เมื่อสุ่มตรวจในผลิตภัณฑ์ 0.5 g (หรือ ml)</li>
</ol>
<p><strong>Category 2</strong> : กลุ่มนี้คือเครื่องสำอางอื่นๆทั้งหมดที่ไม่ได้จัดอยู่ใน Category 1 ซึ่งกำหนดคุณสมบัติทางจุลชีววิทยาไว้ดังนี้</p>
<ol>
<li>ต้องมีจำนวนเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดไม่มากกว่า 1000 cfu/g (หรือ ml) ใน 0.1 g (หรือ ml) ของผลิตภัณฑ์</li>
<li>ต้องตรวจไม่พบเชื้อก่อโรค ได้แก่ <em>Pseudomonas aeruginosa, Staphylococcus aureus, Candida albicans </em>เมื่อสุ่มตรวจในผลิตภัณฑ์ 0.1 g (หรือ ml)</li>
</ol>
<p>นอกจากนี้ยังได้กล่าวได้ด้วยว่า การที่จุลินทรีย์เข้าไปปนเปื้อนในเครื่องสำอางอาจเกิดขึ้นได้ 2 ช่วง คือ</p>
<ol>
<li>ระหว่างกระบวนการผลิตและการบรรจุ</li>
<li>ระหว่างการใช้งานของผู้บริโภค ตั้งแต่เริ่มเปิดใช้จนกระทั้งใช้ผลิตภัณฑ์นั้นจนหมด ซึ่งมีโอกาสที่ผลิตภัณฑ์จะได้รับเชื้อจุลินทรีย์ทั้งจากสิ่งแวดล้อมและตัวผู้บริโภคเอง</li>
</ol>
<p>และแม้ว่าจะมีรายงานจำนวนไม่มากนักที่แสดงว่า เครื่องสำอางที่มีการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์เป็นสาเหตุของการติดเชื้อ แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์มักนำไปสู่ความไม่คงตัวและการเสื่อมของผลิตภัณฑ์ ดังนั้นเพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องสำอางที่ผลิต มีคุณภาพดีและมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ผู้ผลิตจำเป็นต้องมีการตรวจปริมาณและคุณสมบัติทางจุลชีววิทยาของเครื่องสำอางสำเร็จรูปอย่างสม่ำเสมอทุกรุ่นการผลิต ก่อนออกจำหน่ายสู่ท้องตลาด</p>
<p>สำหรับสารกันเสียที่ใช้ในเครื่องสำอางนั้น EU ได้มีการห้ามใช้สารกันเสียหลายชนิด ล่าสุดก็แบนสารกลุ่ม Paraben อย่าง Isopropylparaben, Isobutylparaben, Phenylparaben, Benzylparaben และ Pentylparaben และในมีแนวโน้มว่าจะแบน Methylisothiazolinone ในครีมทาตัวและผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย ในปี 2017 ด้วยครับ</p>
<h4>ก่อนหน้า :</h4>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%871/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 1 บทนำเรื่องผิวๆ</a></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%872/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 2 เชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์และการควบคุม</a></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%873/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 3 ข้อกำหนดของพญาอินทรีย์</a></strong></p>
<h4>อ่านต่อ :</h4>
<p><strong><a href="https://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%87/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%875/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 5 ข้อกำหนดของประเทศไทย</a></strong></p>
<h4>อ้างอิง :</h4>
<p>บทความเรื่องจุลินทรีย์กับเครื่องสำอาง โดย ภญ.อารทรา ปัญญาปฏิภาณ นิตยสารข่าวสารด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ปีที่ 8 ฉบับที่ 2</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-752 aligncenter" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ข้อกำหนดของ-EU.jpg" alt="ข้อกำหนดของ-EU" width="960" height="720" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ข้อกำหนดของ-EU.jpg 960w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ข้อกำหนดของ-EU-600x450.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ข้อกำหนดของ-EU-300x225.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ข้อกำหนดของ-EU-768x576.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ข้อกำหนดของ-EU-370x277.jpg 370w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%874/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">741</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 3 ข้อกำหนดของพญาอินทรีย์</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%873/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%873/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Nov 2016 21:08:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่องเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[cosmetic]]></category>
		<category><![CDATA[skincare]]></category>
		<category><![CDATA[จุลินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[สารกันเสีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=595</guid>

					<description><![CDATA[ในตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 เราได้พูดถึงบทนำเรื่องผิว และเท [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 เราได้พูดถึงบทนำเรื่องผิว และเทคนิคการควบคุมเชื้อจุลินทรีย์ในเครื่องสำอางกันไปแล้ว ต่อมาเรามาดูกันบ้างว่า แต่ละประเทศมีข้อกำหนดเกี่ยวกับเชื้อจุลินทรีย์ในเครื่องสำอางไว้ว่ายังไงบ้าง โดยในตอนที่ 3 นี้เราจะพูดถึงข้อกำหนดเกี่ยวกับเชื้อจุลินทรีย์ในเครื่องสำอางของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือที่รู้จักกันในฉายยาว่าพญาอินทรีย์กันครับ</p>
<h2>ข้อกำหนดและแนวทางของสหรัฐอเมริกา</h2>
<p>US Food and Drug Administration (USFDA) (หรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆก็คือเป็น อย. ของประเทศอเมริกาแหละครับ) ได้มีการพูดถึงจุลินทรีย์ในเครื่องสำอางในหัวข้อ Adequacy of Preservation ซึ่งอยู่ใน Cosmetic Handbook บทที่ 3  เรื่อง Cosmetic Product-Related Regulatory Requirements and Health Hazard Issues ซึ่งสรุปได้ดังนี้ครับ</p>
<ol>
<li>เครื่องสำอางไม่จำเป็นต้องปลอดเชื้อแต่จะต้องไม่พบจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค</li>
<li>แม้ว่าจะไม่พบเชื้อที่จุลินทรีย์ที่ก่อโรค แต่จำนวนรวมของเชื้อจุลินทรีย์ที่ไม่ก่อโรคก็ควรจะต่ำ</li>
<li>นอกจากผลิตภัณฑ์จะเป็นไปตามข้อ 1 และ 2 คือ ไม่พบจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคและจำนวนรวมของเชื้อจุลินทรีย์ที่ไม่ก่อโรคต่ำแล้ว ผลิตภัณฑ์นั้นต้องสามารถคงคุณสมบัติดังกล่าวได้ตลอดเวลาที่ผู้บริโภคใช้งาน อธิบายให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ถึงแม้ว่าตอนผลิตเครื่องสำอาง ผลการตรวจเชื้อจะผ่านแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันโอเคแล้ว เพราะระหว่างที่ผู้บริโภคใช้ๆไป อาจมีเชื้อจากภายนอกเข้ามาปนเปื้อน หรือเชื้อเดิมที่ปนเปื้อนอยู่แล้วเจริญเติบโตขึ้นมาจนเกินระดับที่ยอมรับได้ก็ได้ เพราะฉะนั้นเครื่องสำอางที่ดี นอกจากจะควบคุมเชื้อตั้งแต่กระบวนการผลิตแล้ว ก็ต้องสามารถที่จะควบคุมไม่ให้เชื้อเติบโตหรือปนเปื้อนหลังจากผู้บริโภคซื้อไปใช้จนถึงวันหมดอายุ</li>
<li>ข้อกำหนดในข้อ 3 ครอบคลุมเฉพาะเมื่อผู้บริโภคใช้ผลิตภัณฑ์ตามวิธีที่กำหนดเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น เราทำครีมที่ไม่ใส่สารกันบูด แต่ใช้วิธีป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโดยใช้บรรจุภัณฑ์แบบ air lock 2 ชั้น ทำให้ครีมไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับมือของผู้ใช้และสิ่งแวดล้อมภายนอก แต่ถ้าผู้ใช้เกิดซน ไปแงะระบบ air lock ออก แล้วปาดครีมออกมา พอทิ้งไว้แล้วปรากฏว่าเชื้อจุลินทรีย์เกิน แบบนี้ไม่สามารถฟ้องเอาผิดกับผู้ผลิตได้ เพราะถือว่าผู้บริโภคใช้นอกเหนือจากวิธีที่ผู้ผลิตกำหนด</li>
</ol>
<p>นอกจากข้อสรุป 4 ข้อข้างต้น ยังได้มีการพูดถึงเครื่องสำอางกลุ่มที่มีระบบป้องกันเชื้อจุลินทรีย์ในตัวเอง เช่น ตำรับที่มีส่วนผสมของ ethanol ตั้งแต่ 10% ขึ้นไป ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ propylene glycol หรือ glycerin หรือผลิตภัณฑ์ที่มีภาชนะบรรจุแบบ self-pressurized เช่น air lock 2 ชั้น หรือปั๊มสูญญากาศ ถือว่ามีโอกาสปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ได้น้อย รวมถึงมีคำแนะนำเพิ่มเติมว่า</p>
<ol>
<li>เครื่องสำอางที่ไม่มีระบบป้องกันเชื้อจุลินทรีย์ในตัวเองทุกรุ่นการผลิต ควรมีการตรวจเชื้อจุลินทรีย์ก่อนวางจำหน่าย</li>
<li>เครื่องสำอางที่มีการใช้รอบดวงตาทุกชนิด ในระหว่างขั้นตอนการผลิตควรมีกาารทดสอบว่ามีระบบป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์อย่างเพียงพอ</li>
</ol>
<p>นอกจากนี้ ยังได้มีการกล่าวถึงว่า ผู้ผลิตส่วนใหญ่ (ในอเมริกานะ) ตระหนักถึงผลเสียของจุลินทรีย์ที่มีต่อผลิตภัณฑ์และผู้บริโภค จึงมีการดำเนินการด้วยวิธีต่างๆ เช่น ระวังและพิถีพิถันเรื่องความสะอาดของวัตถุดิบ กระบวนการผลิตและการบรรจุ และพัฒนาสูตรตำรับมิให้เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ รวมถึงมีการใช้สารกันเสียในผลิตภัณฑ์</p>
<p>ในส่วนของสารกันเสียหรือสารกันบูดในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง มีการกำหนดให้ต้องคำนึงถึงเงื่อนไขต่างๆเหล่านี้</p>
<h4>เงื่อนไขการใช้สารกันเสียของสหรัฐอเมริกา</h4>
<p><strong>1.สารกันเสียในกลุ่มสารประกอบของปรอท (Mercury compound)</strong></p>
<p>สารกันเสียในกลุ่มสารประกอบของปรอท (Mercury compound) ถือว่าเป็นสารต้องห้ามในเครื่องสำอาง เพราะสารประกอบของปรอทสามารถดูดซึมผ่านทางผิวหนังได้ ทำให้เกิดการสะสมในร่างกาย และสารประกอบของปรอทสามารถทำให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองต่อผิวหนัง รวมถึงเป็นพิษต่อระบบประสาท</p>
<p>กฏหมายของอเมริการะบุไว้ว่าถ้าหากมีการตรวจพบสารกลุ่ม Mercury compound ในเครื่องสำอางถือว่าผิดกฏหมาย ยกเว้นว่าปริมาณที่ตรวจพบจะต่ำมาก คือน้อยกว่า 1 ส่วนในล้านส่วน (1 ppm) เมื่อคำนวณในรูปโลหะปรอท</p>
<p>อย่างไรก็ดีสารกันเสียพวกสารประกอบของปรอท หรือ Mercury compound นั้น ถือว่าเป็นสารกันเสียที่มีประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะกับเชื้อที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อดวงตาอย่าง <em>Pseudomonas aeruginosa</em> ได้ ดังนั้น สำหรับเครื่องสำอางที่ใช้รอบดวงตา หากไม่สามารถหาสารกันเสียชนิดอื่นที่เหมาะสมได้ อนุญาตให้ใช้สารประกอบของปรอทเป็นสารกันเสียที่ความเข้มข้นไม่เกิน 65 ส่วนในล้านส่วน (65 ppm) ได้ เมื่อคำนวณในรูปโลหะปรอท</p>
<p><strong>2.สารกันเสียพวก Hexachlorophene</strong></p>
<p>สารกันเสียพวก Hexachlorophene มีข้อดีคือ สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียแกรมบวกได้ดีมาก โดยเฉพาะในกลุ่ม strains of staphylococcus ทำให้ในอดีตเป็นสารกันเสียที่นิยมกันมาก อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาพบว่าสารกันเสียชนิดนี้สามารถดูดซึมผ่านผิวหนังได้ดี และก่อให้เกิดพิษต่อระบบประสาท โดยเฉพาะในเด็กทารกหรือผิวหนังที่มีบาดแผล ประกอบกับมีรายงานว่ามีเด็กทารกตายเนื่องจากใช้แป้งฝุ่นโรยตัวที่มีส่วนผสมของ Hexachlorophene ถึง 6% ทำให้ในสหรัฐอเมริกากำหนดว่าอนุญาตให้ใช้ Hexachlorophene ได้ก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นจริงๆเท่านั้น หรือ ไม่สามารถหากันเสียชนิดอื่นที่ได้ผล โดยอนุญาตให้ใส่ได้ไม่เกิน 0.1% เท่านั้น และห้ามใส่ในเครื่องสำอางที่สัมผัสกับเยื่อบุอ่อน เช่น ริมฝีปาก เป็นต้น</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;"><strong>***<span style="text-decoration: underline;">หมายเหตุ</span> <span style="color: #008000;">อเมริกายังไม่แบนสารกันเสียกลุ่ม Paraben</span> เดนมาร์กเป็นประเทศแรกที่เริ่มแบน paraben ในปี 2010 จากนั้น EU จึงแบนในปี 2012 จากนั้น อย. ไทยก็แบน Paraben บางตัวตาม EU***</strong></span></p>
<p style="text-align: left;">นอกจากใน Cosmetic Handbook แล้ว USFDA ยังได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการตรวจวิเคราะห์จุลินทรีย์ในเครื่องสำอางเรื่อง <a href="http://www.fda.gov/Food/FoodScienceResearch/LaboratoryMethods/ucm073598.htm">Bacteriological Analytic Manual Online Chapter 23 Microbiological methods for Cosmetics</a> ซึ่งระบุเป็นแนวทางเกี่ยวกับเชื้อจุลินทรีย์ในเครื่องสำอางไว้ว่า</p>
<ol>
<li style="text-align: left;">เครื่องสำอางไม่ควรพบเชื้อจุลินทรีย์มากกว่า 1,000 Colony Forming Units (CFU)/g</li>
<li style="text-align: left;">เครื่องสำอางที่ใช้รอบดวงตาไม่ควรพบเชื้อจุลินทรีย์มากกว่า 500 Colony Forming Units (CFU)/g</li>
<li style="text-align: left;">หากตรวจพบเชื้อก่อโรคในเครื่องสำอางถือเป็นเรื่องร้ายแรง โดยเฉพาะเครื่องสำอางที่ใช้รอบดวงตา เชื้อที่ใช้เป็นตัวแทนได้แก่ <em>S.aureus</em>, <em>Streptococcus pyogenes</em>, <em>Pseudomonas aeruginosa </em>และ <em>Klebsiella pneumoniae</em></li>
<li style="text-align: left;">หากมีจำนวนรวมเชื้อไม่ก่อโรคผ่านแนวทางที่กำหนด แต่ตรวจพบเชื้อก่อโรคถือว่าเครื่องสำอางนั้นไม่ปลอดภัย</li>
</ol>
<p><span style="text-decoration: underline;">หมายเหตุ</span> สำหรับคนที่ไม่รู้นะครับ คำว่า Colony Forming Units หรือ CFU หมายถึงจำนวนโคโลนีของเชื้อครับ ซึ่งเชื้อ 1 ตัวจะเกิดเป็น 1 โคโลนีเมื่อเอาไปเพาะเชื้อ เพราะฉะนั้น สมมติว่าพบเชื้อ 50 CFU/g จะตีความให้เข้าใจง่ายๆว่า ในเครื่องสำอาง 1 กรัม มีเชื้ออยู่ 50 ตัว แบบนี้ก็ได้ครับ (พูดให้เข้าใจง่ายๆเฉยๆนะครับ ถ้าความหมายจริงๆมันมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะกว่านี้)</p>
<p>เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับแนวทางและข้อกำหนดของประเทศสหรัฐอเมริกา ถือว่าโหดไหม หรือว่าเฉยๆ แล้วของประเทศไทยจะเป็นยังไง จะง่ายกว่า หรือว่าเข้มกว่า รอติดตามกันในตอนต่อๆไปนะครับ ส่วนตัวสำหรับผมเองนั้นเคยทำงานในอุตสาหกรรมยามาก่อนก็ต้องบอกว่าข้อกำหนดและแนวทางพวกนี้ถือว่าเล็กน้อยมากครับ เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมยาที่จุกจิกและเข้มงวดกว่านี้มาก แต่ถ้ามองระหว่างเครื่องสำอางด้วยกันผมก็ยังมองว่าอเมริกาก็ยังค่อนข้างอะลุ่มอล่วย ไม่ตึงไม่หย่อนจนเกินไปครับ ถ้าเป็นกลุ่ม EU จะมีกำหนดปลีกย่อยที่เข้มงวดและชัดเจนกว่าอเมริกามาก จนบางทีผมมองว่ามากเกินไปด้วยซ้ำครับ</p>
<h4>ก่อนหน้า :</h4>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%871/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 1 บทนำเรื่องผิวๆ</a></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%872/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 2 เชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์และการควบคุม</a></strong></p>
<h4>อ่านต่อ :</h4>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%874/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 4 ข้อกำหนดของ EU</a></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.jaslynsense.com/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%87/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%875/">เชื้อจุลินทรีย์ กับ เครื่องสำอาง ตอนที่ 5 ข้อกำหนดของประเทศไทย</a></strong></p>
<h4>อ้างอิง :</h4>
<p>บทความเรื่องจุลินทรีย์กับเครื่องสำอาง โดย ภญ.อารทรา ปัญญาปฏิภาณ นิตยสารข่าวสารด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ปีที่ 8 ฉบับที่ 2</p>
<p><img decoding="async" class="alignleft size-full wp-image-596" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ข้อกำหนดของพญาอินทรีย์.jpg" alt="ข้อกำหนดของพญาอินทรีย์" width="960" height="720" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ข้อกำหนดของพญาอินทรีย์.jpg 960w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ข้อกำหนดของพญาอินทรีย์-600x450.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ข้อกำหนดของพญาอินทรีย์-300x225.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ข้อกำหนดของพญาอินทรีย์-768x576.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/11/ข้อกำหนดของพญาอินทรีย์-370x277.jpg 370w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%873/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">595</post-id>	</item>
		<item>
		<title>สารกันบูดในอาหาร กับความจริงที่โหดร้าย</title>
		<link>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/</link>
					<comments>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Oct 2016 14:43:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้อื่นๆ]]></category>
		<category><![CDATA[benzoic acid]]></category>
		<category><![CDATA[food]]></category>
		<category><![CDATA[สารกันเสีย]]></category>
		<category><![CDATA[เตือนภัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.jaslynsense.com/?p=389</guid>

					<description><![CDATA[สารกันบูดในอาหาร กับความจริงที่โหดร้าย พอดีได้อ่านโพสต์ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>สารกันบูดในอาหาร กับความจริงที่โหดร้าย</h2>
<p>พอดีได้อ่านโพสต์ของอาจารย์เมย์แล้วอดที่จะเขียนถึงเรื่องนี้ไม่ได้ ลองอ่านโพสต์ต้นเรื่องได้ที่นี่นะครับ &gt;&gt;&gt;&gt;&gt; <a href="https://www.facebook.com/may.srivilai/posts/10153327581322373">https://www.facebook.com/may.srivilai/posts/10153327581322373</a></p>
<p>เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมาแล้วในวงการอาหารบ้านเรา เวลา สสจ. ออกตรวจทีไร ก็จะพบปัญหานี้ตลอด เมื่อเป็นข่าวดัง ก็จะมีกระแสมาสักที แต่พอเรื่องเงียบ มันก็กลับมาอีก</p>
<p>เรื่องนี้เป็นเคสตัวอย่างของ อ.เมย์ ที่เล่าให้ฟังว่า ครั้งนึงเคยมีผู้ประกอบการท่านนึง ทำขนมถ้วยส่งออกต่างประเทศ ทีนี้ถ้าใครเคยทำอาหารส่งออกจะรู้ครับว่าประเทศปลายทางจะมีการสุ่มตรวจเพื่อหาว่ามีสารอันตรายเจือปนไหม ซึ่งผู้ประกอบการรายนั้นก็ระวังตัวอย่างดี ไม่มีการใส่สารกันบูดลงไปเลย (แต่ใช้วิธีอื่นการถนอมอาหารแบบอื่นแทน) แล้วปรากฏว่าผู้ประกอบการรายนั้นโดนสุ่มตรวจ และพบสาร benzoic acid ซึ่งเป็นสารกันบูดชนิดหนึ่งในระดับเกิน 1000 ppm</p>
<p>ผู้ประกอบการท่านนั้นสงสัยว่า benzoic acid มาจากไหน จึงส่งวัตถุดิบทั้งหมดที่ใช้ในการผลิตขนมไปตรวจ ปรากฏว่าพบสาร benzoic acid ในพบในเเป้ง น้ำตาลปี๊บ เเละกะทิ จึงต้องไปถามผู้ผลิตวัตถุดิบทั้ง 3 อย่างให้รู้เรื่อง เพราะถ้าผู้ผลิตวัตถุดิบไม่หยุดใส่ benzoic acid แบบนี้ ต่อให้ไม่ใส่สารกันบูดเลย ก็ส่งออกไม่ได้อยู่ดี ซึ่งผลก็คือ (ขอก็อปข้อความมาเลยนะครับ)</p>
<p>ถามโรงเเป้ง: คุณจะใส่ลงไปในเเป้งทำไม มันกันมอดไม่ได้หรอกนะ<br />
<span style="text-decoration: underline;">ตอบ</span>: &#8220;ป๊าววว! ผมใส่เพราะว่าคนทำขนมบ่นกันว่าขนมบูดง่าย อากาศเมืองไทยมันร้อน ถ้าไม่ใส่ให้เค้า ขนมเค้าก็บูดเปรี้ยวหมด&#8221;</p>
<p>ถามโรงน้ำตาล: คุณใส่สารกันบูดหรือเปล่า<br />
<span style="text-decoration: underline;">ตอบ</span>: &#8220;ป๊าววว! ไม่ได้ใส่ คุณไม่รู้อะไร ภูมิปัญญาชาวบ้านเค้าใส่ไม้พยอมกัน&#8221; อืมๆ มันคงมี phenolic หน้าตาคล้าย benzoic มั้ง เเล้วใส่ยังไงคะ หาไม้พยอมมาจากไหน &#8220;โอย เดี๋ยวนี้ไม้มันหายากหน่อย ใช้นานๆ มันก็มีจืดบ้าง&#8221; เออ จืดเเล้วยังใช้ได้ผล? &#8220;ก็เอาไปคลุกๆ สารกันบูดก่อน เเล้วค่อยไปลอย ใช้ได้ดีเหมือนกัน&#8221; ??????</p>
<p>ถามโรงกะทิ: คุณใส่ตอนไหน<br />
<span style="text-decoration: underline;">ตอบ</span>: &#8220;ก็คั้นเสร็จก็ใส่เลย กะทิมันบูดง่าย ไม่ใส่ไม่ได้หรอก โลนึงก็ใส่ช้อน(กลาง)นึง ถ้าไม่ใส่ก็จะโดนด่าว่าของเน่าของไม่ดี&#8221; มันจะบูดง่ายอะไรนักหนา คั้นเสร็จมันต้องต้มต้องนึ่งน่าจะฆ่าได้เยอะอยู่นะ เลยส่งตรวจ TPC ครั้งเเรก ได้ 10^6 CFU/g โทรไปด่าเจ้าหน้าที่เลย ปล่อยตัวอย่างไว้นานหรือไง ทำไมมันเยอะเเบบนี้ ส่งใหม่ ย้ำว่าคั้นเสร็จเเช่เย็นส่งตรวจภายใน 1 ชม. ได้ 10^7 CFU/g คือว่า ท่อน้ำทิ้ง รง. ยังสะอาดกว่ากะทิสด</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">หมายเหตุ</span>: CFU คือ colony forming unit เพราะฉะนั้น 10^7 CFU/g หมายถึงในกระทิ 1 กรัม เจอเชื้อ 10^7 ตัว หรือ 10,000,000 ตัวนั่นเอง ถามว่าเยอะไหม เยอะครับ เยอะมากด้วย แต่ถามว่ากินแล้วเป็นอะไรไหม ตอบยาก เพราะคนไทยส่วนใหญ่ เจอแบบนี้จนชิน เรียกได้ว่าทนจนดื้อด้านกับเชื้อไปแล้ว หากเชื้อไม่รุนแรงจริงๆคงทำอะไรคนไทยไม่ได้ ถ้ายังจำกันได้ เมื่อ 5 ปีที่แล้วมีเชื้อ E.Coli สายพันธุ์ใหม่ที่ทำให้เม็ดเลือดแดงตายแล้วเกิดภาวะแทรกซ้อนไตวายจนเสียชีวิตได้ มีคนตายในยุโรปเยอะแยะมากมาย เราก็เฝ้าระวังกันเต็มที่ครับ แล้วเชื้อตัวนี้มันก็เข้ามาไทยแล้วจริงๆ เข้ามานานแล้วด้วย แต่ไม่มีคนไทยเป็นอะไรเลย เพราะคนไทยดื้อต่อเชื้อหมดแล้ว อารมณ์ประมาณว่าเชื้อแค่นี้ชิวๆ หนักกว่านี้คนไทยก็เจอมาหมดแล้ว (ฮา)</p>
<h4>อันตรายมากไหม ?</h4>
<p>ถามว่า benzoic acid มันอันตรายไหม มันก็ไม่ค่อยอันตรายหรอกครับ เป็นสารที่ปลอดภัยใช้ได้ในระดับนึง ไม่อย่างนั้นเค้าคงไม่อนุญาตให้ใส่ในอาหารได้ แต่คำว่าปลอดภัยนั่นหมายถึงคุณสามารถใส่ได้ในปริมาณที่ไม่เกินกำหนด ถามว่าใส่เกินแล้วตายไหม มันก็ไม่ตายหรอกครับ อย่างที่เรากินอยู่ทุกวันนี้ก็เกินกันทั้งนั้น ปริมาณที่ทำให้ตายเลย คือ 500 mg ต่อน้ำหนักตัว 1 kg อย่างหนัก 50 kg ก็ต้องกินถึง 25000 mg หรือ 25 กรัมถึงจะตายทันที ซึ่งในความเป็นจริงคงไม่มีบ้าใส่ขนาดนั้น แต่ระดับที่ใช้ได้ปลอดภัยมันก็ต่ำคือไม่เกิน 5 mg/kg ต่อวัน หมายความว่าถ้าหนัก 50 kg วันนึงกิน benzoic acid ได้ไม่เกิน 250 mg เท่านั้น หากมากกว่านี้ แม้ว่าไม่ตายทันทีก็จริง แต่เราก็จะค่อยๆตายผ่อนส่งไปเรื่อยๆ และอาจเกิดโรคเรื้อรังในอนาคตได้</p>
<p>เอาจริงๆ 250 mg ต่อวัน มันก็ไม่ได้น้อยมากนะครับ แต่ลองคิดดูว่าถ้าผู้ผลิตวัตถุดิบแต่ละอย่างพร้อมใจกันใส่แบบนี้ พอทำเป็นอาหารจริงๆก็มาใส่อีกรอบ แล้ววันนึงเรากินอาหาร 3 มื้อ แถมขนมอีก แบบนี้ เรียกได้ว่ากินกันทะลุ 250 mg ไปไกลได้ง่ายๆเลย</p>
<p>เรื่องสารกันบูด เดี๋ยวว่างๆผมจะหาพวกผลจากการตรวจสุ่มตรวจสินค้าในท้องตลาดมาให้อ่านกันเล่นๆ รายงานพวกนี้มีเยอะแยะครับ ทำเสร็จเป็นข่าวสักที สองที ก็เก็บขึ้นหิ้งกันหมด เห็นแล้วจะตกใจครับ 1000 ppm นี่เด็กๆไปเลย โดยเฉพาะกับพวกเส้นก๊วยเตี๋ยวทั้งหลาย (แต่ก็ไม่ได้เกินกันทุกยี่ห้อนะครับ) แต่อีกใจก็กลัวว่าเอาข้อมูลพวกนี้มาลงในเว็บนี้จะไม่เหมาะ เดี๋ยวจะกลายเป็นประเด็นโจมตีสินค้ายี่ห้ออื่นไปซะอีก ที่ผมคิดๆไว้คืออาจจะเปิดเพจอีกเพจนึงมาให้ความรู้ด้านนี้โดยเฉพาะเลย แต่อีกใจก็กลัวว่าปั้น 2 เพจ จะเป็นงานหนักเกินไป</p>
<p>ยังไง สุดท้ายนี้ ก็ขอเชิญทุกคนมาติดตามผมและทีมงานกันได้ที่เพจนี้นะครับ &gt;&gt;&gt;&gt;&gt; <a href="https://www.facebook.com/Jaslynsense">https://www.facebook.com/Jaslynsense</a> ขอบคุณมากครับ</p>
<p>อ่อ ใครที่อ่านเว็บไซต์ jaslyn นี้แล้ว เห็นพูดครับบ้าง ค่ะบ้าง ไม่ต้องแปลกใจนะครับ ผมเป็น Admin อีกท่านนึงและเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Jaslyn เพียงแต่ส่วนใหญ่แล้วผมจะทำงานเบื้องหลังซะมากกว่า ไม่ค่อยโพสต์ออกเพจหรือเว็บสักเท่าไรครับ</p>
<p><img decoding="async" class="alignleft size-full wp-image-390" src="http://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/กะทิ-ของหวาน.jpg" alt="กะทิ, สารกันบูด, benzoic acid" width="960" height="720" srcset="https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/กะทิ-ของหวาน.jpg 960w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/กะทิ-ของหวาน-600x450.jpg 600w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/กะทิ-ของหวาน-300x225.jpg 300w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/กะทิ-ของหวาน-768x576.jpg 768w, https://www.jaslynsense.com/wp-content/uploads/2016/10/กะทิ-ของหวาน-370x277.jpg 370w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p style="text-align: center;">รูปประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหาแต่อย่างใดนะครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.jaslynsense.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">389</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
